ยำใหญ่ค่ายทะเลเสาร์-อาทิตย์
เสียงนกนางนวลร้องปะปนกับเสียงคลื่นซัดหาด ท่ามกลางแดดเปรี้ยงในเช้าวันเสาร์ รถตู้ติดสติกเกอร์วลี ‘รู้ก่อน…รอดก่อน’ จอดสนั่นหน้าชายหาด ทุกคนต่างหิ้วกระเป๋าเป้และหอบข้าวของจิปาถะสีสันฉูดฉาด บ้างใส่หมวกฟางผิดฤดู บ้างหอบลำโพงบลูทูธขนาดย่อม ทั้งหมดคือสมาชิกกลุ่ม “ซาวด์หมึกคลับ” เพื่อนซี้ต่างคาแรกเตอร์จากมหาวิทยาลัยกรุงกล้วยไม้ ที่โดนจับคู่ให้รับผิดชอบค่ายทะเลแบบ “บอนไซ” (คืออุปกรณ์และเงินน้อยมหาศาล) งานนี้ เบิ้ม ผู้ซึ่งมั่นใจในตัวเองและตั้งใจดีเกินเบอร์ รับบทหัวหน้ากลุ่มที่ขี้เกรงใจแต่ขี้โม้ ขณะที่ดรีม สาวสายวางแผน ผู้มองโลกตามความจริงชนิดโหดสัส ตั้ม คนช่างสงสัยช่างขี้บ่น และเจ๊หนิง พี่สาวสายกิจกรรมมือฉมังแต่ขี้ลนไปหมด ตามมาด้วยไทด์ น้องปีหนึ่งหน้าใหม่ที่พูดน้อยแต่ขี้จินตนาการจัดจ้าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอ้า! ใครลืมแท่งไฟไว้หลังรถตู้ บอกเลยถ้าของใครร่วงวันนี้จะโดนริบ!” เสียงเบิ้มตะโกนกึ่งตื่นเต้นกึ่งขู่แบบประสาท ๆ ทุกคนทำหน้างง ๆ บางคนยังง่วงนอนแต่โดนเสียงเบิ้มปลุกจนตื่นเต็มร้อย ดรีมถอนหายใจแล้วลากกระเป๋าเข้าฝั่งโดยไม่พูดอะไร ตั้มเดินแทะขนมปังปิ้งไปเหล่มองเบิ้มไป หนิงหยิบสมุดจดกิจกรรมและหลอดกันแดดออกมาพร้อมกันโดยไม่ตั้งใจ ไทด์แค่พยักหน้ากับตัวเอง
“นี่… หนิง แกมีไลน์กรุ๊ปของค่ายมั้ย ฉันว่าที่เขียนมาโจทย์แปลก ๆ นะ” ดรีมเลียบ ๆ เคียง ๆ ถาม เจ๊หนิงพลิกสมุดทุกคนตามด้วย
“มีสิ! เขาบอกว่า ต้อง ‘เอาตัวรอดจากสถานการณ์จำลอง’ ฉันว่าคงเล่นเกมส์ปกติแหละ ไม่มีอะไร”
เบิ้มโน้มตัวเข้ามาแบบมั่นใจเต็มสิบ “เออ ฉันไปคุยมาเอง พี่หญิงแกนนำทีมงานบอกว่า ปีนี้ค่ายอยากวัดทักษะการเอาตัวรอดแบบลงมือจริง! เขาเตรียมด่านไว้ให้น่าสนใจทุกหย่อมหญ้า! แต่อย่าห่วง ฉันจัดเต็มทุกพลังกายใจให้รู้ว่ากลุ่มเราเท่จริง”
ตั้มกลอกตา “คือจะมาแบบเหลือข้าวสารเม็ดสุดท้ายกินน้ำตาเองมั้ยวะ อย่าให้เราได้เป็นเดอะแบก…”
เสียงเบิ้มยังไม่ทันจบ พี่หญิง ทีมงานค่ายเดินแวะผ่าน ยิ้มเงียบ ๆ แล้วพูดเสียงเรียบ “อยากซ้อมเอาตัวรอดจริงใช่มั้ยพวกเรา? งั้นอ่านโจทย์ดี ๆ ล่ะ อยู่รอดสามารถขอความช่วยเหลือได้จากเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามออกนอกพื้นที่ จบ!”
