แสงสุดท้ายบนสถานีลอยฟ้า
ม่านหมอกบางๆ คลุมสถานีลอยฟ้าขนาดยักษ์ ร่องรอยจากแสงดวงอาทิตย์ชุดสุดท้ายระเรื่อทองสาดผ่านกลางอากาศ เงาคนงานและเครื่องจักรขนาดยักษ์ทอดตัวเคลื่อนไหวบนพื้นเหล็กแวววาว พลันเสียงปะทะโลหะชิ่งสะท้อนอยู่เหนือผืนฟ้าเยือกเย็น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นภา เดินดุ่มย้ำเท้าผ่านประตูอัตโนมัติ แว่นตากลทรงรีสะท้อนไฟสีขาววาบๆ ในห้องควบคุม ชั้นหนังสือเต็มไปด้วยรายงานการซ่อม ข้างเธอมีโนวา ลูกสาววัยสิบหกปี ใบหน้าแข็งทื่อ ผมสีน้ำตาลตัดสั้นถูกขยำยุ่งเหยิง โนวาขยับตัวหนีเล็กน้อยเมื่อแม่เข้ามาใกล้ แต่ไม่พูดคำใด
“แกนกลางระบบพลังงานมีปัญหาอีกแล้ว คุณแม่ไปถึงหน่วยแผงพลังงานซ้ายภายในครึ่งชั่วโมงไหวไหมคะ” เสียงประกาศแหบพร่าดังผ่านลำโพง พร้อมรายงานกราฟพลังไฟฟ้าตกฮวบปรากฏบนจอหลัก
“ทุกคนก็รู้ดีว่ามันจะพังเพราะระบบเก่าเก็บ คุณจะให้ฉันไปเสี่ยงอีกเหรอ” นภายกคิ้ว หันไปสบตาโนวา “ไปด้วยกัน รับปากเองนะว่าครั้งนี้ไม่มีเรื่องเถียงให้เสียงาน”
โนวานิ่งอึ้ง อยากปฏิเสธแต่เห็นสีหน้าเอาจริงจังของแม่ จึงพยักหน้าช้าๆ “ก็แค่ซ่อมระบบ ไม่ต้องคุยเรื่องครอบครัวใช่ไหม”
อากาศในอุโมงค์เดินระหว่างหน่วยเย็นเฉียบ นภาเดินนำ โนวาตามห่างสองก้าว ลมหายใจขลุกขลิดและเงียบเชียบตลอดทาง ในระหว่างซ่อมแซมสายเคเบิ้ล นภาออกคำสั่ง โนวาลังเล แต่ก็ทำตาม สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ครู่หนึ่งคล้ายความอึดอัดค่อยๆ ก่อตัว
โนวาทำไขควงหล่น เสียงกระทบพื้นเงียบราวเสียงสะท้อนในใจ “คุณแม่ เราต้องทำแบบนี้ไปอีกนานไหม…อยู่บนนี้ อยู่กับคนที่ไม่เคยฟังเลย”
นภาพยายามกลั้นถอนใจ “โลกข้างล่างมันไม่เหลืออะไรให้กลับไปแล้ว ปลอดภัยแค่ที่นี่ ไม่งั้นจะไม่พามานานแล้วเหรอ”
“ถ้ามันปลอดภัยจริง ทำไมพ่อต้อง…” เสียงโนวาติดขัดข้ามวรรคสำคัญ แล้วก็เงียบ เธอก้มหน้ากลับไปจัดการเครื่องมือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ไฟสัญญาณฉุกเฉินกระพริบแดงบนเพดาน กลุ่มช่างวิ่งผ่านหน้าประตูตะโกนกันเสียงสั่น “ระบบหลักกำลังโอเวอร์โหลด! ต้องปิดแกนพลังงานรองทั้งหมดทันที!” สถานีสั่นสะท้าน เสียงโลหะเสียดสีกึกก้อง แรงระเบิดเบาๆ ดังแว่วมาจากใต้ฐาน
นภารีบจับข้อมือโนวาดึงเข้าใกล้ “อยู่กับแม่ อย่าแยกตัวเด็ดขาด” เงาของแรงสั่นสะเทือนแปลบปลาบผ่านใบหน้าทั้งสอง โนวาตั้งท่าขืนแต่ความกลัวในแววตาเผยออกมาครู่หนึ่ง
พวกเขาหนีตะลุยผ่านทางเดินแคบ เสียงโครมครามและเสียงประกาศเตือนฉุกเฉินดังก้อง “ระบบสนับสนุนหลักพร้อมหยุดทำงาน ผู้มีหน้าที่เข้าตำแหน่งฉุกเฉิน!”
