สายฝนสุดท้ายบนเกาะกระซิบ
เสียงฝนตกกระทบหลังคาค่ายพักแรมดังเปาะแปะในความเงียบ ท่ามกลางเงาของต้นสนและเม็ดฝนที่พราวพร่ำ รถสองแถวเก่าจอดรับกลุ่มวัยรุ่นห้าคนที่ต่างไม่คุ้นหน้ากันมาก่อนขึ้นเรือข้ามไปยัง “เกาะกระซิบ”—สถานที่จัดสัมมนาปิดเทอมในฝัน หรือฝันร้ายในสายฝนสุดท้ายของฤดูนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โต๋ย นั่งข้างหน้าต่าง เสียงรองเท้าผ้าใบเช็ดกับพื้นเปียกขณะที่เขาหลบตาใครต่อใคร เด็กหนุ่มร่างบอบบางยังไม่พูดอะไรเลยจนกระทั่งบัว รองหัวหน้ากลุ่ม กลิ้งขวดน้ำในมือใส่เขา
“นายชอบฝนเหรอ?” บัวถาม เสียงนุ่มแต่ติดประชด “มองออกไปก็มีแต่หยดฝน ไม่มีอะไรน่ามอง”
โต๋ยสบตาเล็กน้อยก่อนหันหลบสายตา “มันทำให้เงียบดี” เขาตอบสั้นๆ
ทิว เด็กหนุ่มห้าวหัวกลุ่มค่อยยิ้ม ยื่นหมากฝรั่งให้ “เงียบดี—แต่เงียบมากไปก็หลอนนะ” เขาวางเสียง ในเต็นท์กลางดึกจะรู้สึกมากกว่านี้อีก
แพร สาวร่างผอมผิวคล้ำ พยายามเบี่ยงความสนใจ “อย่าว่าแต่ฝนเลย ตกขนาดนี้ เกาะคงมีแค่พวกเรา”
“แถมถ้ามีผีจูงน้องบนเกาะ…ก็ออกไปไหนไม่ได้ด้วย” พัด สาวแว่นร่างท้วม สมทบติดตลกแต่สายตาสั่นไหวชั่วขณะ
ทุกคนหัวเราะกลบเกลื่อน ต่างคนต่างรู้สึกกับสายฝนคล้ายกัน คือความกลัวในรูปแบบที่แตกต่างกันไป
รถจอดที่ท่าเรือ เวลานี้แทบมองอะไรไม่เห็นนอกจากม่านฝน พนักงานวัยกลางคนยื่นเสื้อกันฝนเก่าๆ ให้ “เดินไวๆ ล่ะนะ ฝนแบบนี้พื้นลื่น”
ข้างเรือมีเสียงเซ็งแซ่ของคลื่นและลม เด็กทั้งห้าเดินเรียงกัน เสียงสลับกันเงียบและคำพูดที่หลุดมาทีละคำ โต๋ยมองฝนอย่างเหม่อลอย ขณะที่บัวเดินจ้ำอย่างรวดเร็ว พัดวิ่งตามกลัวเปียก ส่วนแพรกับทิวคุยกันเบาๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว ที่มีนักเรียนเคยหายไปที่นี่ในคืนฝนตก
เมื่อขึ้นถึงเกาะ สิ่งแรกที่สังเกตได้คือไฟฟ้าดับสนิทในเขตแคมป์ มีเพียงแสงไฟกะพริบจากฟ้าแลบ สร้างความประหวั่น ทุกคนรวมตัวที่กระท่อมไม้เก่า หลังเล็กๆ ที่ตั้งโดดเด่นกลางป่า บัวไล่ให้ผู้ดูแลแจกกุญแจห้องนอนแต่ละคน เสียงประตูปิดแต่ละห้องดังกังวานในความวกวนของคืนฝนนี้
ทิวกระแทกประตูก่อนพูดกับโต๋ย “ถ้ามีไรผิดปกติ นายอย่าเงียบล่ะ” โต๋ยยิ้มจาง ๆ ไม่ตอบ
บัวเปิดโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ค้อนสายตาอย่างเคย “อยากกลับบ้าน ดูท่าฝนไม่หยุดแน่”
แพรหยิบไฟฉายจากเป้ คุยกับพัด “คืนนี้คงต้องอดใจไว้ก่อน อย่าเพิ่งหวังว่าอะไรจะง่าย”
ขณะนั้นเอง ไฟฟ้าในบ้านกระตุกขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะดับลงอีกครั้ง ทิวหัวเราะเสียงแห้ง “เห็นไหม มันเริ่มแล้ว—ผีที่นายกลัว พัด..”
พัดกลืนน้ำลายเงียบ ๆ ลมเป่าเข้ามาทางหน้าต่างจนม่านสะบัด ไม่มีใครทันสังเกตว่าจากหน้าต่างด้านหลังของบ้านไม้ มีเงานิ่งเฝ้ามองกลุ่มวัยรุ่นอยู่อย่างเงียบเชียบ
เวลามื้อเย็น ทุกคนนั่งขลุกกันรอบโต๊ะอาหารกลางแสงเทียน โต๋ยกินช้า ๆ บัวกระแทกช้อนตลอด ซุ่มมองสีหน้าคนอื่น ๆ ทิวเล่นมุกตลกกลบเกลื่อนขณะที่แพรเงียบลงผิดปกติ พัดถามขึ้น “ใครบ้างเคยได้ยินตำนานผู้ดูแลเก่า..?”
เสียงจานกระทบโต๊ะเบา ๆ บัวกลอกตา “มีอะไรไม่พูดวะพัด”
พัดหยุดนิ่ง “แค่เคยฟัง ว่าเคยมีเด็กหายไปคืนฝนแบบนี้”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศอึมครึมลง โต๋ยมองรอบข้างอย่างระแวง
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ทิวถามโต๋ย “นายนอนไม่หลับใช่ไหม ฝนตกแบบนี้”
โต๋ยพยักหน้า “เมื่อคืนฝนตกที่บ้านผม ผมนอนไม่หลับทั้งคืน ฝนมันมีอะไรบางอย่าง”
บัวขัดขึ้น “หยุดพูดอะไรหลอนๆ ได้ไหม เดี๋ยวฝันร้ายหมด”
คืนนั้น หลังแยกย้ายขึ้นห้อง บัวนั่งกอดเข่า มองโทรศัพท์ที่ไร้สัญญาณ นอนไม่หลับเสียงฝนดังเกินไป ประตูห้องแทรกง้างติ๊กตอก【อ่านข้อความเต็มcontent continues…