คืนลับบนเกาะเลือน
เสียงดังกุกกักดังแทรกผ่านความเงียบของเรือสำรวจลำเล็กที่แล่นฝ่าเกลียวคลื่นกลางทะเลสีเทา อินผู้เป็นคนเงียบขรึม หน้าตาเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากงานศิลปะ กำลังจ้องแข็งกร้าวไปที่ขอบฟ้า ราวคาดว่าสิ่งใดรออยู่บนเกาะเล็กข้างหน้า หยาดเหงื่อซึมออกจากขมับแต่เจ้าตัวไม่ปริปากบ่น ซิน หญิงสาวผมหยักศกผู้ยิ้มง่ายนั่งข้างกัน พยายามปลอบด้วยถ้อยคำไม่ติดหรู “อยากกลับก็สายแล้วนะ พอขึ้นเกาะก็ต้องลุยให้สุดแล้วล่ะ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แบงค์ ชายร่างสูงผู้กว้างขวางยิ้มขื่น “จะกลัวอะไรกันนักหนา เกาะนี้เขาว่าอะไรนะ…ลึกลับ? ผีดุ? หรือแค่เจ้าสำนักเต้าหู้ตุ๋นที่เลื่องลือ?” อนิกา เพื่อนที่มาจากจังหวัดไกลแดนคล้ายไม่อ่านอารมณ์ใคร พลางถ่ายรูปวิวจากกล้องฟิล์มที่ยังปรับแสงผิด ๆ ถูก ๆ
ทันทีที่ถึงฝั่ง พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างประหลาด ลุงสา ผู้ดูแลเกาะ ปากเปียกน้ำหมาก เตือนผ่านแววตาไม่กะพริบ “บนเกาะนี้อย่าเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน ทะเลมันกลืนคืนทุกอย่างที่มันต้องการ” ซินหัวเราะคิก แต่แววตากระวนกระวาย อินขบฟันกรอด ไม่ได้กลัวแต่ไม่ไว้ใจ
คืนแรก พวกเขานั่งสนทนาใต้แสงเทียนในห้องกระท่อมไม้เล็ก ๆ เสียงคลื่นดังอยู่เสมือนดนตรีพื้นหลังที่ไม่มีใครสั่ง อินพยายามจะอยู่เงียบ ๆ แต่ซินอดแหย่ไม่ได้ “นี่ อยู่เกาะกับพวกเราสิ แต่อย่าหายไปไหนล่ะเว้ย” แบงค์กอดอก กระซิบ “ถ้ามีใครซักคนหายนี่คงมันส์น่าดู”
เช้ามืด แบงค์เดินหาซินและอนิกาแต่มองไม่เห็นอิน กลิ่นอายทะเลกรุ่นปะทะจมูก เสียงคลื่นซัดหินกรวดถี่ขึ้น เข้าไปดูในห้อง ทุกอย่างว่างเปล่า และบนเตียงของอินเหลือเพียงกระดาษสีขาวแผ่นเดียวที่ถูกฉีกแหว่ง “ออกตามหาแถวชายหาดกันมั้ย” อนิการ้อง สายตาวูบไหว ไม่แน่ใจว่าควรเป็นห่วงหรือแค่เล่นตามเพื่อน
บนชายหาด พวกเขาพบรอยเท้าเพียงคู่เดียวมุ่งสู่น้ำทะเล ทุกคนเงียบ รอยเท้านี้คือปริศนา ซินจับมืออนิกา สบตาแบงค์ “เราต้องเข้าใจอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเกาะนี้ก่อน อินจะ…เขาต้องปลอดภัย”
แบงค์ตัดสินใจเดินเข้าไปในป่าลึกตามรอยบางอย่างที่สะดุดตา กิ่งไม้หักและเศษผ้าเปื้อนแดง บรรยากาศหนาวเย็นผิดวิสัย แววตาเขาแข็งกร้าวเก็บซ่อนความกลัว ซินกระซิบ “นายไม่ควรไปคนเดียว”
ในป่า เสียงกิ่งไม้กระทบ เกือบทุกครั้งลมจะทำให้เงาเต้นกระโดดบนพื้น อนิการ้องเรียกอิน เสียงสะท้อนแผ่วหายไป ซินหยุดมองภาพถ่ายในกล้องอนิกา มีเงาลึกลับอยู่ด้านหลังอินในรูปเมื่อคืน อนิการู้สึกสั่น ใบหน้าไร้สีเลือด
ลุงสาเดินเข้ามาเงียบ ๆ “เกาะนี่มีเรื่องบอกเล่าเยอะ ใครว่าอะไรหาย มันไม่ได้อยากถูกเจอ” แบงค์สวน “ลุงกำลังบอกว่ามีอะไรอยู่บนเกาะ?” ลุงสานิ่ง ถือพวงกุญแจแน่น