ก่อนถึงห้องควบคุมกลาง เพื่อนร่วมงานของนภาชื่อไฟน์รี่ในชุดคลุมงานเปื้อนน้ำมัน วิ่งสวนมา “คุณนภา ระบบบันทึกไว้ว่าแกนกลางมีคนป้อนรหัสโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นหน่วยของคุณเอง!”
นภาก้าวถอย ตัวแข็งค้าง “ไม่มีทาง พวกเราสองคนอยู่ด้วยกันตลอด…” เธอเหลือบมองโนวาที่ยืนอึดอัด โนวาหยุดกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกใจ
“โนวา เธอ…?” ไฟน์รีขมวดคิ้ว โนวารีบร้อนปฏิเสธ “เปล่า! ฉัน…จะไปทำอะไร”
นภาชะงักเล็กน้อย จ้องลูกสาว ความโกรธและสงสัยไหลผสมกัน แต่เธอบังคับเสียงของตัวเองให้นิ่ง “ไม่มีเวลาแล้ว เดี๋ยวตรวจดูกล้อง เอาตัวเองกับลูกเข้าระบบควบคุมก่อน!”
ในห้องควบคุมกลาง อากาศเย็นยะเยือก เครื่องจักรสั่นพรืดๆ ขณะทุกคนจับจ้องจอภาพ โค้งกราฟพลังงานดำดิ่ง “รีบปิดให้ออกแล้วตรวจสอบรีเลย์!” นภาออกคำสั่ง นำทีมลงมือ แต่ทุกครั้งมือเธอสั่นเล็กน้อย โนวาคอยเหลือบดูแม่เงียบๆ
มือของโนวาไล่เช็คสายไฟไปทีละชุด จู่ๆ เธอก็หยุดนิ่ง เหลือบมองกล้องมุมห้อง ดูคล้ายลังเลอยู่นาน พลันมีสายตาจากอีกฝั่งของห้องจ้องตอบ เธอพบรุ่นพี่ในสถานีคนหนึ่งชื่อยูซูฟ ยิ้มให้แบบมีนัย
โนวากัดฟัน ตัดสินใจทำงานต่อ หยิบเครื่องมือเฉพาะแล้วขยับเข้าประจำจุด แต่สายตาเจ้ากรรมก็ยังคอยเหลือบแล้วยังสบยูซูฟ เธอกระซิบเบาๆ “ฉันไม่ไหวแล้ว…”
ยูซูฟขยับตัวมาพลางพูดแผ่ว “เรื่องมันผ่านไปแล้ว โนวา ตอนนี้ทุกชีวิตขึ้นกับเธอนะ”
นภาเดินมาเจอทั้งคู่ “เวลายืนคุย ไม่ใช่ระหว่างฉุกเฉิน! ยูซูฟ กลับไปตำแหน่งนายเดี๋ยวนี้!” โนวาก้มศีรษะ ยื่นเครื่องมือซ่อมกลับมาให้แม่ “ฉันขอโทษ” เสียงเล็กสั่นคลอน…ราวยอมรับความผิดที่ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด
ภารกิจซ่อมเริ่มคืบหน้า แต่เครื่องมือช็อตไฟฟ้าแรงพุ่งใส่มือโนวา “โอ๊ย!!” เสียงร้องดังขึ้นขณะเธอทรุด ไม่ทันตั้งตัว นภารีบคว้าตัว ประคองลูกสาวขึ้น โนวาขยับหนีเบาๆ กลัวถูกตำหนิ นภาดึงมือโนวาขึ้นมาตรวจดูแผล แตกแสงน้ำตาไหลบนแก้มบาง โนวาสะอื้น
“ฉัน…ไม่ได้ตั้งใจ คุณแม่ มันเป็นความผิดฉันเอง”
นภาสะบัดหน้าไม่อยากฟังเสียงสะอื้น แต่สุดท้ายก็เงียบและนั่งลงข้างๆ “พูดมา โนวา เธอไปยุ่งอะไรกับระบบจริงหรือเปล่า”
โนวาสบตาแม่ สีหน้าลังเล ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “ยูซูฟ…เขาขอให้ช่วยอะไรบางอย่าง ฉันไม่รู้ว่ามันจะพังขนาดนี้”
นภาขบกรามแน่น น้ำเสียงเย็น “นี่เธอ…รู้หรือเปล่าว่าความผิดครั้งนี้ คนทั้งสถานีเกือบตาย!”
