เด็กสาวกับเงาในหอพักศิลป์
เสียงประตูไม้สีน้ำตาลเข้มเอี๊ยดเบาเมื่อ “ใบข้าว” หอบแฟ้มภาพวาดเข้ามาในห้องพักหมายเลข 217 กลิ่นเทียนไขจากโต๊ะทำงานของ “ขม” เจ้าของห้องอีกคนลอยอวลในอากาศ แมวส้มขนฟูงีบอยู่ใต้เตียง—หอพักศิลป์แห่งนี้ดูเก่าจนแตกต่างจากตึกระฟ้าโดยรอบอย่างชัดเจน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ใบข้าววางแฟ้มภาพลงกับเตียง สูดลมหายใจลึกก่อนเทของลงทีละอย่าง ทุกอย่างต้องเป็นระเบียบ ขมเดินเข้ามา พิงขอบหน้าต่าง มองใบข้าวในเงามัว “วันนี้ครูชมภาพเธออีกสินะ” ขมหยิบหนังสือภาพศิลป์ขึ้นมาเปิด แววตาคล้ายอยากพูดอะไรแต่กลืนคำไว้
ใบข้าวยิ้มมุมปาก ไม่ตอบ แต่เสียงโซ่เหล็กของประตูบานหลังสุดหอพักก็ดังขึ้น ทันใดนั้น แมวเหมียวตะแคงหู ลุกพรวดมองออกไปทางประตู ที่นอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีหม่น อึมครึมแต่ยังไม่มีฝน เพื่อนร่วมหอชายหญิงเดินสวนกันแบบเก้ ๆ กัง ๆ ในโถงทางเดิน เสียงหัวเราะ ผสมเสียงเงียบงันช่วงเปลี่ยนคาบ
ในห้องพัก—ขมวางหนังสือ ลุกไปปิดม่าน ใบข้าวยังคงกลับหลังไปหากระจกซึ่งแขวนไว้ชิดฝา เงาสะท้อนจากกระจกดูแปลกตา—ขยับช้า ๆ ไม่ตรงจังหวะกับร่างจริง ใบข้าวชะงัก หัวใจเต้นแรงแต่พยายามยังคงเฉยชา
กลางคืน หอพักเงียบงันกว่าที่ควรเป็น ใบข้าวนั่งวาดภาพใต้แสงโคมไฟ เส้นสายบนกระดาษกว่าเจ็ดภาพ แต่สายตาเหลือบเห็นเงาดำรูปเด็กหญิงในมุมห้อง สะท้อนในกระจกกับมุมเดิมซ้ำ ๆ ใบข้าวหลับตาขับไล่ความคิด จู่ ๆ เสียงเคาะจากฝั่งกระจกดังขึ้นครั้งหนึ่ง เธอลืมตาอย่างตกใจ
เช้าวันถัดมา ในโรงอาหารหอพัก ขมถามเบา ๆ “เมื่อคืนเธอร้องไห้เหรอ” ใบข้าวเม้มปาก ก้มหน้าจิ้มข้าวต้ม “เปล่า…แค่ฝัน” น้ำเสียงเธอสั่นแต่ขมไม่เซ้าซี้ต่อ เพื่อนอีกคน “หมึก” ศิลปินสายตลกแอบฟังอยู่หน้าโต๊ะหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะถูกใบข้าวขว้างเศษกระดาษใส่ หมึกถามเสียงเบา “เชื่อผีไหมเธอสองคน” ขมหัวเราะในคอ กลอกตาแต่ใบข้าวเลือกเงียบ
กลางวันในสนามหญ้าหลังหอพัก กลุ่มเพื่อนวาดภาพนอกสถานที่ หมึกเอาไฟแช็กจุดขวดแก้วเก่าในมือ ก่อนจะเสกลายเส้นลงบนผ้าใบด้วยท่าทางโอ้อวด ใบข้าวนั่งวาดภาพข้าง ๆ แต่จ้องเงาตัวเองในแอ่งน้ำ ไม่ยอมคุยกับใคร ขมหยิบกระป๋องสีเดินมานั่งลง “เมื่อคืนฝันไม่ดีเหรอ วาดเจออะไรแปลก ๆ อีกใช่ไหม” ใบข้าวสบตาก่อนเบือนหนี
หมึกโยนแก้วน้ำทิ้งใส่อีกฟาก ขมลอบส่งสายตากับใบข้าว “บ้านหลังนี้…มีอะไรเยอะกว่าที่คิดนะ” ใบข้าวสบตาด้วยความลังเล ก่อนจะยื่นมือฉีกเศษกระดาษ วาดเงาดำที่เธอเห็นในคืนก่อนวางต่อหน้าเพื่อนทั้งสอง ขมเงียบไปทันที หมึกส่ายไหล่ ปล่อยมุกว่า “อย่าบอกนะ จะเล่นผีถ้วยแก้วคืนนี้”
ในคืนต่อมา กลุ่มเพื่อนหกคนนั่งล้อมวงในโถงกลางใต้แสงเทียน หมึกหยอกเป็นผี ขมกอดอกนั่งนิ่ง ใบข้าวนั่งชิดมุมข้าง ๆ กระจกโบราณ เหมือนรอคอยอะไรบางอย่าง เทียนดับวูบทุกดวงพร้อมกันในขณะที่ลมเย็นพัดเข้ามาจากบานหน้าต่าง เสียงแตะเท้าบางอย่างลากไปตามเจลหน้ากระจก ทุกคนหยุดหัวเราะ ขมมองไปทางใบข้าว
ใบข้าวสั่น มือกำกระดาษจนยับ เงาสะท้อนหลังภาพวาดในมุมห้องไม่ได้ขยับตาม—มันจ้องเธอเขม็งเหมือนขอความช่วยเหลือ เผยแววตาน่าสงสารแฝงความกลัว ทุกคนหยุดเงียบชั่วขณะ หมึกหลอกว่าเล่นละครผี แต่เสียงฝีเท้าลากยาวจากกระจกทำให้แมวกระโดดหลบเข้าใต้โต๊ะ ทุกคนเงียบงัน เม็ดเหงื่อไหลลงขมับใบข้าว