กลุ่มซาวด์หมึกคลับมองหน้ากัน นัยน์ตาแต่ละคนเริ่มจินตนาการภาพอนาคตรวมหมู่แบบไม่คาดคิด ดรีมยิ่งทำหน้าเครียด ตั้มถอนหายใจหนักกว่าเดิม หนิงเริ่มฝนปากกาตามนิสัยยามลน ไทด์ตั้งกล้องมือถือเตรียมอัดวิดีโอแบบเงียบ ๆ
เบิ้มวางกระเป๋าลง ทิ้งน้ำหนักพร้อมประกาศกร้าว “คืนนี้… พวกเราจะได้แสดงของจริง!”
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะหยิบของเข้าที่พัก ก็มีเสียงซุบซิบจากกลุ่มค่ายอื่น ๆ ว่า ของกินที่เตรียมมาเหลือแค่ขนมจีบสามลูก น้ำเปล่าครึ่งขวด ตั้มเดินไปเปิดกล่องอาหารก่อนทุกคน ครางว่า “ไอ้ดำ (ชื่อไก่ย่าง) อยู่ไหนวะ เมื่อกี้เห็นหางไก่…”
“ไทด์ นายเอาไก่ไปไว้ตรงไหน!” เจ๊หนิงตะโกน ไทด์ทำหน้างงสุด ๆ “ไก่… อ้อ เอาไปวางหลบแดดหลังหินไง ผมกลัวมันละลาย ไม่รู้…มีแมวตัวนั้นเดินมา คาบไปหมดเลย”
ทุกคนตะลึงในอึดใจเดียว ดรีมส่องไปตามแนวหินด้วยสายตาสตาร์ทอารมณ์ นี่เพิ่งชั่วโมงแรก กิจกรรมยังไม่เริ่ม ของกินก็เหลือแต่ขนมจีบ หนิงจับหัวตัวเอง “อื้อหือ ซวยละ คืนนี้อดข้าวแน่”
ตั้มเริ่มเอ่ยเสียงทื่อ “งั้นเราก็อยู่กันแบบ…กินขนมจีบแบ่งกันคนละครึ่ง ไวมาก ๆ! ฮ่า…”
เจ๊หนิงแทรกทันที “อย่าคิดมาก เดี๋ยวค่ายก็แจกข้าวกลางคืน”
ทันใดนั้น เบิ้มลุกขึ้นยืนสีหน้ามั่นใจเป็นพิเศษ “พวกนาย เดี๋ยวฉันจะคุยกับพี่หญิง ขอข้าวกินหน่อย เรื่องเล็ก ๆ!”
เบิ้มเดินเข้าไปหาทีมงาน ด้วยท่าทางแน่วแน่ อธิบายปัญหาเรื่อง ‘แมวขโมยไก่’ แบบทำหน้าเป็นการเมืองระดับโลก พี่หญิงมองหน้า ก่อนหันไปคุยกับพี่เบิ้ล พี่กร หน่วยช่วยเหลือ ทำให้เบิ้มเข้าใจว่าต้องพิสูจน์ “ความสามารถเอาตัวรอด” ก่อนถึงจะได้รับอาหาร
เบิ้มเดินกลับมาด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “เราต้องผ่านด่านก่อนถึงจะได้ข้าวว่ะ!”
ทุกคนเหวอพร้อมกัน ดรีมจ้องหน้าเบิ้ม “เขาแค่ไม่อยากให้เราเป็นแชมเปี้ยนเรื่องเรื่องมากรึเปล่า?”
หนิงพูดเสียงอ่อน “สรุปว่า… ฉันต้องประกวดร้องเพลงให้รอดชีวิตใช่มั้ย?”
ไทด์พูดเบา ๆ แบบจริงจังเกินเหตุ “ถ้าพี่หญิงตั้งใจจะให้เราเอาตัวรอดแบบรายการเรียลลิตี้ เราต้องวางแผนหนึ่งเดียว! งั้นผมจะถ่ายวิดีโอไว้อัปคลิปนะครับ เผื่อมีหลักฐาน!”
