ชมรมคน (คิดว่า) คูล
เสียงกริ่งเช้าวันเปิดเทอมแรกของ ม.5 ดังขึ้นพร้อมกับความจอแจในห้อง 5/2 ปกรณ์ หนุ่มมั่นหน้าทรงผมแปลกตาผสมแนววินเทจกับโมเดิร์น ใส่แว่นกันแดด (ทั้งที่อยู่ในอาคาร) เดินจ้ำออกจากห้องน้ำพร้อมแผ่นกระดาษสีสะดุดตาในมือ คนมองแล้วขยับปากซุบซิบ “จะเพี้ยนอะไรอีกนะ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ปกรณ์ปีนโต๊ะครูแล้วเคาะแก้วน้ำเสียงแจ่ม “ประกาศ! ในฐานะผู้นำเทรนด์ของโรงเรียน ผมขอเปิดชมรม ‘คนคูล’ ใครคิดว่าตัวเองเก๋า อย่าอาย มาสมัคร! นัดแรกวันนี้หลังเลิกเรียน ห้องเก็บอุปกรณ์!” เสียงเงียบกริบ มีแต่ปัณฑ์เพื่อนร่วมห้องที่มักนั่งคิดหน้าดุ กำลังขยี้นิ้วมือ เหมือนคิดอะไรสักอย่าง
ข้าวโพด เด็กผู้หญิงใส่ใจทุกเรื่องแต่ดันซวยบ่อย ๆ กระซิบเบา ๆ กับเพื่อนสนิท “ชมรมคนคูลคืออะไร?” เพื่อนตอบแบบไม่มองหน้า “น่าจะชมรมคนประหลาดมากกว่า”
พักเที่ยง ปกรณ์ดักหน้าปัณฑ์ “นี่ สมัครชมรมเราป่ะ อยากให้มาร่วม วิสัยทัศน์แกเหนือสุดในรุ่นเลย” ปัณฑ์เบี่ยงตัวหลบ “ทำไมต้องเลือกเราด้วยวะ เราก็แค่ชอบคิดเยอะ” ปกรณ์โค้งคำนับจนแว่นจะร่วง “เพราะคนที่คิดเยอะ มักมีอะไรแตกต่าง! มัน…คูล” ปัณฑ์ทำหน้างงแต่เดินตามไปอย่างงุนงง
ขณะเดียวกัน ข้าวโพดเดินมาโดยตั้งใจจะเลี่ยงกลุ่มเพราะกลัวโดนชวน แต่สะดุดล้มชนโต๊ะ ปกรณ์คว้ามือไว้แบบซูเปอร์ฮีโร่ (แต่น้ำลายติดขวดด้วย) “เอาเลย! ชมรมเราต้องการความแตกต่างแบบนี้! สปีดในการสะดุดของเธอมัน…อินดี้!” ข้าวโพดหน้าแดงอาย ๆ “เอ่อ…ฉันไม่ได้อยากมีชื่อเสียงแบบนั้นนะ”
เลิกเรียนวันแรก ปกรณ์ พาปัณฑ์และข้าวโพดเข้าห้องเก็บอุปกรณ์ กลิ่นอุปกรณ์กีฬาเก่า ๆ ลอยฟุ้ง ปกรณ์วาดภาพด้วยคำพูด “เราจะทำกิจกรรมโชว์ความคูลของแต่ละคนทุกอาทิตย์ ใครมีไอเดียเด็ด ๆ บ้าง?” ปัณฑ์ตอบเสียงเบาแต่คิดจริงจัง “ต้องวิเคราะห์นิยามความคูลก่อน กำหนดตัวชี้วัด ชั่งน้ำหนัก…” ปกรณ์ตบหลังแน่นจนเพื่อนสะดุ้ง “สุดยอด! แกได้เป็นรองหัวหน้าชมรม!”
ข้าวโพดขอตัวกลับบ้าน ปกรณ์เก๊ก “สัญญาว่าจะมาอีกนะ เห็นมั้ย ทุกคนคอยดู! ชมรมเราจะเปลี่ยนโรงเรียนนี้ได้!” ข้าวโพดส่ายหน้าเบา ๆ แต่ปัณฑ์เริ่มจดบันทึกกิจกรรมด้วยความเคยชิน “กิจกรรมแรก ควรเริ่มจากอะไรดี?” ปกรณ์หัวเราะอย่างภูมิใจ “แน่นอน แฟชั่นโชว์สุดคูล!”
