เสียงเพรียกในเรือนเก่า
เสียงฝีเท้าของรัตน์สะท้อนก้องอยู่บนพื้นไม้อันแห้งกรอบขณะเดินเข้าไปในเรือนเก่ากลางหมู่บ้านห่างไกล ประตูไม้บานใหญ่ส่งเสียงลั่นเหมือนครางเบาๆ ทุกครั้งที่ถูกผลักเข้าออก อากาศในบ้านชื้นและเย็นกว่าข้างนอก ทั้งที่เป็นเวลากลางวัน รัตน์สูดหายใจลึก ความเงียบงันรอบตัวราวกับต้อนรับเธอกลับบ้านอย่างไม่จริงใจนัก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เธอหยุดมองรูปถ่ายขาวดำบนผนัง มีภาพแม่สมัยสาวๆ กับหญิงชราหน้าตาเคร่งขรึม สายตาของหญิงชราดูเหมือนจับจ้องมาแม้รัตน์จะหันหลังให้ รูปนั้นเคยทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลาคิดถึงอดีตมากนัก รัตน์ต้องกลับมาดูแลแม่ที่ป่วย แม้ใจอยากหนีไปไกลก็ตาม
เสียงกุกกักเบาๆ ดังมาจากห้องครัว รัตน์เดินตามเสียงไป พบแม่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ ดวงตาคล้ายล่องลอย มือประคองถ้วยชาร้อนๆ อย่างหลวมๆ “กลับมาแล้วเหรอ…รัตน์” แม่พูดเสียงแผ่ว “คืนนี้อย่าออกไปไหนนะลูก มีเสียงเรียก อย่าไปตอบ”
รัตน์นิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยายามยิ้ม “แม่ฝันร้ายเหรอคะ?” แม่เพียงส่ายหน้าเบา ๆ ไม่พูดอะไรอีก สายตาจับจ้องไปยังหน้าต่างที่บานไม้ใกล้จะผุ รัตน์รู้สึกเหมือนมีบางอย่างอยู่ตรงนั้นแต่เมื่อมองออกไปก็มีเพียงความมืดของต้นไม้หนาแน่น
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า รัตน์ใช้เวลาสำรวจบ้านเก่า รายละเอียดหลายอย่างยังคงอยู่เหมือนเดิม กลิ่นธูปอ่อน ๆ ลอยมากับสายลมจากศาลหน้าบ้าน บางครั้งเหมือนจะมีเสียงกระซิบแว่วมาเบา ๆ จากทางเดินหลังบ้าน แต่เมื่อฟังดี ๆ กลับไม่มีใคร
ค่ำคืนแรก รัตน์นอนไม่หลับ เสียงไม้ลั่นกับเสียงลมพัดผ่านทำให้เธอใจเต้นแรง ในความเงียบ เธอได้ยินเสียงเรียกชื่อเบา ๆ เหมือนเด็กหญิงกระซิบข้างหู “รัตน์…รัตน์…” เธอลุกขึ้นมองไปรอบห้อง ไม่พบอะไร มีเพียงความมืดที่คืบคลานเข้าหาเตียง
เช้าถัดมา ญาติห่าง ๆ ชื่อป้าแสงมาเยี่ยม ป้าแสงนั่งมองรัตน์ด้วยแววตาแปลกประหลาด “เมื่อคืนฝันเห็นอะไรรึเปล่าหนู? บ้านหลังนี้มันมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าแค่ความทรงจำนะ” รัตน์ฝืนยิ้ม “ไม่มีอะไรค่ะ แค่ฝันแปลก ๆ”
ป้าแสงหัวเราะแผ่ว ๆ ก่อนจะกระซิบชิดหู “ถ้าได้ยินเสียง อย่าออกไปนอกห้องเด็ดขาด” คำพูดนั้นทำให้ใจรัตน์หนักอึ้ง เธอเก็บความสงสัยไว้ขณะเดินไปในลานหลังบ้าน เห็นศาลเก่า ๆ มีดอกไม้แห้งวางอยู่ กลิ่นอับคลุ้งจนรัตน์ต้องเบือนหน้า
กลางคืนที่สอง เสียงกระซิบดังขึ้นชัดเจนกว่าเดิม คราวนี้ไม่ได้เรียกชื่อ แต่เป็นถ้อยคำแปลกประหลาด ฟังคล้ายภาษาถิ่นเก่าแก่ รัตน์ซ่อนตัวใต้ผ้าห่ม ขณะที่เงาบางอย่างฉายอยู่ข้างนอกหน้าต่าง เธอแนบใบหูไว้กับหมอน พยายามกลั้นหายใจไม่ให้ตัวเองร้องไห้
