บันทึกเงาสลัว: ปริศนาใต้เมืองหิมะ
เสียงลมกระโชกวูบครืนเหนือยอดตึกหิมะสีเทา ฟ้าโปร่งไร้ดวงอาทิตย์ แม้เป็นกลางวัน เมืองหิมะอันเงียบงันยังคงปกคลุมใต้ม่านหนาวหนาหนัก เด็กหญิงชายในเสื้อกันหนาวเดินฝ่าหิมะขาวไปตามถนนแคบ แต่ไม่มีใครสังเกตนักศึกษาหญิงผมสั้นในเสื้อโค้ทเก่าสีดำเดินเข้าสู่ใต้ดินเก่าแก่ของสถานีหิมะใจกลางเมือง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ประตูเหล็กประดับคริสตัลเย็นเฉียบเมื่อมือของมายาผลักเปิด หยาดน้ำแข็งหลอมตัวบนรองเท้าจากการเดินไกล เสียงกริ่งเบาๆ แว่วตัดกับความเงียบว่างเปล่าในห้องสมุดใต้ดินแห่งเดียวของเมือง เธอหยุดคิด ก่อนเอื้อมแตะหน้าผากตัวเองเหมือนเช็คไข้ เงาของชั้นวางหนังสือสูงลิบซ้อนทับเป็นลวดลายประหลาดบนผนังปูนแตกๆ
"มีใครอยู่ไหมคะ?" มายาถามเสียงแผ่ว ดวงตาวาวเพราะทั้งประหม่าและสงสัย เงียบ ไม่มีคำตอบ เธอก้มสำรวจตั๋วหนังสือในกระเป๋า มือสั่นเบาๆ ขณะเดินลึกเข้าไป
"รู้มั้ยว่าตรงนี้เงียบขนาดว่าเธอจะหนาวข้างในได้มากกว่าข้างนอกอีก" เสียงผู้หญิงดังข้างหลัง ทำให้มายาสะดุ้ง ก่อนจะเห็นแพรวเดินเข้ามา หญิงสาวผู้สวมผ้าพันคอสีแดงยิ้มเศร้าในสายตา
"ฉันกำลังหา…บรรณารักษ์ค่ะ เห็นเขาไหม แพร้ว?" มายาถาม
แพรวมองมายาแปลกๆ แล้วส่ายหัว "วันนี้ยังไม่เห็น พี่วรัญก็ไม่ขึ้นมาเลย" เธอมองรอบๆ เหมือนจะเหลือบสังเกตอะไร "หรือเธอจะขอยืมหนังสือ?"
มายาพยักหน้าเล็กน้อย แต่น้ำเสียงเสียไป ไร้มุขล้อ "เปล่า ฉัน…แค่รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย เจออะไรไม่ปกติมั้ยวันนี้"
แพรวยืนนิ่ง จ้องนานก่อนตอบ "อย่าคิดมากเลย หรือมันเป็นแค่ฤดูหนาวก็ได้…เมืองนี้เวลาหนาวทีไร คนก็หายใจแทบไม่ออก" เธอกลอกตาเหมือนแหย่ เงียบวูบเดียว ลมพัดกรูจากช่องระบายอากาศกลบเสียงหัวเราะ
ทันใดนั้น หนังสือเล่มหนึ่งบนชั้นสูงสุดร่วงหล่นกระแทกพื้นดังปัง ทั้งคู่สะดุ้ง หนังสือเปิดคว่ำ เหมือนแรงมือมองไม่เห็น
"ชั้นวางมันเอนไปเองหรือ?" มายาพึมพำ เดินไปหยิบหนังสือขึ้น ใบหน้าซีดตรงหน้าปกที่ไม่มีชื่อผู้แต่ง
"ชื่ออะไรก็ไม่รู้… ภาษาโบราณอีก" แพรวเพิ่งพูดจบ เสียงรองเท้าบูทดังมาจากห้องเก็บของหลังชั้นหนังสือ
ทั้งสองเงียบ นิ่งฟัง มายามองไปที่ประตูแคบๆ หลังม่านหนังสือ เงาดำพาดผ่านผนัง พวกเธอยืนนิ่งจดจ้องอะไรราวถูกดึงเข้าเวทมนตร์เงียบงัน
ประตูลั่นเอี๊ยดออกช้าๆ ภู ท่าทางหงุดหงิดแต่ดูมีเรี่ยวแรง เดินออกมา ชายหนุ่มโยนของบางอย่างใส่ถังขยะมุมห้อง
"คิดว่ามีหนูอีกละ…ตั้งแต่พี่วรัญหายไป นี่มันอะไรของเมืองนี้วะ" ภูสบถในคอ หรี่ตามองมายากับแพรว