ฉากเซอร์ไพรส์ในโรงอาหาร ปกรณ์เดินเข้าไปถือเสื้อคลุมฟรุ้งฟริ้ง ข้าวโพดรีบเอาผ้าเช็ดหน้าคลุมหัวกลัวเพื่อนมอง ปัณฑ์กำลังอธิบายทฤษฎีแฟชั่นตามหลักพันธะการสื่อสาร เสียงใครคนหนึ่งหัวเราะข้างหลัง “ไอ้ปกรณ์ นี่หรือชมรมคนคูล!? แค่เห็นก็ขำ” ปกรณ์เข้ม “คนคูลไม่ต้องสนเสียงคนอื่น!” ทุกคนดูเหมือนจะเริ่มคิดต่าง ว่าความคูลของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน
วันรุ่งขึ้น ข่าวลือแพร่ในโรงเรียนว่า อาจารย์แนะแนวจะคัดชมรมที่ “ไม่มีผลงาน” ออก ปกรณ์ตื่นตระหนก ส่งเสียงอวดดี “เราต้องมีโชว์คูลระดับโรงเรียน!” ปัณฑ์ซีเรียส “ต้องเก็บข้อมูล เตรียมพรีเซนต์ความคูล–” ข้าวโพดเสียงเบา “ทำไมเราไม่ลองช่วยเพื่อนที่เรียนไม่เก่งแทนล่ะ เผื่อจะดูเท่ไปอีกแบบ”
ทุกคนเงียบ ปกรณ์เริ่มไม่มั่นใจ “คิดว่ามัน…คูลไหมนะ?” ปัณฑ์เปิดโน้ตบุ๊ก “ถ้าใช้หลักสถิติ เพื่อนที่ไม่ได้คะแนนสูงอาจเห็นว่าความช่วยเหลือคือความคูลในกลุ่มย่อย…”
แผนใหม่เกิดขึ้นแบบงง ๆ ทั้งทีมเริ่มรับประกาศจากโรงเรียนว่าจะมีงานกีฬาสีเร็ว ๆ นี้ ปกรณ์บอกทุกคนให้เตรียมแผนโชว์ความคูลบนเวที ข้าวโพดยื่นไอเดีย “ฉันถนัดเต้นลีลาศนะ ถ้ามีเต็นท์ลีลาศแฟนซีคงดูคูล” ปัณฑ์เงียบพักหนึ่งก่อนบอก “สังเกตดี ๆ คนส่วนมากเต้นไม่อิน มันต้องเพิ่มลูกเล่นทางคณิตศาสตร์!”
การซ้อมลีลาศจึงกลายเป็นซ้อมเดินทรงตัวหมุนด้วยสูตรสมการเฉพาะทีม และปกรณ์ก็แถแต่งเพลงให้เอง ฟังแล้วน่าจะไม่เคยมีโรงเรียนไหนเต้นลีลาศประกอบท่อนแร็ปสำเนียงอีสานแบบประหลาดนี้มาก่อน
ปัณฑ์เริ่มกังวล “นี่มันจะออกมาเป็นรอยยิ้ม หรือเสียงหัวเราะกันแน่?” ปกรณ์กลับเชิดหน้า “เสียงหัวเราะก็คือความคูลอีกแบบหนึ่ง” ข้าวโพดพูดแบบเอื่อย ๆ “วันนี้ฉันจะซ้อม เดี๋ยวโดนน้ำปัดทับอีก ห้ามถ่ายคลิปฉันนะ เราแค่ฝึกทำสนุก ๆ” แต่ปกรณ์ที่มือไม่อยู่นิ่ง แอบตั้งกล้องไว้ในห้อง
คืนก่อนวันแสดงโชว์ ทีมชมรมคนคูลมีประชุมใหญ่โตที่ร้านชานมแถวหน้าโรงเรียน ปัญหาเริ่มโผล่ ข้าวโพดไม่มั่นใจตัวเอง ปัณฑ์โต้กลับ “การเต้นต้องมีอัตราส่วนที่แม่นยำ!” ปกรณ์ไม่สนใจแค่จะให้ทุกคนออกสื่อน่าจดจำ
กลางคืน ข้าวโพดไลน์มาถามปกรณ์ “พรุ่งนี้ให้ฉันใส่ชุดอะไรดี?” ปกรณ์ตอบกำกวม “อะไรก็ได้ที่อินดี้! อย่าเหมือนชาวบ้านแค่นั้นพอ” ข้าวโพดเลยตัดสินใจใส่ชุดนอนลายเป็ดแบบไม่ตั้งใจว่ามันเท่
รุ่งเช้า วันโชว์ ปกรณ์ใส่ชุดสูทขาวจั๋วแต่ผูกโบว์รุงรังแนววินเทจ ปัณฑ์ใส่เสื้อทีมพร้อมพิมพ์สูตรคณิตเต็มแผ่น ข้าวโพดเดินมาชุดนอนลายเป็ดทุกคนถาม “แน่ใจเหรอ?” ข้าวโพดตอบแบบไม่รู้ทุกอย่าง “ปกรณ์บอกให้แต่งอินดี้” ปกรณ์ตบหัวตัวเองเบา ๆ “คือ…ผมหมายถึงแค่อย่าเหมือนเพื่อน ๆ หมายถึงอินดี้แบบ…โอ๊ย ไม่เป็นไร… คิดในแง่ดี ชุดนี้มันสะดุดตา!”
