เงาลับใต้เพดานเก่า
เสียงลมหวีดผ่านรวงข้าวในยามพลบค่ำ เมื่อรถสองแถวเก่าชะลอจอดริมทางดิน อิงค์ค่อย ๆ ก้าวลงจากรถ พร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่ในมือ เธอมองบ้านไม้สองชั้นเก่าแก่ที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่ง ใกล้ ๆ กันมีเพียงต้นมะม่วงสูงใหญ่ยืนเงียบสงบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใช่บ้านหลังนี้ไหมคะ?” อิงค์ถามลุงคนขับที่ยังไม่ยอมลงจากรถ เขาขยับหมวกแก๊ป ปรายตามองไปทางบ้าน
“บ้านนี้แหละ หนูอยู่คนเดียวใช่ไหม?”
อิงค์นิ่งไปนิด ก่อนตอบ “ค่ะ…แค่ไม่กี่วัน”
ลุงพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก เขาเร่งเครื่องออกไป ทิ้งอิงค์ไว้กับเงาของบ้านที่ทอดยาวอยู่บนพื้นหญ้า
เธอเดินขึ้นบันไดไม้ เสียงบันไดลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกก้าว ภายในบ้านเต็มไปด้วยกลิ่นอับผสมกลิ่นไม้เก่า ภาพถ่ายขาวดำติดตามผนัง ฝุ่นจับหนาแน่น อิงค์จุดตะเกียง เจ้าของบ้านคนก่อนทิ้งไว้ เธอหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่านอีกครั้ง
“รบกวนช่วยดูแลบ้าน 4 คืน ฝากรดน้ำต้นไม้ด้วย ขอบคุณมาก — น้าสุทธิ์”
อิงค์ถอนใจ เธอรู้จักน้าสุทธิ์เพียงผ่านโทรศัพท์ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ เธอตรวจตราต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง ประตูหน้าต่างเกือบทุกบานล็อกสนิท
กลางคืนแรก เสียงเงียบปกคลุมรอบบ้าน มีเพียงเสียงจั๊กจั่นกับเสียงไม้เก่าลั่นเป็นระยะ ๆ อิงค์นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงในห้องนอนชั้นสอง แสงตะเกียงส่องแสงจาง ๆ ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียง ฝีเท้าเบา ๆ จากเพดานเหนือหัว ราวกับมีใครเดินช้า ๆ อยู่ตรงนั้น
อิงค์นิ่ง เธอหยุดหายใจตั้งใจฟัง เสียงนั้นค่อย ๆ หายไปในความเงียบ
เช้าวันต่อมา อิงค์เดินสำรวจรอบบ้านเฉอะแฉะในหญ้า เธอเจอกับป้าสุมาลี เพื่อนบ้านคนเดียวในระยะไกล
“หนูเป็นหลานน้าสุทธิ์เหรอ?” ป้าสุมาลีถาม ด้วยสายตาระแวดระวัง
“เปล่าค่ะ หนูแค่ช่วยดูแลบ้านให้หน่อยช่วงที่น้าสุทธิ์ไปธุระ” อิงค์ตอบ
ป้าสุมาลีมองบ้านเก่า “อย่าเดินขึ้นไปบนห้องใต้หลังคากลางคืนล่ะลูก”
อิงค์ชะงัก “ทำไมคะ?”
ป้าสุมาลีไม่ตอบ เธอส่ายหัวแล้วเดินจากไป
คำเตือนนั้นติดค้างในใจอิงค์ กลางคืนที่สอง เธอพยายามนอนไม่คิดอะไร แต่เสียงฝีเท้าบนเพดานกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เหมือนมันวนรอบห้อง ก่อนจะหยุดกะทันหัน เงียบสงัดจนใจเต้นโครมคราม
อิงค์ลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องนอน เธอกลั้นหายใจมองบันไดที่นำขึ้นไปห้องใต้หลังคา แต่ไม่มีอะไรนอกจากเงามืด เธอปิดประตู กลับมานั่งขดตัวบนเตียง รู้สึกถึงความเย็นแทรกมาในอก
วันรุ่งขึ้น อิงค์โทรหาน้าสุทธิ์
“น้าคะ ทุกคืนมีเสียงเดินบนเพดาน ใต้หลังคามีอะไรหรือเปล่า?”