แพรวกลอกตาใส่ภู "ทำไมไม่โทรหาพี่วรัญ คนเดียวในนี้ที่รู้รูปแบบลมหายใจหนังสือทุกเล่มในหอสมุด รายนั้นหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน ยังไม่กลับบ้าน ไลน์ไม่ตอบ โทรศัพท์วางไว้ตรงนี้"
มายาขมวดคิ้ว ขยับไปหยิบมือถือของบรรณารักษ์ที่วางหน้าคอม เครื่องยังเปิดแต่มีแต่เสียงลมหิมะซ่านจากลำโพง
"เมื่อคืนฉันฝันถึงหิมะในหิมะแต่ไม่มีร่องรอย มีเสียงพูดชื่อฉันซ้ำๆ…" มายาพูดเสียงเบามาก คล้ายคุยกับตัวเอง
แพรวจับแขนมายาแน่น "บ้าน่า—ฉันว่าเธอแค่เครียด อย่าเล่าอะไรแปลกๆ ให้ภูฟัง เดี๋ยวหมอนี่หลอนตามอีก" น้ำเสียงแข็งแต่ตาปรอย
ภูขำหึ "ฉันกลัวไม่ไหวหรอก เรื่องพิลึกในเมืองนี้มีเป็นร้อยอยู่แล้ว เฉยๆ เถอะ"
มายาไม่แย้ง จับมือถือบรรณารักษ์แน่นกว่าเดิม เริ่มรู้สึกเหมือนอากาศเย็นขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เธอหันไปมองบันไดวน ดูเหมือนจะมีเงากระพริบผ่านแสงไฟนีออนด้วย
เสียงฝีเท้าดังลงบันไดในอีกครู่หนึ่ง ชายหน้าใหม่ กาย เสื้อผ้าสีเข้ม มีแผลเก่าใต้ตาขวาและแววตาแข็ง นั่นคือโชติ เพื่อนร่วมคลาสอีกคนที่เข้ามาแบบไม่มีเสียง
"ยังหาไม่เจอ?" เขาถาม ดวงตาคมเหมือนตรวจจับอะไรล่องลอย
ภูยักไหล่ "ไม่เจอของ ไม่มีคน ไม่รู้ว่าพี่วรัญหนีไปไหน หรือมันจะเกี่ยวกับข่าวลือ…ไม่อยากพูดเลย"
โชติหัวเราะในคอแบบดูถูก "ข่าวลือเหรอ ข่าวอะไรอีกล่ะ?" เขาเดินเข้ามาใกล้ กระซิบเบาๆ มีรอยยิ้มหยันสอบสวน
แพรวสูดหายใจ "เรื่องคำสาป ห้องสมุดผีสิงอะไรนั่นไง นายต่างเมือง ไม่เคยรู้ล่ะสิ"
มายามองหนังสือในมือ พลิกหน้าปก เห็นตัวอักษรสีแดงหนึ่งแถบ ชั่ววินาที ลายมือจางๆ คล้ายจะขยับไปมา
"ต้องมีเหตุผล…บรรณารักษ์ไม่ใช่คนขี้ลืมหรือเดินไปไหนลอยๆ แน่" มายาพูด "เมื่อเช้า เขานัดฉันเอาหนังสือมาเปลี่ยน"
ภูชำเลืองถามต่อ "มั่นใจนะ ไม่ใช่เธอจำผิดเอง? เมื่อคืนโทรหาก็ไม่รับ ยังไงเธอก็ใหม่สำหรับที่นี่อยู่ดีนั่นแหละ…"
มายานิ่งเงียบ สายตาแดงวาบอย่างอดกลั้น "ฉันไม่ได้จำผิด ขอโทษที่มาทำให้วุ่นวายนะ ถ้าทุกคนกลัวก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปเอง"
แพรวถอนใจ "กล้าเกินไปนะเธอ เมืองนี้มันไม่ใช่ว่าใครจะทำอะไรก็ได้" เธอโบกมือ "จะไปไหนก็ระวังไว้ละกัน มีเบอร์ฉันก็โทรได้"
เสียงโทรศัพท์บรรณารักษ์ดังขึ้นทันทีในมือมายา เสียงเรียกเข้าชื่อ “Waran” สะท้อนหลายรอบอย่างไม่ปกติ ไม่มีใครพูดอะไร มายากดรับ แต่ไม่มีเสียง มีแค่เสียงเพลงกล่อมเด็กแปลกๆ ผ่านสาย
ทุกคนมองตากัน นิ่ง อยู่นาน ไม่มีใครกล้าทำลายความเงียบนั้น
ในชั้นใต้ดิน หนังสือยังคงตกลงมาจากชั้นบนๆ ทีละเล่ม ๆ โดยไม่มีใครแตะต้อง…