รุ่งเช้า รัตน์สังเกตเห็นคนงานดูแลสวนหลบสายตาเธอ ไม่กล้าพูดคุยเหมือนปกติ เธอได้ยินเสียงแม่กับป้าแสงคุยกันเบา ๆ ที่ห้องรับแขก เสียงแม่สั่นเครือ “เขากลับมาแล้วใช่ไหม?” ป้าแสงตอบเสียงเบา “มันยังไม่จบ แกต้องเตือนรัตน์ อย่าให้เด็กคนนั้นมาเอาตัวไป”
รัตน์เดินเข้าไปในห้อง แม่กลับนิ่งเงียบทันที เมื่อรัตน์ถาม ทั้งสองคนปฏิเสธ เธอได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ขณะเดียวกันความรู้สึกเหมือนมีใครคอยจับตามองก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
คืนต่อมา เสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินวนอยู่รอบเตียงรัตน์ เธอหลับตาแน่น ร่างกายแข็งทื่อ รัตน์ได้ยินเสียงร้องไห้เบา ๆ จากอีกฝั่งของห้อง เสียงเด็กผู้หญิง “หนาว…หนาว” เธอบีบมือกับผ้าปูเตียงจนแน่นจนเล็บจิกผ้า ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตา
เช้าวันถัดมา รัตน์ตัดสินใจค้นห้องเก็บของใต้บันได เจอกล่องเก่า ๆ บนฝามีชื่อของเธอเขียนด้วยลายมือแม่ ข้างในมีตุ๊กตาผ้าเก่าและจดหมายฉบับหนึ่งจ่าหน้าถึงเธอ เมื่อเปิดอ่าน รัตน์พบถ้อยคำเตือนว่าอย่าตอบรับเสียงเรียกในบ้านหลังนี้ เพราะมันจะเปิดทางให้สิ่งที่ถูกขังอยู่กลับมา
รัตน์เงียบงัน น้ำตาเอ่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอหวนคิดถึงอดีตตอนเด็กเคยได้ยินเสียงร้องไห้เบา ๆ ในบ้านหลังนี้ครั้งหนึ่ง แต่แม่บอกว่าเป็นเสียงลม เธอไม่เคยเชื่อสนิทใจ
ค่ำวันนั้น ป้าแสงมานั่งกับรัตน์ที่ระเบียง เสียงจิ้งหรีดดังแข่งกับความเงียบ ป้าแสงพูดขึ้นแผ่วเบา “เมื่อก่อน บ้านนี้เคยมีเด็กหญิงคนหนึ่งหายไป ไม่มีใครเจอร่าง เธอเป็น…ญาติของหนูเอง คนในบ้านช่วยกันปิดข่าว เลยไม่มีใครพูดถึงอีกเลย”
รัตน์นิ่ง เงียงหูฟังเสียงของป้าแสงและพยายามไม่เชื่อ “แล้วทำไม…เสียงเรียกนั่นถึงยังอยู่…?” ป้าแสงไม่ตอบ แต่จับมือรัตน์เบา ๆ
คืนที่ฝนตกหนัก รัตน์ได้ยินเสียงร้องไห้ดังขึ้นกว่าเดิม คราวนี้มีเสียงเคาะประตูดังเป็นจังหวะ รัตน์ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินไปที่ประตูด้วยหัวใจเต้นโครมคราม เธอถาม “ใคร…?” มีเพียงเสียงกระซิบตอบกลับ “เปิด…หนาว…”
มือของรัตน์สั่น เท้าก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ เงาที่ประตูเริ่มขยายใหญ่ขึ้นราวกับมีบางอย่างยืนอยู่ข้างนอก เธอรีบกลับมานั่งบนเตียง หลบสายตาไม่กล้ามองออกไปนอกห้อง รัตน์ได้แต่ภาวนาให้เสียงนั้นหายไป