ความวุ่นวายเริ่มตั้งแต่หยิบจับอะไรไม่ได้นอกจากขนมจีบ กับแมวคาบไก่ไปกิน กลุ่มเพื่อนซี้กลายเป็นคนอดอาหารโดยไม่ตั้งใจ แต่เบิ้มกลับมั่นใจบิดเบือนข้อเท็จจริง ระบุว่า “การที่กลุ่มเราศูนย์เสบียงคือโดนทดสอบกลยุทธ์การตัดสินใจ” หนิงพยายามวางแผนไปเสนอขอแลกขนมกับกลุ่มอื่นแต่ไม่มีใครยอมแลก ดรีมเริ่มเขียนรายการสิ่งที่ขาดลงในสมุดและจัดรายชื่อคนที่ควรโวยวายก่อน
กิจกรรมบ่ายเริ่มขึ้นทันที เป็นภารกิจเดินป่ามุดร้อน ผ่าน “สวนหมึกจำลอง” ที่มีสายมะพร้าวโยงกันแบบสุดประดิษฐ์ “เบิ้ม! นำกลุ่ม!” หนิงตะโกน
เบิ้มเดินนำฝ่าอุปสรรคยิ้มปลอม เจอเจ้าหน้าที่ประกาศว่าภารกิจคือ “เก็บสมุนไพรท้องถิ่น” เพื่อสร้างเมนูอาหาร เมนู ‘แกงหมึกจำลอง’ ที่ดูเหมือนคนเตรียมกิจกรรมจะไม่ได้ถามชาวบ้านเลยว่าอะไรผสมอะไรได้
“พี่ครับ ขอโทษนะ แกงหมึกเนี่ย หมึกต้องมีรึเปล่า?” เบิ้มถาม เจ้าหน้าที่นิ่ง “ถ้าเจอหมึกก็ได้ แต่ถ้าไม่เจอ ก็ต้องสร้างรสชาติขึ้นมาเอง!”
ตั้มกัดฟัน “โชคดีที่ผมเรียนชีวะ ไม่ใช่เชฟ!”
ดรีมเริ่มค้นหาร่มไม้ที่น่าจะมีสมุนไพร หนิงหยิบสมุดมาจดทุกชนิดที่เห็น ไทด์อัดคลิปไปเรื่อย ๆ “เจอหญ้าข้างรั้ว เอามาได้มั้ย?”
ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง เบิ้มคุยกับกลุ่มอื่นอย่างมั่นใจว่า “หมู่เราต้องสร้างเมนูได้ก่อนใคร” พอครึ่งทาง ตั้มเดินตามหลังเก็บสมุนไพรแบบชะเง้อหน้าบ่น “นี่มันหญ้าอะไรแน่ เจ๊หนิง… ฉันว่าเรากำลังจะกลายเป็นคนกินใบไม้แล้ว!”
“ไม่หรอกพี่ ผมว่ารสสัมผัสใหม่ ๆ ก็ดี… พี่หญิงเขาคงอยากให้เราครีเอท” ไทด์พูดแบบคนโลกสวย
เมื่อได้สมุนไพรมาแล้ว เบิ้มเสนอไอเดียล้ำ “เราควรใช้ตัวตบกลิ่น… เอาขนมจีบผสมไปด้วย ทุกอย่างคือการสร้างสรรค์” ทุกคนมองคิ้วชนคิ้ว “พี่! กินเองนะ”
หลังตะลุยสำเร็จกลับมาที่พัก พบว่าแมวตัวเดิมนั่งเฝ้ากล่องขนมจีบพร้อมลูกปลาในปาก ทุกคนโดนป่วนรอบสอง หนิงถึงกับฟูมฟายเล็ก ๆ “ไปไหนก็เจอแมว!”
ดรีมเอามือกุมขมับ สุดท้ายเสนอ “เอางี้ เฝ้าของเวรยาม ไทด์นายถ่ายคลิปไว้นะ เอามาไทม์แลปส์ เผื่อได้รางวัลแคมป์”
ค่ำลง กิจกรรมรอบกองไฟ พี่หญิงแจกอุปกรณ์ทำอาหารลับ “หม้อใบเดียว ข้าวสารหยิบมือ เกลือหยิบมือ” ทุกกลุ่มต้องต้มข้าวร่วมกัน
เบิ้มแบกหม้อเอง ประกาศ “ที่บ้านฉัน…เขาเคี่ยวข้าวจนขาวสวย เดี๋ยวโชว์วิชาคั่วข้าว!” ทุกคนทำตาปริบ ๆ ดรีมหันไปพูดเบา ๆ “ช่วยด้วยนะเจ๊ ก็แก้ของแกเป็นทุกอย่างแล้ว!”
