ภารกิจป่วนชวนวุ่นของหอ 6
“เฮ้ย ๆ ตื่น ตื่น ทำไมรูมเราหมดน้ำหอมฟะ! ผมไม่ได้แตะนะ! ใครเป็นคนเอาไปอาบตัวเองวะ ยิ่งกว่าใช้น้ำอาบ!” อื้ม—เสียงของเป๋า, หนุ่มเนิร์ดสเปกต่ำเพื่อนร่วมรูมที่เป็นที่ปรึกษาทุกอย่าง(แต่ไม่เคยช่วยอะไรทัน) ฟาดใส่ด้วยไอ้อาการสำเนียงติดห้วนเหน็บแนม ที่ขมวดคิ้วแทบจะม้วนเข้ากะโหลกอยู่แล้ว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงฝีเท้าแถก ๆ ของวัต, มือใหม่สายกิจกรรม ไม่ทันไรประตูห้องก็ดังโครม เขาโผล่เข้ามาพรวดเดียวถือถุงปริศนาที่ยังปิดปากไม่มิด “เอ่อ…ทุกคน หอเราห้ามเลี้ยงสัตว์ใช่มั้ย? ฉันว่าทำไมมีเสียงแปลก ๆ ใต้เตียงเรา”
หัวเราะขำกลิ้ง เสียงดังจนแชมป์ นักปล่อยมุกงงงวยแห่งหอหก พูดสวนจี้ทันที “ขโมยมาจากแฟนเพื่อนห้องตรงข้ามแน่ ๆ วัต! ไม่ได้เหรอ? ของลับห้ามโชว์หรอก อย่าปล่อย!”
หมิว, เพื่อนสาวประเภทเดียวในหอ (แต่ไม่ใช่ผู้หญิง—เป็นหนุ่มสายอาร์ตติดโบว์) ฝันไกลใหญ่กว่าโลก เส้นผมสีม่วงประดับโบว์แดง ตะเบ็งแซว “แมวหรือว่ามีซ่อนแฟนไว้ไม่บอกกันแน่วะ? เดี๋ยวพระอาจารย์ตรวจละยุ่งนะ บอกก่อนเนี่ย!”
วัตกลืนน้ำลาย มือประคองถุงแน่น เหงื่อซึม “เปล่า! จริง ๆ ฉันแค่อุ้มช่วยไว้จากใต้ตึกน่ะ! น่าสงสารจะตาย! ฉันไม่ได้คิดจะ … คือ แค่คืนนี้เดียว เดี๋ยวพรุ่งนี้หาคนรับเลี้ยงให้ได้แน่ ๆ ซื่อสัตย์ซะขนาดนี้”
แชมป์หน้าตึงจ้องเป๋า ก่อนจะฟาดกระเป๋าเป้ตนเองแล้วกินขนมขบเคี้ยวเสียงดัง “เอาไง—ซ่อนหรือขายทอดตลาด! ฉันว่าที่ชัวร์สุดคือ ให้หัวหน้าหอรู้แล้วหลาย ๆ คนติดร่มเงาแบบนี้จะง่ายสุด จำไว้มีน้องแมวบ้านทีไรกลายเป็นเรื่องใหญ่โลกแตกทุกที”
เป๋ากำลังจะค้าน แต่หมิวรีบแทรก “นั่นไง เสียงแว่วมาแล้ว! โอ๊ย ไม่บอกหรอกว่าใคร เดี๋ยวก็รู้กันเอง!” เสียงเคาะห้องดังเปี๊ยะขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว “อ้าว มีใครมั่งในนั้น! อย่าเงียบเหมือนวิญญาณซี่! ถ้าไม่มีไรผิด เบิกตาแล้วเปิดให้ดูหน่อยสิ!”
ทั้งห้องเงียบชะงัก หัวใจวูบพร้อมกัน วัตรีบเอาถุงไปซ่อนไว้ในลิ้นชักเสื้อผ้าแบบแนบเนียนที่สุดเท่าที่ไอ้คนซุ่มซ่ามนี่จะทำได้ (แต่ขนแมวลอยว่อนออกมาแนวไฟเบอร์กลาส) แชมป์ย่องไปเปิดประตู เห็นพี่เจี๊ยบหัวหน้าหอกำลังยืนขมวดคิ้ว
“มีไรน่าสงสัยเหรอ เดี๋ยวนี้เศษอาหารในถังชอบหาย หรือต้มมาม่าเทแล้วไม่ล้างใครเนี่ย?” พี่เจี๊ยบกวาดตา เอะใจอะไรแปลก ๆ ในห้อง แล้วยิ้มยะเยือก “ไม่ใช่ว่ามีอะไรซ่อนอยู่นะ ฉันน่ะสังเกตทุกอย่าง ไม่พลาดหรอกเน้อ”
ทุกคนสลับหน้ามองกัน มือไม้สั่น วัตตอบแทนเสียงสั่น ๆ “พี่เจี๊ยบ ผม…เปล่าครับ ไม่มีไรผิดปกติเลย ห้องผมนี่สะอาดกว่าตึกฝ่ายปกครองอีก!” หมิวรีบส่งยิ้มเสแสร้ง ดู Fake อย่างเห็นได้ชัด “วันนี้ว่าง ๆ เดี๋ยวผมจะเอากระดาษเช็ดฝุ่นยันขอบหน้าต่างเลย ไหนพี่จะเช็กอะไรก็เชิญเลยฮะ!”