เย็นวันนั้น ซินนั่งใต้แสงเทียน ใบหน้ากังวล สายตาไล่ตามเงาที่เคลื่อนไหวบนผนัง เธอกระซิบกับอนิกา “ฉันกลัว…อินเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ถ้าเขา…” อนิการ้องไห้ “เราไม่ควรให้เขาออกไปคนเดียวเลย” ทั้งคู่กอดกัน เงียบงัน
คืนนั้น ลมกรรโชกแรง เสียงฟ้าร้องโทรม ๆ อินถือไฟฉายโผล่ออกจากเงามืด แววตาเศร้าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “ฉันต้องออกไป ฉัน… ฉันทำผิดมาก่อน ฉันกำลังโดนตามล่า” ซินและอนิกาตกใจ แบงค์พุ่งเข้าจับแขนอิน
“นายพูดอะไรของนาย? มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” อินมองต่ำ น้ำตาไหล “วันนั้นที่ฉันมาเกาะนี้ครั้งแรก ฉันเห็นเด็กจมน้ำ…แต่ฉัน…ฉันกลัวจนไม่ช่วย”
อนิกานิ่งงัน น้ำตาซึม “อิน…มันไม่ใช่ความผิดของนายแค่คนเดียว” ซินหันไป “เราทุกคนต่างมีบางอย่างที่กลัวอยู่ทั้งนั้น ถ้า…ถ้าเราไม่เผชิญ เราก็จะติดอยู่ที่นี่”
ไฟฉายดับ เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา ลุงสาเปิดประตูพรวดเข้ามา “ทุกคนต้องอยู่ในบ้าน อย่าออกไปเด็ดขาด คืนนี้มันแรง” แววตาลุงสาเต็มไปด้วยความกลัวมากจากประสบการณ์ที่ฝังใจพอ ๆ กับทุกคนในห้อง
แต่อินกลับเดินออกไปอีกครั้ง “ถ้าความผิดของฉันเป็นสิ่งที่ฉันต้องเผชิญ ฉันจะไม่หนีอีก” ซินร้องลั่น “อิน! กลับมา!” อนิการ้องไห้ แบงค์สบถหยาบ กำมือแน่นแต่ไม่กล้าตามออกไป
กลางป่า อินมองเห็นเงาเด็กน้อยคล้ายล่องลอยอยู่อย่างไร้เสียง อินทรุดเข่าลงน้ำตาไหลพราก เขากระซิบ “ขอโทษ…ขอโทษจริง ๆ” เงานั้นไม่ตอบ แต่สายลมเย็นเฉียบพัดผ่าน
ซินกับอนิกาตัดสินใจออกตามหาอินในยามค่ำคืน แม้ลุงสาจะห้าม อนิการ้องเสียงสั่น “เราเป็นเพื่อนกัน เราต้องช่วยกัน” ก้าวเดินอย่างหวาดกลัวแต่ไม่ถอย ซินหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดไฟ ฉายแสงผ่านพุ่มไม้
เสียงแตกของกิ่งไม้ดังขึ้นพร้อมเงา 2 เงาพาดผ่าน ทั้งสามคนต่างกอดกันตัวสั่น อินหันกลับมา มองสบตาเพื่อนทั้งสอง “ฉันกลัว…แต่ฉันไม่อยากหนีอีก”
แบงค์โผล่มาในที่สุด “ไม่มีใครต้องรับผิดคนเดียว เรารอดทั้งกลุ่มหรือล่มทั้งกลุ่ม!” สีหน้าทุกคนต่างเปลี่ยนจากแววตาแปลกแยก กลายเป็นยิ้มมั่นใจ แต่เปี่ยมด้วยคราบน้ำตา
เสียงกรีดร้องของลมพร้อมเงาเด็กน้อยลอยหายไปในทะเล พอฟ้าสาง ทุกคนออกเดินชายหาด ชมวิวพร้อมรอยยิ้ม อินหันไป “ขอบคุณ…ที่ไม่ทิ้งกัน” ลุงสาหัวเราะเบา ๆ “เกาะนี่มักเปลี่ยนคนที่กล้ามองความจริง”
คราบเทียนหยดสุดท้ายหล่นลงบนโต๊ะไม้เก่า อินนั่งล้อมวงเพื่อนแสนดี เงาของอดีตยังอยู่ที่นั่น แต่มิตรภาพกลับสดกว่าเคย เกาะเลือนอาจกลืนทุกอย่างที่มายังฝั่ง แต่มิตรภาพครั้งนี้คงเหลืออยู่ตราบวันหน้า