เสียงปะทุของระบบพลังงาน เสียงเตือนภัยดังขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างตกสู่ความโกลาหล ไฟน์รี่แทรกกลางเข้ามา “พวกเธอคุยกันทีหลัง! ตอนนี้ต้องรีเซ็ตเครื่องด้วยมือ ใครเคยปีนโครงสร้างฝั่งใต้ได้บ้าง?”
นภากวาดสายตาไปรอบทีม ทุกคนหลบตา เหลือโนวาตัวเล็กสุด แต่ยกมือขึ้นช้าๆ ความกลัวในดวงตาเร้นลึก แต่แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น “คราวนี้ฉันจะไม่หนี…” โนวาพึมพำกับตัวเองให้แม่ได้ยิน
นภากระชับเครื่องมือและปีนตาม โนวาฝ่าห้องเครื่องแคบ มือลูบรอยไฟช็อตจนถึงจุดเชื่อมกลางที่เสี่ยงที่สุด แสงไฟแดงวาบ โนวาสะดุดแต่ไม่หยุด เธอหยิบสายซ่อมเชื่อม แต่มือสั่นจนน้ำตาร่วง โพรงความกลัวอดีตที่ตนทำพังเกือบทำให้ล้มเลิก
เสียงของนภาแว่วตามหลัง “โนวา…แม่อาจเคยทำให้เธอกลัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่ใครจะล้ม แต่คือใครจะยืนข้ามผ่านได้ มา…ฉันรออยู่ตรงนี้”
ทุกอย่างในห้องเครื่องเหมือนหยุดลงชั่วขณะ โนวาสูดหายใจหยุดสะอื้น เงื้อหัวใจยึดเหนี่ยว รวบรวมสติจับสายไฟจ่อเข้าจุดรีเซ็ต เสียงชีพจรเครื่องยนต์กระแทกหนักครั้งเดียว ตามด้วยความเงียบชั่วขณะ…แล้วไฟทั้งสถานีก็ค่อยๆ คืนกลับมา
เสียงปรบมือแว่วมาจากทีมซ่อม ชาวสถานีบางคนร้องไห้ด้วยความโล่งใจ โนวาฟุบหน้าลงกับแขน น้ำตาและรอยยิ้มผสมกัน นภาเดินมานั่งข้างลูก ลูบศีรษะพลางกระซิบเบาๆ “แม่ให้อภัย…เราจะเรียนรู้จากอดีตด้วยกัน”
โนวาไม่พูดอะไร เสียงสะอื้นในอกกลายเป็นหัวเราะเบาๆ ความสัมพันธ์สองแม่ลูกคลี่คลายเหมือนแสงทองใหม่กลางฟ้าสูง เสียงเครื่องจักรกลับมาดังก้องแต่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…
ทั้งสองนั่งนิ่ง ดูแสงสุดท้ายผ่านกระจก หน้าสถานีลอยฟ้าโล่ง วิศวกรและลูกสาวต่างเข้าใจความเปราะบางของหัวใจมนุษย์ ต่อจากนี้ โลกใหม่บนฟ้าคงไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป แต่พวกเธอก็พร้อมเผชิญหน้าด้วยกัน…