ร่องรอยในเงาตะวัน
เสียงเครื่องยนต์เก่า ๆ ของรถกระบะสีเงินสั่นสะท้านไปบนถนนลูกรังที่ทอดยาวสู่หมู่บ้านปลายป่า ลมเย็นปะทะหน้าต่าง ซาร่าเพ่งสายตาไปยังต้นไม้ที่เรียงรายสองข้างทาง เธอเงียบ ไม่พูดอะไรกับใครแม้แต่น้อย จนกระทั่งเอิร์ธที่นั่งข้าง ๆ ถอนหายใจเบา ๆ “แน่ใจเหรอว่าต้องไปถึงบ้านนั่น?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ซาร่าปล่อยให้ความเงียบลอยวนระหว่างพวกเขาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตอบด้วยเสียงแผ่ว “กวางไม่มีทางทิ้งของสำคัญไว้ที่นั่นแน่ ถ้าเราไม่หา…จะไม่มีใครรู้”
รถกระบะหยุดหน้าบ้านไม้สองชั้นอายุเกินห้าสิบปี สีซีดจางจนแทบดูไม่ออกว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นสีอะไร หน้าต่างปิดสนิท ผ้าม่านเก่าคร่ำดูเหมือนมีกระแสลมหายใจข้างใน ทุกคนลงจากรถอย่างลังเล ออยมองขึ้นไปยังชั้นสอง “บ้านแบบนี้…ยังกล้าเข้าอีกเหรอ?”
บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิท มีเพียงเสียงใบไม้ร่วงและเสียงฝีเท้าของกลุ่มเพื่อน—ซาร่า เอิร์ธ ออย และบาส—ที่เดินเข้าใกล้ประตูไม้เก่าซึ่งส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อซาร่าผลักเข้าไป ภายในบ้านเย็นเยียบและมืดสลัว กลิ่นอับชื้นกับกลิ่นไม้ผุโชยมาแตะจมูก
เอิร์ธเปิดไฟฉาย โทรศัพท์สั่นแสงสว่างวูบวาบไปตามผนัง “เราแค่หาของกวางแล้วกลับก็พอ อย่าแยกตัวนะ”
บาสเดินตามหลังสุด ดวงตาไม่ละจากบันไดไม้ที่ทอดขึ้นสู่ชั้นสอง “ถ้ารีบคงเสร็จเร็ว”
เวลาผ่านไป ทุกคนกระจายกันหาของในห้องโถงใหญ่ ออยเจอสมุดบันทึกเก่าของกวางวางอยู่บนชั้นหนังสือที่เปื้อนฝุ่น เธอก้มลงหยิบขึ้นมา “เธอคิดว่า…ในนี้จะมีอะไรไหม?”
ซาร่ารับสมุดมาถือไว้ นิ่งไปชั่วขณะเมื่อสายตาเธอเห็นชื่อใครอีกคนเขียนอยู่ข้างใน ไม่ใช่ชื่อกวาง แต่เป็นชื่อที่เธอไม่คุ้นเคยเลย ‘บุษบา’
เสียงฝีเท้าบนชั้นสองดังขึ้นราวกับมีใครเดินอยู่ บาสเงยหน้ามอง เอิร์ธรีบหันไป “ใครเดินบนบ้าน?”