เป๋าชิงพูดบ้าง “ถังขยะห้องนี้ไม่มีอาหารนะพี่ สาบานเลย ไม่งั้นให้แมวกัดหูผมเลย” คำพูดยังไม่ทันจบก็มีเสียง “เมี๊ยว” เบา ๆ ดังจากลิ้นชัก วัตรีบไอแกล้งไอ “อะแฮ่ม มันคล้ายเสียงจากมือถือผม ฝึกไว้เล่นมุก สมัยนี้ต้องมีแอปแมวเรียกเพื่อน อะไรประมาณนั้น—”
พี่เจี๊ยบจ้องหน้า เดินเข้ามาใกล้ ต่างคนต่างคิดกันไปคนละทางว่ายังเนียนอยู่หรือเปล่า เป๋าพึมพำเบาเกินได้ยิน “ขออย่าโดนจับ สาธุเถอะ” หมิวแหย่ฝ่ายตรงข้ามเบา ๆ “สงสารเจ้าเหมียวจะแย่ ถ้าโดนจับไปปล่อย”
ความตึงเครียดยังคงค้างในอากาศ ตัดมาว่าคืนแรกของภารกิจปิดบังแมวผ่านไปด้วยดี … หรือเปล่า! เพราะช่วงกลางดึก เจ้าเหมียวดันปีนไปนอนบนตู้เสื้อผ้าแล้วเหวี่ยงซองขนมลงมากองเยอะจนนักศึกษาอีกห้องโทรจิกหัวหน้าหอทันทีว่าเจอเสียงประหลาด (ทุกคนยังนอนตาเบิกโพลง)
รุ่งเช้าหลังพลบ วัตตื่นมาก่อนใคร รีบตามหาเจ้าเหมียว ทำเหมือนไม่มีอะไร แต่ขนแมวเต็มผ้าห่มจนเป๋าเอาไปซักอย่างหัวเสีย “นี่ตูจะซักครึ่งชีวิตให้เจ้าตูบ (ที่จริงคือแมว) นี่อีกนานแค่ไหน?” แชมป์ถือฝุ่นแมวไปโยนถังขยะ เอามือปิดจมูกตัวเองตลอดเวลา “ขนแมวเข้าปากเหมือนกินข้าวโพดยังไม่เด็ดฝัก กินเข้าไปสองคืนผมคงได้ใบขับขี่ส่งสัตวแพทย์โดยไม่ตั้งใจ”
บานปลายเริ่มจากตรงนี้ เพราะนักศึกษาห้องถัดไป (ที่ขี้สงสัย) ดันชอบบิดเบือนความจริง เอาเรื่องไปลือว่าห้องหกแอบเลี้ยงสัตว์มีพิษ คำพูดเริ่มกระจายไปถึงกลุ่มนิติบุคคลของหอ “เราจะได้เจองูหรือกระต่ายกันแน่ ๆ เด็กหลอนกันเป็นแถว”
ทุกคนในห้องรวมกันประชุมฉุกเฉิน แชมป์เสนอ “เอางี้ แกล้งหลอกว่าครึ่งคืนไปฝึกพูดเสียงงู แค่นี้ก็ไม่มีใครสงสัยแล้ว! เรื่องจริงไม่มีทางรู้หรอก ถ้าไม่โดนขอดเลย!” เป๋าสวนทันควัน “งูไรเสียง ‘เมี๊ยว’ วะแชมป์! ปล่อยแผนนี้ฝังกาสเบาได้มั้ย”
หมิวเหม่อมองนอกหน้าต่าง มือจับโบว์เอียงดูมีสไตล์ “ไม่เอาเดี๋ยวคืนชื่อเสียงหอให้กลายเป็นหอโง่ ๆ ที่มีงูร้องเพลงแมวแทน! ใช้วิธีธรรมดาจะง่ายกว่าไหมพีช?” วัตถอนหายใจจนไหล่ตก “เห็นไหม สุดท้ายก็ต้องเซฟเหมียว! หรือจะรับหลานแมวฝากเข้าบ้านหมิวดีล่ะ หมิวไม่กลัวพระอาจารย์เหรอ”
หมิวยื่นนิ้วก้อย แล้วหลอก “ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่พาออกได้ ฉันจับแมวใส่กระเป๋าเดินไปหานายกหอมอบเอง จบไหม?” ทุกคนหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะเงียบจังวูบอีก หวนนึกภาพแมวในกระเป๋า—เพลีย!
