วุ่นรักผิดกลิ่น (กรณีศึกษาแกงเนื้อวัว)
เสียงจ้อกแจ้กจอแจในห้องชมรมอาหารของมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังกล่าวดังตั้งแต่เช้า วันแข่งขันปรุงอาหารประจำปีมาถึงแล้ว ป่าน นักศึกษาปีหนึ่งผู้มั่นอกมั่นใจในวิชาการครัว เงยหน้าขึ้นจากเตา ส่งยิ้มมุมปากให้กับเพื่อนซี้สองคนที่กำลังง่วนอยู่กับการค้นหาหัวหอมในถุงของสด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ปีนี้พวกเราต้องสร้างชื่อให้ได้ ใส่เต็มเลยไหม?” ป่านว่าพลางตบหลัง หมึก เพื่อนที่ชอบคิดมาก มือถืออยู่ที่กระเป๋าอย่างระมัดระวังตามบุคลิกเจ้าระเบียบ
“ฉันว่ายังไม่ได้ชิมเลย แกใส่อะไรไปมั่ง?” หมึกถามตาเหล่เล็กน้อย เพราะทุกครั้งที่ป่านจับวัตถุดิบ ผลลัพธ์ไม่ค่อยคาดเดาได้
“กะทิ! เนื้อวัว! พริกขี้หนู! พิเศษใส่ใจ!” ป่านหัวเราะ ขว้างมุขในสไตล์กวนประสาท
“ฉันกินเนื้อวัวไม่ได้…” แทน เพื่อนสายเงียบสุดติ๋มใจดี แว่วเสียงด้วยความกังวลแด่ว ๆ
“โห แทน ขอที อนุรักษ์นิยมกันนัก ตอนเด็กฉันกินทั้งข้าวโพดดิบกับมะยม แกงวัวซักนิดจะเป็นไร” ป่านพูดพลางปาดเหงื่อ หมึกทำหน้าไม่ค่อยเห็นด้วย
แต่ในความวุ่นวายนั้น มีเสียงนินทาจากกลุ่มรุ่นพี่ นก ชมรม’,leader,มองข้ามห้องเข้ามาพลางซุบซิบกับเพื่อน ๆ อิ๊ดและตี๋ รุ่นพี่ต่างคณะ
“เฮ้ย รุ่นน้องปีนี้ดูไม่เหมือนทีมจะได้ที่หนึ่งเลยนะ” อิ๊ดกำลังหัวเราะหมั่นไส้
“แต่หม้อแกงเขาหอมชะมัด เหมือนมีใครซ่อนสูตรอะไรไว้นะ” ตี๋พูดพลางเหล่มาที่โต๊ะสามเพื่อน
การแข่งใกล้เริ่ม ป่านจัดแจงเขียนชื่อทีมลงในใบสมัคร แต่โดนหมึกท้วงเรื่องชื่อทีมที่ป่านเขียนว่า ‘แกงเนื้อซิ่ง’ จนเกิดสถานการณ์โต้เถียงแบบไม่มีทางจบ ทั้งสามคนจบลงด้วยการจับสลากชื่อทีม ซึ่งกลายเป็น ‘แกงได้เลยแก๊ง’
ระหว่างที่ความงงกำลังครองพื้นที่ หมึกดันเผลอแลบลิ้นชิมแกงจากหม้อผิดใบ หันไปถามป่าน “อร่อยดี…อ้าว! หม้อนี้ของใคร!”
“อะไรนะ? นี่สูตรพิเศษฉันนะ!” ป่านโวย หมึกหน้าเหวอ
กลิ่นหอมแปลก ๆ ลอยเข้าจมูกแทน “แกงเนื้อนี่มัน…เหมือนกับตอนนั้นเลย”
“ตอนไหน?” ป่านแซว
“ตอนเพื่อนแม่เอาแกงเนื้อมา เลี้ยงแล้วฉันท้องเสียทั้งคืน…” แทนหน้าเหวอดังกับเห็นผี
ป่านสติหลุดจากมั่นใจกลายเป็นระแวงทันที “เฮ้ย! หรือหม้อนี้มีบางอย่าง!”
หมึกเริ่มมโนอะไรบางอย่าง “หรือมีสายลับส่งแกงพิษเข้ามา?”
แทนส่ายหัว “สายลับไม่น่าบ้าทำไรแบบนี้ปะ…”
“แต่ถ้าแกงผิดสูตร ทีมเราหมดชื่อแน่!” ป่านว่า พยายามลงมือแก้อย่างรีบ ๆ
หมึกจ้องหม้อ “งั้นเปลี่ยนสูตรไหม ของพี่นกวางอยู่ตรงนั้น ชิมหน่อยเผื่อเข้าใจว่าสูตรจริงเป็นไง”
แทนกลืนน้ำลายเงียบ ๆ
ในจังหวะเงียบงัน ป่านเลยย่องไปชิมของพี่นก หมึกพยายามห้ามแต่ไม่ทัน พี่นกดันหันมาเห็นเข้า
“เฮ้ย ทีมปีหนึ่งจะหยิบอะไรของพี่?”