ถึงคิวโชว์ เวทีเริ่มมีผู้ชมเต็มลาน ปกรณ์โบกมือออกท่าแร็ปเสียงดังฉีกจังหวะกับท่าเต้นที่ข้าวโพดเต้นตามแต่ติดแอคเซนต์บ้าน ๆ ผสมกับการหมุนแขนขาแบบสมการเลขของปัณฑ์ เสียงหัวเราะเริ่มดังจากกลุ่มเพื่อน คนสายเทคโนฯขำจนหลุดน้ำตาไหล ตรงกันข้ามกับที่ทีมตั้งใจ
ข้าวโพดทำท่าจะร้องไห้ ปัณฑ์รีบแตะบ่าปลอบ “คนคูลคือคนกล้ามีความต่างใช่มั้ย? งั้นเรายอมถูกขำก็โอเค” ปกรณ์ปล่อยมุกต่อ “ใช่! แล้วเพื่อน ๆ ก็จำโชว์นี้ได้มากกว่าทุกงานแน่นอน” ข้าวโพดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา “ฉันว่าคูลของแต่ละคนก็แค่กล้าเป็นตัวเองแค่นั้นเอง”
หลังจบงาน เพื่อนในห้องกรูเข้ามาจับมือชมรมคนคูล ปกรณ์ประกาศ “ปีหน้าเอาใหม่!” ปัณฑ์บอกเบา ๆ “ขอประชุมวางแผนน้อยลง แต่ซ้อมคิดมากสุด ๆ” ข้าวโพดยิ้ม “ฉันว่าปีหน้าเราลองแค่เต้นธรรมดาดีมั้ย?”
สุดท้าย อาจารย์แนะแนวเดินเข้ามายิ้มกว้าง “ความคูลแบบนี้แหละที่โรงเรียนขาด” ปกรณ์รีบยืดอก “งั้นพวกผมได้ผ่านการคัดเลือกชมรมใช่มั้ยครับ” อาจารย์ตอบทันที “ยัง จะต้องทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์อีกเยอะ” สามคนพูดพร้อมกัน “หืม!?”
พวกเขาหัวเราะกันร่า ก่อนเดินออกจากลานอย่างภูมิใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า ชุดเป็ดกับท่าเต้นสุดประหลาดถูกถ่ายคลิปลงกลุ่มไลน์โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว
ข้าวโพดส่ายหน้าขำ ๆ “ปีหน้าไม่เอาอินดี้แบบนี้แล้วนะ!” ปกรณ์แกล้งทำหน้าคิด “แต่…ถ้าเป็นเป็ดใส่หมวกดีไซน์ใหม่ล่ะ?” ปัณฑ์รีบเสริม “รบกวนขอไฟล์วิดีโอด้วย จะเอาไปวิเคราะห์โอกาสเรียนรู้จากความเฟล” สามหัวเราะดังลั่น นักเรียนคนอื่นมองแล้วแอบยิ้ม พลางคิดในใจว่า ถ้าความคูลคือความกล้าเป็นตัวเอง ชมรมนี้น่าจะคูลที่สุดแล้วจริง ๆ