ภารกิจแก้บนวุ่น บ้านโค้งต้นข้าว
เสียงไก่ขันแซมเสียงตะโกนของย่าแตงจนชาวบ้านข้างเคียงลุกขึ้นตื่นทั้งหมู่บ้าน “เฮ้ยยย! ได้หมดทั้งเป็ดทั้งไก่แบบนี้ ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์มันต้องใหญ่!” ชายแก่แห่งบ้านโค้งต้นข้าวยังคงนอนตะแคงในบ้านตัวเองพลางถอนหายใจ “งานเข้าแต่เช้าอีกแล้วสินะแม่แตง…”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!หน้าศาลเจ้าเล็กหน้าบ้านย่าแตง รถมอเตอร์ไซค์ของแว่น ลูกชายสุดเนิร์ดผู้มั่นใจในเทคโนโลยีกับเลขเด็ด กำลังจอดคุยกับสมดี เพื่อนบ้านสาวใหญ่ปากไว
“ได้ยินแม่แว่วๆว่าวันนี้จะแก้บนใหญ่เหรอวะ สมดี”
สมดีทำหน้าถมึงทึง “ใหญ่อะไร เดี๋ยวเห็นจะรู้กัน!”
ย่าแตงเดินถือข้าวต้มปลาพร้อมจุดธูปฟืดฟาด สีหน้าเต็มด้วยศรัทธาในโชคชะตา เธอพูดลอยๆ “บนไว้ว่าถ้าถูกอีกงวดจะเลี้ยงต้มไก่ทั้งตำบล!” แว่นมองแม่แล้วหัวเราะในใจ เพราะลอตเตอรี่ที่ย่าถูกรางวัลไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ แต่เพราะเขาแกล้งซื้อเลขเดิมให้ย่าทุกงวด เอาเลขที่หยอดไว้ในตู้ปลาแม่มาตัดสลับ
“แม่รู้ไหม ทำแบบนี้เดี๋ยวใครๆ ก็คิดว่าแม่เป็นเจ้าแม่หวยนะ” แว่นลองหยั่งเชิง
“ใครมันจะสน บนแล้วต้องแก้ ลูกก็ช่วยกันหน่อย!”
ฉากตัดมาที่ยายแดงเพื่อนสนิทย่าแตง กำลังนินทาเสียงเบาในบรรยากาศเช้าสลัว ๆ ว่า “แกว่าปีนี้จะได้กินไก่ฟรีสองรอบแล้ว! ฮา….”
ทันใดนั้นสมดีถือโทรโข่งจากงานกีฬาสีปีก่อน ตะโกนประกาศ พลอยให้นักเรียนจากโรงเรียนข้าง ๆ หันมามุง “ใครอยากกินต้มไก่ รอแก้บนด้วยกัน อาหารฟรี!”
นักเรียนชายชื่อเต้ย ลงมาจากรถจักรยานด้วยท่าตื่นเต้น วิ่งมารีบถาม “ป้า ผมต้องสมัครยังไงหรือเป็นครอบครัวศิษย์สายศาลด้วยรึเปล่า”
สมดีเบ้ปาก “แค่มีท้องก็มาได้หมด!”
ฉากต่อมาแว่นติดต่อเพื่อนสนิทสุดกวน ใบข้าว ผู้เป็นครูพละบ้าพลังของหมู่บ้าน เจอบนมอเตอร์ไซค์หน้าบ้าน
“เอางี้นะ ต้มไก่ต้องใหญ่สุด ๆ เป็นสถิติหมู่บ้านได้เลย”
ใบข้าวลูบหัวคิด “แปลว่าต้องร่วมมือกันขนหม้อจากวัดมาด้วยแน่…ไปมั้ย?!”
แว่นถอนหายใจ “ถ้าเรื่องนี้จบดี ผมจะหยุดซื้อลอตเตอรี่สลับเลขแม่”
เมื่อข่าวแพร่ไป ทุกบ้านต่างช่วยกันคิดสูตรต้มไก่ของแต่ละบ้าน จนกลายเป็นสงครามเล็ก ๆ ระหว่างสมาคมแม่บ้าน รุ่นพ่อยอดนักชิม และผู้นำวัดที่ยืมหม้อใครไม่ได้เพราะทุกบ้านเขียนชื่อหม้อและเอาเชือกผูกไว้กับประตูบ้าน กลัวหม้อหาย
“หม้อบ้านเราใหญ่วงสุด ขอยืมหน่อยแม่ปลายฤดู!”
