คืนสั่นไหวในเงามืดแห่งอำเภอลอยน้ำ
สายฝนอ่อน ๆ กระทบหลังคาสังกะสี ส่งเสียงซู่สลับกับโซ่เหล็กแพไม้ที่เสียดสีกันเบา ๆ กลางแม่น้ำโขง บ้านลอยเรือนับสิบเรียงแถวเป็นทางยาว ท่ามกลางสายน้ำเย็นเยียบที่โอบล้อมอำเภอลอยน้ำทั้งอำเภอ ขวัญสาวน้อยวัย 17 ผมหยิกหยักศกกำลังมองออกนอกหน้าต่าง พลางคิ้วขมวดจนแทบผูกกันแน่น รอยแผลที่ข้อมือเด่นชัดขณะเธออกไปงับริมหน้าต่าง บ้านเงียบสงัด พ่อยังไม่กลับ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แม่ พ่อกลับมารึยัง?” ขวัญส่งเสียงต่ำผ่านม่านห้องครัว แม่สาย ตักน้ำแกงร้อนรินใส่ถ้วย หันมาเลิกคิ้ว ทำแค่ส่ายหน้า
เสียงฝีเท้าเด็กวิ่งผ่านหน้าบ้านไม้ของขวัญ เงาสะท้อนในน้ำเคลื่อนไหวผิดปกติ เสี้ยวหนึ่งขวัญเห็นเงาดำพาดข้ามผิวน้ำเร็วเกินจะจับต้นชนปลาย เธอก้มมอง จ้องลึกไปในเงาน้ำ แต่มีเพียงฝนตกกระทบ
“มองอะไร…” เสียงแม่กระซิบเบา ๆ “คืนนี้อย่าออกไปข้างนอกนะลูก”
ขวัญมุ่นคิ้ว เงียบ เก็บความสงสัยในใจ
ดึกขึ้นอีก พ่อกลับบ้านในชุดเปียกชื้น ใบหน้าซูบซีด ตาแดงก่ำ เดินลากเท้าเข้ามา โยนกระเป๋ายาลงบนโต๊ะไม้เก่าที่โยกเยก
“หมู่บ้านปลายน้ำ…มีคนหายไปอีกแล้ว…” เสียงพ่อแหบพร่า ราวกับแบกอะไรหนัก ๆ ไว้บนไหล่
ขวัญสบตาพ่อ เห็นความหวาดกลัวเร้นลึก เดินเข้าไปใกล้ “พ่อ…เค้ามองอะไร…”
พ่อยืนสงบสักพัก “บางที พ่ออยากให้ลูกอยู่ในบ้าน ไม่ต้อง…รู้อะไรมาก”
ขวัญกำมือแน่น ทว่าในแววตาเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีใครกล้าตอบ ขวัญเดินออกมาหยุดริมชานไม้ กลิ่นน้ำผสมกลิ่นคาวฝน ขวัญเงี่ยหูฟังเสียง อะไรบางอย่างจมอยู่ใต้ความเงียบของสายน้ำ
รุ่งเช้า ฝูงคนมุงกันแน่นกลางสะพานไม้ บางคนร้องไห้ บางคนกระซิบกระซาบ นิค เด็กชายวัย 18 ผิวย่นแดด ตาต่ำแต่แววเด็ดเดี่ยว ลากเชือกเรือของตาแก่มาจอด “เมื่อคืนมีใครเห็นคนแปลกหน้ารึเปล่า”
แม่แวว ผู้หญิงร่างสูง ถุงตาใต้ดวงตาน้ำตาลเข้ม ยืนเก็บข้าวกล่องใส่ตะกร้า ยักไหล่ “กลางคืนใครจะมาเดินบนแพน้ำ หมากระโดดลงน้ำยังวิ่งหนีเลย”
ขวัญแทรกมาถาม “พ่อให้เราอยู่บ้าน แต่เมื่อคืนฉันเห็นเงา…มันไม่เหมือนเงาคน”
นิคมองขวัญด้วยแววตาเอาจริง “เงาหรืออะไรก็แล้วแต่ คนกำลังหายไปทีละคน มันไม่ใช่แค่โจร”
แม่แววหัวเราะแผ่ว ๆ ราวกับซ่อนอะไรไว้ “เด็ก ๆ จ้องน้ำจ้องเงา เดี๋ยวก็จะกลัวเงาตัวเอง”
ขวัญชะงัก เธอพยายามถามต่อ แต่แม่แววรีบก้มหน้าง่วนกับข้าวตั้งหม้อ หลีกสายตา
ค่ำวันเดียวกัน ขวัญกับนิคเดินบนนอกแพไม้ เคียงข้างเสียงคลื่นจมนิ่ง “พ่อฉันเปลี่ยนไป…” ขวัญพูดเบา ๆ “หลังแม่เขาหายไปเมื่อตอนฉันสิบปี…บ้านเราไม่เหมือนเดิม”
นิคหันมากระซิบ “ฉันก็เหมือนกัน แม่ฉันจมน้ำหายไปไม่มีวันกลับ ไม่มีศพ ไม่มีรอยเลือด น้ำมันพรากไปหมด”