เสียงน้าสุทธิ์เงียบไป “ไม่มีอะไรหรอก หลานอย่าไปสนใจนะ บ้านเก่าเสียงมันดังเอง”
แต่เสียงลังเลในน้ำเสียงของน้าสุทธิ์ ทำให้อิงค์ไม่สบายใจ เธอตัดสินใจขึ้นไปดูห้องใต้หลังคายามบ่าย
ห้องเล็ก ๆ เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นไม้เปื่อย มีข้าวของเก่า ๆ วางเกะกะ อิงค์สำรวจจนเจอกล่องไม้สลักลาย เธอเปิดมัน พบจดหมายเก่าเปื่อยอยู่ข้างใน
จดหมายนั้นเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ สะเทือนใจ “อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว” กับวันที่ที่เขียนเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน
อิงค์วางกล่องไว้ตามเดิม ขณะที่เธอกำลังปิดประตูห้องใต้หลังคา เธอเห็นเงาเคลื่อนไหวคล้ายใครเดินผ่านมุมตา ก่อนจะหายไปในความมืด
คืนนั้น เสียงฝีเท้ากลับมา พร้อมเสียงครูดเบา ๆ เหมือนของหนักถูกลาก อิงค์ขดตัวบนเตียง ไม่กล้าลุกขึ้น
“ใครอยู่ข้างบน…” เธอพึมพำกับตัวเอง
เงียบ เงียบจนได้ยินเสียงหายใจตัวเอง
รุ่งเช้า อิงค์พบรอยเท้าฝุ่นหนา ๆ บนพื้นห้องใต้หลังคา มันไม่ได้มีแค่รอยเดียว แต่เป็นรอยเท้าลากวนซ้ำคล้ายกับใครเดินวนไปมา เธอลองถามป้าสุมาลีอีกครั้ง
“ป้าคะ เมื่อก่อนบ้านนี้เคยมีใครอยู่ข้างบนห้องใต้หลังคาไหม?”
ป้าสุมาลีหลบตา “เมื่อก่อน…มีผู้หญิงคนหนึ่ง เขามาอยู่กับน้าเธอ แต่…เขาไม่เคยออกจากบ้านนี้อีกเลย”
“แล้ว…” อิงค์ลังเล “เขาหายไปเหรอคะ?”
ป้าสุมาลีถอนใจ “ไม่มีใครเจอเขาอีก เขาไม่เคยกลับบ้าน ไม่เคยมีใครพูดถึง”
อิงค์รู้สึกหนาววาบขึ้นมา เธอถามน้าสุทธิ์อีกครั้งถึงผู้หญิงคนนั้น น้าสุทธิ์ปฏิเสธ “อย่าไปสนใจเลย มันนานแล้ว”
คืนที่สี่ อิงค์ตื่นเพราะเสียงเคาะเบา ๆ ที่ข้างเตียงเหมือนมีใครมานั่งรอ เธอรีบลุกขึ้นเปิดไฟ แต่ไม่มีใคร เสียงฝีเท้าบนเพดานดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดและถี่ขึ้นจนน่าขนลุก เธอเดินไปยืนที่ปลายบันได เงามืดบนเพดานสั่นไหวเหมือนร่างคนกำลังยืนมองลงมา
อิงค์กลับเข้าห้อง รีบนั่งโทรหาเพื่อนสนิท
“มึง…กูไม่โอเคว่ะ กูว่าในบ้านนี้มีคนอยู่จริง ๆ”
“คนหรืออะไร?” เพื่อนเงียบไป แล้วพูดเสียงเบา “ถ้าไม่ไหวก็ออกมา…”
อิงค์เงียบ ไม่กล้าขยับ เธอคิดถึงจดหมายในกล่องไม้ กับข้อความ “อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว” มันราวกับเสียงขอร้องจากอดีต
เช้าวันสุดท้าย อิงค์มองบ้านไม้เก่าในแสงอาทิตย์อ่อน เธอตัดสินใจจะออกจากบ้านวันนี้แล้วยืนมองถนนว่างเปล่า รถสองแถวจะมารับอีกชั่วโมงหนึ่ง เธอเดินผ่านห้องใต้หลังคาอีกครั้ง รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา เมื่อก้มดูพื้น เธอเห็นเงาร่างสูงเพรียวทอดผ่านช่องไม้เก่าใต้เท้า
เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นข้างหู “อย่าไป…”
อิงค์สะดุ้งหันหลัง แต่ไม่มีใครอยู่
เสียงฝีเท้าเริ่มดังขึ้นจากเพดานอีกครั้ง คราวนี้มันไม่หยุดอยู่แค่ข้างบน แต่ค่อย ๆ เคลื่อนลงบันไดทีละขั้น ทีละขั้น…ประตูห้องใต้หลังคาค่อย ๆ เปิดออกเองอย่างช้า ๆ
อิงค์ยืนตัวแข็ง เงาดำร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด ไม่มีเสียง ไม่มีคำพูด เงานั้นก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดนิ่งตรงหน้าประตูบ้าน ราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง
เสียงรถสองแถวดังจากไกล ๆ อิงค์รีบคว้ากระเป๋า เธอเดินผ่านเงานั้นไปอย่างช้า ๆ มันไม่ขยับ ไม่พูดอะไร
เมื่ออิงค์หันกลับมามอง เงาดำยังคงยืนอยู่ที่เดิม ใต้เพดานเก่า เธอรู้สึกถึงสายตาที่ติดตาม แม้จะเดินออกจากบ้านไปแล้ว
บนรถสองแถว อิงค์เหลียวมองกลับไปที่บ้านหลังเก่า เงาดำยังคงเฝ้าดูอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง ไม่มีคำอำลา ไม่มีเสียงพูด มีเพียงความเงียบและแววตาที่ไม่เคยหลุดพ้นจากเพดานเก่าหลังนั้น
อิงค์กอดตัวเองแน่น เธอรู้ว่าความลับในบ้านหลังนี้จะไม่มีวันถูกเปิดเผยจนหมด…และเงานั้นจะไม่มีวันจากไป