เบิ้มเทข้าวสารกับน้ำเยอะจนล้นหม้อ เพราะกะปริมาณผิด พอวางหม้อบนกองไฟ เบิ้มยังคะยั้นคะยอ “เชื่อฉัน เดี๋ยวข้าวสวยเอง” แต่ข้าวกลายเป็นโจ๊กโดยไม่มีใครพูดถึง
ตั้มงับขนมจีบพลางแซว “ข้าวหรือแปรงทาสีเนี่ย…”
โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ในความเงียบเจือความหิว ดรีมเงียบแต่แอบยิ้มกับสถานการณ์เบาหวิว ไทด์อัดคลิปบันทึกอารมณ์ เจ๊หนิงคีบข้าวโจ๊กใส่ปากพูดอู้อี้ “ชีวิตมันก็ประมาณนี้แหละ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ”
เบิ้มพยายามอธิบาย “ผลลัพธ์ที่ดีคือรอด มีอะไรจะพูดมั้ยครับทุกคน…”
ตั้มขัดทันควัน “มี… หิว!”
คืนแรก กลุ่มต้องนอนในเต๊นท์วุ่นวายโดยไม่มีเสบียงแถมหมอนก็แย่งกันหนุงหนิง ตั้มหยิบหมอนหนิงไปกอดเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นของตน เจ๊หนิงลุกมาชี้หน้า ตั้มกระซิบ “ขออีกคืนละกัน…เต๊นท์นี้มีแต่คนคิดต่าง”
รุ่งเช้า ทุกคนโซเซออกจากเต๊นท์ เบิ้มยังภูมิใจในผลงานตัวเองสไตล์หัวหน้าฮิป “เห็นมั้ยว่าเรารอดมาได้ เดี๋ยววันนี้กินให้จุก”
ดรีมชี้ไปที่แมวประจำค่าย “ถ้ายายเหมียวอีกซ้ำ แกโดนหิ้วกลับบ้านแน่!”
หนิงหัวเราะหายเครียด “เป็นค่ายที่แมวแย่งซีนที่สุด อะไร ๆ ก็เหมียว”
กิจกรรมเช้าวันอาทิตย์ ทุกกลุ่มได้รับโจทย์ “เตรียมละครสั้น ความยาว 5 นาที หัวข้อ ‘อยู่รอดอย่างมีจริยธรรม’”
เบิ้มสเก็ตซ์ละครไอเดียบรรเจิด “ฉันเป็นกัปตันเรือ ดรีมเป็นลูกเรือ ตั้มเป็นโจรสลัด หนิงเป็นหมอประจำเรือ ไทด์ถ่ายทำ เจ๋งมั้ย?”
ทุกคนพยายามซ้อมบทกันแบบต่างคนต่างพูด หนิงเผยความจริง “แต่แกเขียนบท 10 นานาที! อย่าลืมว่าต้องต่อเนื่อง”
ในตอนซ้อม ดรีมพูดไม่หยุดเหมือนในชีวิตจริง ตั้มเล่นมุกสวนทุกคำขาดจังหวะ หนิงตัดบทให้รีบจบ แมวเดินเข้าฉากอีกฟาก เบิ้มลนลาน “แมวไม่ต้องร่วมทีมก็ทำให้เรื่องไปไกลสุด ๆ แล้ว!”
พอถึงรอบแสดงจริง ทุกคนลุ้นวางแผนเปิ่น ๆ จบด้วยได้รางวัล “ละครสร้างสรรค์ดีเด่น (เวทีขำกลิ้ง)” เบิ้มภูมิใจหนักมาก ดรีมอมยิ้มแยกเขี้ยวยอมรับความเปิ่นด้วยใจ ตั้มแอบบันทึกเสียงหัวเราะสุดท้ายลงในสมุด ไทด์ถือกล้องอัดคลิปเก็บความฮาไว้แบบสบายใจ
ก่อนกลับ เบิ้มกล่าวปิดท้าย “ชีวิตก็ประมาณค่ายนี้แหละ ไม่มีทางรู้ว่าเส้นเรื่องจะพาไปทางไหน แต่ต้องเอาตัวรอดกับคนรอบข้างให้ได้แบบฮา ๆ”
เสียงหัวเราะและไลน์กรุ๊ปซาวด์หมึกยังคงดังต่อไป แม้จะหมดค่ายแต่ความวุ่นวายและความแน่นแฟ้นของเพื่อนต่างขั้วก็ยังต่อเนื่อง แมวจ้องตาไทด์เหมือนเตรียมยกขนมจีบกลับบ้านเป็นของขวัญ…