คืนนั้นพวกเขาต้องปลุกเวรเฝ้า “ซ่อนแมว” วนรอบราวกับเล่นไพ่สลาฟ วัตกับเป๋าตกลงกันว่าหมิวเฝ้ากะเที่ยงคืน แชมป์กับเป๋าเฝ้าเช้า ส่วนตัววัตเฝ้าทั้งนี้ทั้งนั้น แต่ดันหลับคาชามบะหมี่แทบไม่เหลือความเป็นมนุษย์
แชมป์ปลุก เป๋าตีเปาะแปะบนหัวบอก “ไปส่งแมวเข้ากรุงเร็ว อย่าให้ใครเห็น!” คู่หมายถึงไปซ่อนแมวไว้ใต้โซฟาห้องกิจกรรม เจ้าเหมียวโดดแผล็วสะบัดหางเหมือนรู้แผน จะออกวิ่งทั้งหอสองรอบ วัตต้องจับแมวเอง วิ่งผิดห้องไปเจอพี่หอหญิงเต็มตัว (หวิดจบชีวิตโสด ขายหน้าสุด!)
ทุกคนเหนื่อยแทบวางใจ แต่เช้าลืมสนิทว่าคืนนี้เวรใคร ฝ่ายนิติบุคคลหอขึ้นประกาศจับตัวยกห้องหกเพราะคืนก่อนเสียง “สัตว์ประหลาด”ดังทั่วหอ พร้อมข่าวลือว่าผู้ดูแลจะมาค้นห้องกลางวัน!
บ่ายวันสำคัญ ทุกคนแตกตื่นขุดห้องซ่อนกลิ่นแมวเต็มกำลังเป๋ารีบติดป้ายหน้าห้อง “กำลังจัดนิทรรศการศิลปะ” หมิว พลิกพลาสติกใสทำเป็นกรอบรูปแชมป์จัดแผนสอง “ให้แมวปลอมเป็นงาน Installation Artist เถอะไม่มีใครรู้หรอก!”
ตอนผู้อำนวยการหอเดินเข้ามา หมิวเดินนำหน้าเปิดผ้าคลุม แมวกำลังงีบใต้โคมไฟ ใส่หมวกแดงที่เย็บไว้ลวก ๆ (ด้วยมือหมิวเอง) ทุกคนแสร้งว่าเป็นศิลปิน performance art ประจำห้อง “นี่คือคอนเซ็ปต์ ‘Sleep in Chaos’ ส่งสาส์นถึงชีวิตวุ่นวายเด็กหอ” ผู้ดูแลส่ายหัวไม่เข้าใจแต่เห็นแมวเฉย ๆ กลายเป็นฮือฮาใหญ่ในกลุ่มนิติฯ “เก่งมาก ทุ่มเทดี รักษาความสะอาดนะ!”
ทุกคนเบาใจเฉียดคุกสังคมมหาวิทยาลัย วัตนั่งทบทวนตัวเอง “ถ้าจะเปลืองแรงขนาดนี้เลี้ยงเป็นแมวหมาจริง ๆ ดีกว่ามั้ย?” เป๋าแทรก “เอางั้นสิ เดี๋ยวช่วยหาบ้านให้น้องก่อน” หมิวโอบไหล่แชมป์ “อย่างน้อยผลงานศิลป์เราก็สร้างตำนานนะ!”
และแล้วพวกเขาก็ร่วมมือกันหาบ้านให้เจ้าเหมียวจริง ๆ โดยที่ไม่มีใครถูกลงโทษแค่นิดเดียว แถมได้รับจดหมายชมเชยเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ส่วนความกลัวเจ้าเหมียวโดนขับไล่ก็หมดไปพร้อมเสียงหัวเราะในมื้อเย็น วัตลูบหัวแมวในอ้อมแขน “รอดมาได้อีกวัน…เพราะพวกนายจริง ๆ นะ หอ 6” ทุกคนยิ้ม ขำปิดท้ายด้วยเสียงเมี๊ยวปลุกกลางวง นับเป็นคืนแรกในรอบหลายวัน ที่ได้หลับอย่างเป็นสุข (แม้วัตจะยังแอบกลัวผีในตู้เย็นก็ตาม)