เสียงปลุกจากหอพักร้าง
ฟ้าครึ้มปกคลุมค่ำคืนในปลายเดือนมิถุนายน เสียงฝนกระทบหลังคาเสียงดังสม่ำเสมอ ไหมนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงในห้องเช่าริมแม่น้ำ เธอมองโทรศัพท์ที่หน้าจอสว่างวาบขึ้นมา—เบอร์ที่ไม่รู้จัก โทรซ้ำสามครั้งในยี่สิบนาที เสียงกรีดร้องแผ่วเบาลอดมาจากลำโพง “กลับมา… กลับมา…” เธอปิดเสียงแต่เสียงนั้นยังวนเวียนในหัว ปลายนิ้วกดเบอร์เดิมแต่ไม่มีสัญญาณตอบกลับ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เช้าตรู่ ไหมเดินฝ่าสายฝนกลับมหาวิทยาลัย หอพักเก่าตั้งอยู่หลังตึกเรียน มันถูกทิ้งร้างหลังเกิดเหตุการณ์นักศึกษาหายตัวไปเมื่อสามปีก่อน—คืนที่ไหมเลือกจะลืม ไหมมองบันไดเหล็กขึ้นไปยังห้อง 204 ประตูถูกผูกด้วยสายเคเบิลสนิมเขรอะ แต่มีรอยตัดใหม่เหมือนเพิ่งมีใครแอบเข้ามา
เธอตัดสินใจโทรหาปอนด์ เพื่อนสนิทในอดีต “ปอนด์ ฉัน…ฉันคิดว่าเราอาจต้องกลับไปที่หอเก่า” เสียงอีกฝ่ายนิ่งงัน “ไหม อย่าพูดถึงที่นั่นอีก…” ก่อนที่สายจะตัดขาด จุดนี้เองที่ความกลัวเก่า ๆ ค่อย ๆ กลับมาเกาะกินใจ
ไหมผลักประตูหอพักเข้าไป ความเงียบคลี่ยาวราวกับเวลาหยุดนิ่ง กลิ่นอับผสมกลิ่นสนิมคละคลุ้ง เธอสอดสายตาสำรวจทางเดินยาวที่ไฟกระพริบ ๆ เสียงน้ำหยดจากหลังคารั่ว ตู้จดหมายเก่า ๆ ถูกเปิดอยู่หนึ่งช่อง—ในนั้นมีจดหมายซองเหลืองไม่มีชื่อผู้ส่ง เธอหยิบขึ้นมามือสั่น
เนื้อหาข้างในเขียนด้วยลายมือบิดเบี้ยว “คืนวันที่ 12 อย่าลืมสิ่งที่ทำไว้” ไหมกลืนน้ำลายลงคอ รอยเท้าดินเปียกนำขึ้นไปชั้นสอง เธอตามรอยเหล่านั้นไป รู้สึกเหมือนกำลังถูกมองจากเงาสลัวปลายทางเดิน
เสียงประตูห้อง 204 แง้มแผ่วเบา ไหมหยุดยืนหน้าห้อง หัวใจเต้นรัว เธอพยายามดึงมือออกแต่บางอย่างเหมือนดึงเธอเข้าไปข้างใน ห้องมืดสนิท อากาศเย็นกว่าปกติมาก เสียงฝีเท้าเบา ๆ ทะลุความเงียบ เธอเอื้อมมือไปเปิดไฟแต่สวิทช์ไม่ทำงาน
“มีใครอยู่ไหม?” ไหมถามเสียงสั่น คำตอบมีเพียงเสียงลมหายใจครืดคราดในมุมห้อง ข้าวของในห้องยังอยู่ครบ ผ้าม่านสีขาวถูกลมพัดปลิว เงาดำบนกำแพงขยับช้า ๆ ไหมขยับถอยหลังชนกรอบรูปตกลงพื้น เสียงแก้วแตกก้องไปทั้งห้อง
ทันใดนั้น ปอนด์โทรกลับมา “ไหม รีบออกมาเดี๋ยวนี้” เสียงเขาตื่นตระหนก “มีคนเห็นแสงไฟในหอ…พวกนั้นอาจจะกลับมา” ไหมลังเล “ใคร—ใครกลับมา?” ปอนด์เงียบไปชั่วอึดใจ “พวกเราทำอะไรไว้…พวกเขายังอยู่”
ไหมเดินสำรวจห้อง 204 พบกล่องเหล็กเก่า ๆ ใต้เตียง เธอเปิดฝา ภายในมีสร้อยข้อมือเด็กผู้หญิง ข้างในสลักชื่อ “เพ็ญ” ไหมมือสั่น เธอเคยเห็นสร้อยนี้—วันที่เพ็ญหายตัวไปคือคืนที่เธอกับปอนด์อยู่เวรยามด้วยกัน
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เธอเรียกชื่อเพ็ญแผ่วเบา ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบที่กดทับจนรู้สึกหายใจไม่ออก
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ไหมตัดสินใจเดินออกจากห้อง กลับพบว่าประตูหอพักปิดสนิท เธอลองเปิดแต่แน่นหนาเหมือนถูกล็อกจากด้านนอก เสียงขูดขีดบางอย่างบนกำแพงดังวนไปมา ผนังเต็มไปด้วยรูปวงกลมซ้อนทับกันราวกับรอยนิ้วมือเปื้อนดิน