ทุกคนหยุดนิ่ง เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ซาร่าค่อย ๆ เดินขึ้นบันได มือกำสมุดบันทึกแน่น ทุกคนตามขึ้นไปทีละคน ห้องนอนที่ประตูปิดอยู่ดูหนาวเย็นกว่าห้องอื่น ๆ ซาร่าผลักประตูเข้าไป พบเพียงเงามืดและกลิ่นอับที่คุ้นเคย
บาสเดินวนดูรอบห้อง มุมหนึ่งของผนังมีรอยขีดเหมือนมีใครข่วนไว้ เขาเอื้อมมือแตะผนัง “นี่มันอะไร…”
ซาร่าเปิดสมุดบันทึก อ่านเนื้อหาเพียงสองสามบรรทัด ดวงตาเธอเบิกกว้าง หน้าซีดลงในทันที “กวางเขียนถึง…ผู้หญิงคนนี้ บุษบา เขาว่ามีเสียงเรียกชื่อเขาในบ้าน ทุกคืน…”
เอิร์ธกลืนน้ำลาย “ใครจะมาที่นี่ตอนกลางคืน…”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหมือนลากเท้าไปตามพื้นไม้เก่า ทุกคนเงียบกริบ ออยขยับมาจับแขนซาร่าแน่น
บาสลองเปิดหน้าต่าง แต่บานนั้นถูกตอกตะปูแน่น “ไม่มีทางออก”
หลังจากสำรวจไปเรื่อย ๆ ออยเจอรูปถ่ายเก่าที่ถูกฉีกครึ่ง เธอพลิกดูด้านหลัง มีวันที่จาง ๆ “พ.ศ. 2529” เอิร์ธขมวดคิ้ว “นั่นมัน…ปีเดียวกับที่มีข่าวเด็กหายที่นี่”
ซาร่ามองหน้าทุกคน “เราต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับกวาง ก่อนจะสายเกินไป”
คืนนั้นพวกเขาตัดสินใจพักที่นี่เพื่อรอเช้าเพราะออกไปตอนนี้ไม่ปลอดภัย ทุกคนนั่งเงียบในห้องโถงกลาง เอิร์ธกับบาสผลัดกันเดินตรวจความเรียบร้อย ซาร่าอ่านสมุดบันทึกต่อ มีข้อความประหลาดว่า ‘ถ้าได้ยินเสียง อย่าขานรับ อย่ามองหา’
เวลาผ่านไป เสียงฝีเท้ากับเสียงขูดขีดเริ่มถี่ขึ้น ออยเริ่มร้องไห้ “เราไม่ควรมาเลย ซาร่า…” ซาร่าไม่ตอบ แต่มือเธอสั่นจนสมุดบันทึกร่วงหล่น
จู่ ๆ ไฟฉายของเอิร์ธดับสนิท ทั้งบ้านจมสู่ความมืด มีเพียงแสงจันทร์แผ่ว ๆ ที่ลอดผ้าม่านเข้ามาตกพื้น เงาของต้นไม้ส่ายไหวเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างนอก
เสียงกระซิบเบา ๆ ลอยมา “ซาร่า…กลับบ้าน…ซาร่า…” ทุกคนแน่นิ่ง เอิร์ธพยายามมองหาแหล่งที่มาของเสียง แต่กลับเห็นเพียงเงาดำริบหรี่เคลื่อนไหวอยู่ตรงทางเดิน
บาสกลั้นใจ “ใครอยู่ตรงนั้น!”
ไม่มีเสียงตอบกลับมา มีแต่เงาที่ดูยืดยาวผิดสังเกตเหมือนกำลังจ้องพวกเขาอยู่
ซาร่าเริ่มสงสัยในเจตนาของเพื่อน ๆ เมื่อเห็นเอิร์ธกระซิบกับออยสองต่อสอง ออยทำท่าเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง
บาสเดินแยกตัวไปสำรวจห้องเก็บของ เขาเจอกล่องไม้เก่า ภายในมีของเล่นและเครื่องรางโบราณ รูปปั้นไม้หน้าตาแปลกประหลาด บาสหยิบขึ้นมาดูอย่างไม่ไว้ใจ
จู่ ๆ มีเสียงกุกกักในกล่องอีกใบ บาสลังเลแต่สุดท้ายเปิดออก เขาพบกระดาษขาดเขียนด้วยลายมือสั่น ๆ ‘ห้ามคืนสู่เงา’
ในขณะที่บาสกำลังจะเดินออกจากห้อง ประตูปิดเองเสียงดัง เอิร์ธและซาร่าได้ยินเสียงร้องรีบวิ่งไปช่วย ประตูเปิดไม่ออก มีเสียงขูดขีดจากผนังตามมา
ออยนั่งน้ำตาไหล มือกำรูปถ่ายแน่น เธอพร่ำพูดกับตัวเองเบา ๆ “มันจะกลับมาอีกใช่ไหม…”
สุดท้ายประตูเปิดออกเอง บาสออกมาหน้าซีดจัด มือยังถือกระดาษแผ่นนั้น “เราต้องไม่อยู่ตรงนี้นาน…”