เช้าวันถัดมา แม่ของรัตน์อาการแย่ลง พึมพำแต่คำว่า “อย่าเปิด อย่าตอบ อย่าให้เข้ามา” ป้าแสงดูเครียดขึ้นเรื่อย ๆ เธอเริ่มหลบหน้ารัตน์เมื่อถูกซักถามเรื่องเด็กหญิงที่หายไป คนงานก็เริ่มลาออกทีละคน บ้านกลายเป็นสถานที่เงียบเหงาและวังเวงมากกว่าเดิม
รัตน์เริ่มฝันถึงใบหน้าของเด็กหญิงซ้ำ ๆ แม้จะตื่นแต่ก็ยังรู้สึกถึงกลิ่นอับและเสียงกรีดร้องแว่ว ๆ ในหัว เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าอะไรคือความจริง อะไรคืออุปาทาน รัตน์เดินวนเวียนในบ้าน ราวกับกำลังถูกบางอย่างนำทาง
วันหนึ่งรัตน์พบกับชายชราคนสวน ผู้ไม่เคยพูดกับเธอมาก่อน เขาพูดเบา ๆ ขณะรดน้ำต้นไม้ “บ้านนี้มีเสียงเรียก แต่เขาไม่อยากให้ใครรู้ เขาคิดถึงคนของเขา…แต่ไม่มีใครกล้ารับฟัง” รัตน์ถามว่าใครคือ “เขา” ชายชราเพียงส่ายหัวและเดินจากไป
คืนนั้น เสียงเรียกดังขึ้นชัดเจนกว่าเดิม มีทั้งเสียงร้องไห้ เสียงหัวเราะ เสียงกระซิบที่แฝงด้วยความเศร้าและโทสะ รัตน์เริ่มเห็นเงาดำเคลื่อนไหวไปมาตามทางเดิน บางครั้งเห็นเป็นรูปร่างเด็กหญิงร่างเล็กยืนอยู่ริมหน้าต่าง เห็นแววตาจ้องมาทางเธอ
รัตน์เริ่มพูดคุยกับเสียงในบ้านอย่างไม่รู้ตัว ถามว่า “ต้องการอะไร…” เสียงในความมืดตอบกลับ “หนาว…เหงา…เจ็บ…” รัตน์ร้องไห้ เธอเริ่มกลัวว่ากำลังเสียสติ
วันหนึ่งเธอพบป้าแสงนั่งร้องไห้อยู่ในห้องพระ ป้าสารภาพทั้งน้ำตา “ป้าคือคนเห็นเหตุการณ์วันนั้น แต่ป้าไม่กล้าพูดเรื่องเด็กคนนั้นกับใคร ป้ากลัว…กลัวเขาจะมาทวงคืน” รัตน์นิ่งงัน น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้แล้วว่าทำไมทุกคนถึงกลัวเสียงเรียกนี้
คืนนั้น รัตน์ตัดสินใจเดินไปยังห้องใต้หลังคาที่ถูกปิดตายมานาน เธอผลักประตูเข้าไป ในห้องมีอากาศเย็นเฉียบและกลิ่นอับ กลางห้องมีกล่องของเล่นเก่า ๆ และตุ๊กตาผ้าขาด ๆ เธอก้มลงหยิบมันขึ้นมา เสียงร้องไห้ดังขึ้นรอบตัว “หนาว…เหงา…อยู่ด้วย…ได้ไหม…”
รัตน์นั่งลงกลางห้อง น้ำตาไหล เธอกระซิบกลับไป “ขอโทษ…ขอโทษที่ทิ้งเธอไว้…ขอโทษที่ไม่ช่วย…” เสียงร้องไห้เงียบไป เหลือเพียงความเงียบงันอันแสนกดดัน รัตน์รู้สึกเหมือนมีมือเล็ก ๆ มาสัมผัสไหล่เธอเบา ๆ เธอหลับตา ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา
รุ่งเช้า แม่ของรัตน์อาการดีขึ้นอย่างน่าประหลาด เธอลุกขึ้นมายิ้มให้ลูกสาว รัตน์มองแม่ด้วยความงุนงง ป้าแสงเองก็ดูโล่งใจ บ้านทั้งหลังกลับมาสว่างไสวมากกว่าที่เคย
แต่ในคืนถัดมา ขณะรัตน์นอนหลับ เธอได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหูอีกครั้ง “ขอบคุณ…แต่หนูกลับมาไม่ได้…” เสียงนั้นแผ่วเบาและเศร้า รัตน์หลับตา ปล่อยให้น้ำตาไหล โดยไม่รู้ว่าต่อจากนี้บ้านหลังนั้นจะเงียบลงหรือไม่ หรือเสียงเรียกจะยังคงวนเวียนอยู่ที่เดิม…รอใครสักคนกลับมาตอบรับอีกครั้ง