แม่ปลายฤดูขมวดคิ้ว “ห้าม! งานกฐินก็ยังไม่ได้คืนหม้อเลย เดี๋ยวหม้อฉันกลมเหนียว!”
สงครามหม้อต้มไก่ในชุมชนขยาย ส่วนเต้ยกับกลุ่มนักเรียนตั้งปณิธานขอผูกมิตรกับป้าสมดีเพราะหวังจะได้ต้มไก่ซ้ำสอง
ความวุ่นวายระลอกใหม่เกิดขึ้นเมื่อหม้อใหญ่สุดหายไป ติดป้าย “ถูกยืมดูดวง” อยู่หน้าวัด
“ดูดวงกับหม้อต้มไก่เนี่ยนะ?!” แว่นประสานเสียงกับสมดี
ยายแดงคิดเองเออเองว่าที่หม้อหายเป็นคนในหมู่บ้านอื่นมาลัก ประกาศดักทางเสียงดัง “โจรขโมยหม้อแฝงกายเป็นญาติพี่น้องเรานะยะ!”
ใบข้าวคิดแผนใหม่ สำรองหม้อเล็กแต่ดันผสมต้มไก่กับน้ำต้มส้มของยายแดง กลิ่นงง ๆ จนย่าแตงเดินมาจาม
“เอ้า เอาน้ำต้มอะไรกลิ่นแปลก ๆ มาต้มไก่!”
แว่นกำลังหัวเราะ ก็ถูกแม่ถลึงตาใส่ “ขำอะไร กล้าหัวเราะในวันแก้บนเหรอไอ้ลูกบ้า!”
ขณะเดียวกัน เต้ยและเพื่อนดันรับปากทุกบ้านว่าจะช่วยขนไก่กลัวไม่ได้กินฟรี สุดท้ายได้กล่องใส่ลูกเจี๊ยบจิ๋วกลับบ้านแทนไก่จริง
ใกล้เริ่มพิธี แว่นรู้สึกผิดที่หลอกแม่ เลยแวะไปบอกสมดี “ฉันจะสารภาพ แม่ไม่ได้โชคอะไรหรอก… ฉันซื้อลอตเตอรี่เองตลอด!”
สมดียิ้ม “จะแก้บนหรือแก้กรรมเนี่ย!”
พิธีเริ่ม ย่าแตงกล่าวนำอย่างองอาจ ยิงมุก “ขอให้ทุกบ้านโชคดีติดหม้อ ติดเตา อย่าเหมือนบางบ้านที่ติดใจแต่เลขหวย!” ทุกคนอึ้งก่อนฮาหนัก
ทันใดนั้นคนในหมู่บ้านที่หายไปพร้อมหม้อใหญ่กลับมาสารภาพว่าหม้อเอาไปต้มน้ำสมุนไพรให้อาสาสมัครที่วัด พอกลับมาก็ลืมวางคืน คนทั้งชุมชนโล่งใจปนขำ
ใบข้าวเอาน้ำต้มไก่กลิ่นประหลาดแจกทุกบ้าน เต้ยเพี้ยนใส่ลูกเจี๊ยบที่หลงเหลือกลางลาน เฮฮาเสียงดัง “ไก่จิ๋วก็จิ๋ว…ขอฟรียี่สิบตัวได้มั้ยครับป้า!”
ท้ายที่สุด ย่าแตงยิ้มเอ็นดู แว่นเข้าไปสารภาพกลาย ๆ เรื่องลอตเตอรี่ “แม่ ผม…เป็นคนซื้อหวยให้เองตลอดแหละ”
ย่าแตงโอบลูกชาย “แม่ก็ว่าลูกซื้อง่ายผิดปกติ… เอาเถอะ ยังไงแม่ก็รักลูกนะ ต้มไก่ก็อร่อยดีเหมือนทุกปี ค่าแก้บนก็ได้เพื่อน ได้หัวเราะ ได้หม้อกลับคืน”
สมดีตะโกนส่งท้าย “ปีหน้าทำแกงเลียงให้หมู่บ้านแทนแล้วกันนะตาแว่น!” เต้ยทำท่าจะถามว่าสมัครกินแกงเลียงยังไงดี แต่แล้วเสียงขบขันของบ้านโค้งต้นข้าวก็ดังขึ้นทั่วทุ่ง เป็นอันจบวันแก้บนวุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นต้มไก่และน้ำใจคนไทย