ซาร่าได้กลิ่นบางอย่างจากทางห้องใต้บันได เหมือนกลิ่นธูปเก่ากับกลิ่นดอกไม้แห้ง เธอเดินเข้าไปช้า ๆ พบซากพิธีกรรมที่คล้ายมีใครเคยขอขมาต่อหน้ารูปปั้นไม้
เอิร์ธหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอ่านต่อ พบข้อความอีกประโยค “เงามันจะล่าคนที่เหลืออยู่ คนที่ไม่ใช่ของมัน…”
เวลาผ่านไป เงายาวบนผนังเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ เหมือนมีเงาคนอีกคนเดินแทรกอยู่ระหว่างเงาของพวกเขาโดยไม่มีใครยืนตรงนั้นจริง ๆ
ซาร่าเริ่มฝันกลางวัน เห็นเงาดำในกระจกทุกครั้งที่หันไปมอง เธอพยายามไม่สนใจ แต่เสียงกระซิบเรียกชื่อเธอเริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
ออยสารภาพกับซาร่าว่า เธอเคยเห็นกวางเดินออกจากบ้านตอนกลางคืน “กวางไม่ได้หายไป เขา…เหมือนจะเดินตามเงาอะไรบางอย่าง”
บาสเริ่มไม่ไว้ใจเอิร์ธมากขึ้น เมื่อเขาจับได้ว่าเอิร์ธแอบหยิบเครื่องรางเก่าไปซ่อน เอิร์ธโต้ “ฉันแค่คิดว่ามันอาจช่วยให้เรารอด…”
ซาร่าเริ่มสังเกตว่า ทุกครั้งที่พูดถึง ‘บุษบา’ เงาดำจะเคลื่อนใกล้เข้ามาทีละน้อย
ในคืนที่สาม เสียงลากเท้าและเสียงขูดขีดดังเพิ่มขึ้นทั้งคืน ซาร่าเห็นเงาดำสะท้อนในกระจก มันไม่มีใบหน้า ไม่มีเสียง แต่เหมือนจะจ้องมองเธออยู่
บาสเสนอให้ทำพิธีขอขมาเหมือนในห้องใต้บันได ออยปฏิเสธ “เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงานั่นคืออะไร มันอาจยิ่งแย่ลง”
เอิร์ธเริ่มอารมณ์เสีย “จะอยู่ก็อยู่ จะกลับก็กลับ แต่ฉันไม่ทนต่อไปแล้ว…” แต่ประตูบ้านเปิดไม่ออก หน้าต่างทุกบานถูกตอกตะปูแน่น เงาของทุกคนเริ่มซ้อนทับกันจนแยกไม่ออกใครเป็นใคร
ซาร่ารวบรวมความกล้า อ่านสมุดบันทึกถึงหน้าสุดท้าย พบข้อความสั้น ๆ ‘ใครเจอสมุดเล่มนี้…อย่าให้เงานั้นเห็นหน้า’ เธอรีบปิดสมุดทันที
เสียงขูดขีดและเสียงกระซิบดังกลบทุกอย่าง เงาดำเคลื่อนมาคลุมร่างออย ทุกคนได้แต่ยืนนิ่งมอง เงานั้นดูดกลืนเสียงร้องของออยจนหายไป ทิ้งแต่ความว่างเปล่า
ซาร่าทรุดลงกับพื้น เอิร์ธกับบาสตกใจวิ่งเข้ามาพยุง เธอหันไปสบตากับเงาดำ มันไม่มีหน้า แต่เหมือนมีรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นที่ขอบเงา
เสียงกระซิบดังขึ้นพร้อมกัน ‘อย่ากลับมามองเงา’
บาสพยายามเปิดทางหนี ร้องเรียกซาร่าและเอิร์ธให้ตามไป เงาดำไหลตามพื้นเหมือนกระแสน้ำ เอิร์ธตัดสินใจโยนเครื่องรางทิ้ง เงานั้นหยุดชั่วขณะ ซาร่าใช้จังหวะนี้วิ่งหนีออกไปพร้อมบาส
แต่เอิร์ธถูกเงาดำครอบงำ ร่างเขาค่อย ๆ เลือนหายไปกับเงานั้น ทิ้งแต่เสียงกระซิบแผ่ว ๆ
ซาร่าและบาสหลุดออกมาได้ในที่สุด แต่เมื่อมองกลับไปยังบ้าน เงาดำยังเคลื่อนไหวอยู่หลังหน้าต่าง
ตลอดทางกลับบ้าน ซาร่ามองเห็นเงาของตัวเองซ้อนทับกับเงาของใครบางคนที่ไม่มีตัวตนอยู่ข้าง ๆ ทุกครั้งที่หันไป เงานั้นจะหยุดนิ่ง รอเวลาที่เธอจะเผลอเหลียวมอง…
ซาร่าไม่เคยหายจากเสียงกระซิบ เงานั้นยังติดตามเธออยู่เสมอในความเงียบงันของกลางคืน ไม่มีใครรู้ว่า…ในเงาตะวัน จะมีใครอยู่กับเธออีกคนหรือไม่