โทรศัพท์ไหมดังขึ้นอีกครั้ง เสียงกระซิบดังแทรกเข้ามา “เรายังอยู่…อย่าทำเป็นลืมเรา” น้ำเสียงนั่นไม่ใช่ปอนด์ ไม่ใช่เพ็ญ แต่เหมือนเสียงของเด็กหลายคนพูดพร้อมกัน ไหมขาสั่นจนแทบทรุด
เสียงเคาะประตูชุดใหญ่ดังสนั่นทั้งหอ ไหมเดินไปที่ทางเดิน เห็นเงาคนเคลื่อนที่เร็วผ่านแสงไฟกระพริบ ปอนด์โผล่มาจากทางเข้า “ไหม! ฉันมาแล้ว รีบออกไป!” เขาคว้ามือเธอ ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ทั้งสองวิ่งผ่านโถงยาว ไหมเหลียวหลังเห็นเงาเลือน ๆ ตามมาติด ๆ เสียงกระซิบดังขึ้นเรื่อย ๆ “อย่าหนี…อย่าหนี…” ปอนด์นำทางไปยังทางออกหลังหอ แต่ประตูถูกปิดล็อกจากข้างนอก พวกเขาต้องย้อนกลับขึ้นชั้นบน
ระหว่างทาง ปอนด์สารภาพว่าเขามีส่วนรู้เห็นในคืนที่เพ็ญหายตัวไป “ฉันกับไหม…เราตั้งใจจะขโมยของจากห้องเพ็ญ แต่เพ็ญกลับมาเห็นเข้า…พวกเรา…เธอจำไม่ได้เหรอไหม?” ไหมสั่นศีรษะ ดวงตาเบิกกว้าง “ฉันแค่…ฉันแค่กลัว…”
เสียงฝีเท้าและเสียงขูดขีดดังขึ้นจนแทบทนไม่ไหว เงาพร่า ๆ ปรากฏริมหน้าต่าง ไหมและปอนด์ตัดสินใจกระโดดข้ามหลังคาย่อย หัวใจเต้นโครมคราม พวกเขารอดมาได้บนชั้นล่าง แต่เสียงนั้นยังคงไล่ล่า
ปอนด์ล้มลงกับพื้น ไหมคว้าตัวเขาไว้ ปอนด์สารภาพด้วยน้ำตาว่าในคืนนั้นเขาผลักเพ็ญจนล้ม ศีรษะกระแทกพื้น ไหมตกใจแต่กลับนึกภาพอะไรไม่ออก “ฉัน…ฉันจำไม่ได้เลย!” เงาดำเข้ามาใกล้ เสียงเพ็ญดังขึ้น “ไหม…ทำไมเธอไม่ช่วยเรา…”
ไหมละล้าละลัง เธอหลับตาแน่น ร้องไห้ “ขอโทษ…ขอโทษ…ฉันกลัว ฉันไม่กล้าบอกใคร” เสียงในหอเงียบลงในฉับพลัน เหลือเพียงเสียงฝนตกซัดกระจกหน้าต่าง
เมื่อไหมลืมตาอีกครั้ง ภาพในอดีตค่อย ๆ ชัดขึ้น—คืนที่เธอเห็นปอนด์และเพ็ญทะเลาะกัน ไหมยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ไม่กล้าทำอะไรเลย แม้ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เธอเลือกจะเงียบ
ในห้องโถง เงาทะมึนของเพ็ญยืนอยู่ปลายทางเดิน “ทำไมทุกคนถึงลืมเรา…” ใบหน้าเธอเลือนรางแต่แววตาเต็มไปด้วยความทุกข์ ไหมเดินเข้าไปหาเธอ ใจเต้นระรัว เธอก้มหน้ารับความผิด ปอนด์ยืนตัวแข็งพูดไม่ออก
เงาของเพ็ญยื่นมือมาสัมผัสไหล่ของไหม ความเย็นยะเยือกแล่นไปทั่วร่าง ก่อนที่เพ็ญจะเอ่ยเสียงเศร้า “ถ้าเธอไม่ลืม เราก็จะไม่หายไป” น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของไหม เงานั้นค่อย ๆ จางหาย ทิ้งไว้เพียงความเงียบ
ประตูหอพักค่อย ๆ เปิดออกเอง ไหมกับปอนด์เดินออกมาอย่างช้า ๆ ไม่มีเสียงพูด ไม่มีใครหันกลับไปมอง ไหมหยุดยืนกลางสายฝน สูดหายใจลึก เธอรู้ว่าความทรงจำและความผิดนั้นจะอยู่กับเธอไปตลอด ไม่มีใครถูกลืมในเงามืดของอดีต
ฝนยังตกต่อเนื่อง เสียงกระซิบในสายลมดังแผ่วแทรกเข้ามาอีกครั้ง “อย่าลืมเรา…” ไหมหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาและสายฝนหลอมรวมกันกับความทรงจำที่ไม่อาจหนีพ้น