“ขอโทษครับ พอดี…กลัวว่าสูตรตัวเองจะมีอะไรบกพร่อง” ป่านตอบอ้อมแอ้ม หมึกแทบกลั้นขำ
เกิดชุลมุน พี่นกไม่ว่า แต่กลับแอบกระซิบเพื่อน ๆ “สงสัยจะก๊อปสูตรเราแหง แกงหม้อเราต้องสุดยอด!”
แผนการซับซ้อนขึ้น แทนกับหมึกช่วยกันเปลี่ยนรสชาติโดยเทน้ำมะนาวใส่หม้อ หมึกคิดว่าจะแก้ไขกลิ่นเนื้อที่แทนแพ้ แต่ป่านหันมาเห็นทัน “ไม่เอา! แกจะทำหม้อฉันเสียหมด!”
จากสงครามเล็ก ๆ กลายเป็นปะทะอารมณ์ เถียงกันระงมจนลืมเปิดเตา หม้อเกือบไหม้ โชคดีที่แทนดึงปลั๊กออกทัน
“ดีนะที่เนื้อยังอยู่!” ป่านถอนใจเหงื่อโทรม หมึกแซว “เหลือแต่กลิ่น เผื่อสายลับจะกลัว…”
ระหว่างพยายามหวีดแก้สูตร ทีมตรงข้ามก็จ้องสังเกต อิ๊ดกับตี๋พยายามแอบถ่ายรูปสูตร แต่ทำโดยซุ่มซ่ามจนแทนรู้ตัว
เกิดสงครามสายลับสองฝ่าย แทนเข้าใจผิดคิดว่าทีมนกส่งสายลับมาขโมยสูตร เลยแกล้งเทกะทิเพิ่มจนหม้อหมดข้นอย่างกับปูนซีเมนต์ ทุกคนหน้าเสีย
หมึก “หมดกัน…นี่มันแกงรึปูน!” ป่าน “ปั่นงานใหม่ไหม เลยเที่ยงแล้ว!”
แต่ไม่ได้ เพราะกติกา ห้ามเปลี่ยนหม้อแกงใหม่ ต้องใช้วัตถุดิบและหม้อเดิม
แทนแอบเครียด “ถ้ามีคนกินท้องเสียล่ะ?”
ป่าน “ถ้าเราไม่ได้ก็ไม่ต้องกลัวเจ๊ง…แต่ถ้าได้ที่หนึ่งนี่คือแกงที่เปลี่ยนวงการ!”
หมึกพูดเบา ๆ “แต่มีคนจับตาเราแปลก ๆ…”
เสียงกรรมการประกาศให้ยกหม้อไปตัดสินใจ ทั้งสามจึงแบกหม้อไปด้วยกัน แต่ระหว่างทาง หมึกสะดุดขาตัวเองจนหม้อแกงกระฉอกไปติดเสื้อรุ่นพี่ตี๋
ตี๋ร้อง “ไอ้เนื้อ…เด็ด!” แต่ใบหน้าหดหู่ “หรือมันเผ็ดเกิน?” อิ๊ดหัวเราะ ทุกคนในห้องเริ่มแซว สูตรลับแพร่หลายในบรรยากาศกึ่งฮา
กรรมการชิมถึงกับหยุดพูดกลางประโยค “มีอะไรในนี้หรือเปล่า…”
ป่านรีบพูด “ในนี้…มีแค่ความพยายามกับความวุ่นวายรสชาติซ่อนอยู่ครับ”
กรรมการหัวเราะ “ไม่เคยชิมแกงแบบนี้มาก่อน เหมือนกินประสบการณ์ตรง”
หลังประกาศผล ทีม ‘แกงได้เลยแก๊ง’ ได้รางวัลชมเชย แต่ทั้งสามคนกลับหัวเราะลั่นเพราะสาว ๆ ในชมรมบอกว่า ‘รสชาติแกงไม่เหมือนใคร – เซอร์ไพรส์ทุกคำ’
แทนพูดกับหมึก “อย่างน้อยเราสร้างชื่อเรื่องเนื้อวัวได้” หมึกแซว “ถ้ามีปีหน้าป่านอย่าเทกะทิอีกนะ…”
ป่านขำ “คราวหน้าทำเมนูง่าย ๆ เถอะ ข้าวไข่เจียวก็พอ”
เสียงหัวเราะก้องห้องชมรม ความวุ่นวายของคนสามคนสุดท้ายแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นใจในมิตรภาพ ที่ไม่มีสูตรไหนบนโลกนี้จะเหมือนกันได้และไม่มีใครต้องสมบูรณ์แบบตราบเท่าที่เรา ‘กล้าแกง’ และกล้าหัวเราะไปด้วยกัน
ประตูห้องชมรมเปิดออก อิ๊ดโผล่มาแซว “ปีหน้าเอาแกงหมูบ้างมั้ย แต่ขออย่าให้ข้นแบบปูนอีกนะ” ทั้งห้องขำจนจบวัน อารมณ์อบอุ่นวุ่นวายปนน้ำตาซึมไปกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของ ‘แกงได้เลยแก๊ง’ ที่จะไม่มีวันละลายเหมือนแกงเนื้อในวันนั้น