ขวัญหยุดเดิน น้ำเสียงเศร้า “เคยสงสัยมั้ย ทุกคนพูดเหมือนมันเป็นโชคชะตา…แต่ฉันไม่เชื่อ”
เสียงน้ำกระทบแพดังพรึบ เงาดำเคลื่อนผ่าน แพร่ไกลออกไป ขวัญกับนิคสะดุ้ง ต้นไม้ลอยน้ำเปล่าไหลตามกระแสน้ำเหมือนมีมือใครบังคับ
นิคคว้าข้อมือขวัญแน่น “ถ้าอยากรู้จริง คืนนี้ตามฉัน”
จากนั้นนิคนำขวัญเงียบ ๆ มาขึ้นเรือไม้พายทางโค้งแคบระหว่างแพมืดมน เสียงกราบเรือกระทบน้ำดังบ้างเบาบ้าง ทันใดเสียงคลื่นปะทะเรือจนโยก ขวัญจ้องน้ำ สะท้อนเงาตัวเองกับเงามืดที่คืบคลานเข้ามาใกล้
“ฉันได้ยินเสียงอะไร…ใต้แพ” ขวัญกระซิบพร่า
“เราเรียกว่ามันว่า ‘วิญญาณใต้เงาน้ำ’” นิคตอบเบา เปลือกตาสั่น “แต่ไม่มีใครเชื่อเด็กอย่างเรา”
แม่แววโผล่หัวขึ้นจากแพอีกฟากพร้อมโคมไฟ “ทำอะไรอยู่ อย่าเล่นกับน้ำกลางคืน” สายตาแม่แววเจ้าเล่ห์ราวคนรู้อะไรมากกว่าที่พูด
นิคแสร้งหัวเราะ “แค่พาขวัญดูล่องแพ ผมไม่กล้าขวางแม่แววหรอก”
แม่แววมองสองคน พลางถอนหายใจยาว “น้ำมันซ่อนอะไรไว้เยอะ เด็กพวกนี้กลัวแต่สิ่งมองไม่เห็น มากกว่ากลัวคนจริง ๆ…”
เช้าวันต่อมา สถานีตำรวจอำเภอแผ่กลิ่นอับ ชาวบ้านจำนวนหนึ่งปะปนกันถามไถ่ถึงเพื่อนบ้านที่หายไปอีกหนึ่งคน ร้อยเวรพูดใส่ไมโครโฟนทางเก่า “ทุกคนโปรดอยู่ในบ้านและหลีกเลี่ยงพื้นที่ลอยน้ำกลางคืน…”
ขวัญนั่งรอพ่อกลับมาจากการสำรวจ พ่อไม่สบตาใคร ดูทุกข์หนักกว่าทุกวัน ขวัญเดินเข้าไปใกล้ กระซิบ “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกคนกลัวน้ำขนาดนี้”
พ่อถอนหายใจหนัก “เมื่อสิบปีก่อน มีคนพยายามจะขุดล้อแพ ท้ายสุดทุกอย่างจมหายไปพร้อมศพแม่เธอ”
ขวัญช็อก น้ำตาซึมจับมือพ่อ “แม่ไม่ได้หายตัวไปเพราะอุบัติเหตุใช่มั้ย”
พ่อหันหน้าไปทางหน้าต่าง “ก็ไม่แน่ใจ…แต่ที่รู้ คืนนั้นมีเงาดำในแม่น้ำ เงาที่ไม่ใช่ของมนุษย์…”
นิคโผล่มาเรียก “คืนนี้เราไปพิสูจน์ด้วยกัน อย่าเพิ่งเชื่อที่ใครเล่า”
คืนนั้น ขวัญกับนิคแอบขับเรือแคบเข้าไปในโซนแพร้าง กลางแม่น้ำเงียบสนิท ได้ยินแต่เสียงวูบวาบแปลกประหลาด แพบางหลังจมหายครึ่งหลังในเงาน้ำ เงาลึกลับคืบคลานวนเวียนใต้น้ำ…
“ฉันหนาว…รู้สึกเหมือนถูกจ้อง” ขวัญพึมพำ
“อย่ามองลงไปในน้ำ” นิคเตือน ฟังดูไม่มั่นใจนัก
ลำแสงสลัวของไฟฉายไล้วนจนน้ำวูบไหว ตะคุ่มเงาตะคุ่มไปมาอยู่เบื้องล่าง ทันใดนั้น ภาพมือขาวซีดโผล่ขึ้นจากน้ำคว้าขอบเรือของนิค น้ำเย็นซ่านแล่นขึ้นแขนนิคแทบจะร้อง แต่เขากลั้นใจดึงแขนกลับมาได้ก่อน
“ถอย…!” ขวัญสั่งอย่างตกใจ
นิคพายเรือกลับฝั่งโดยไม่พูดอะไร ขวัญหอบหายใจหนัก ทั้งสองสบตากัน เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและความสงสัย
วันต่อมาขวัญไปหาแม่แวว ถึงบ้านแม่แววซึ่งอยู่ท้ายแพ เลียบคลองเงียบสงัด ขวัญเห็นรอยแผลริมขมับแม่แวว ฟ้าสีหม่น “แม่แวว บอกฉันที เกิดอะไรขึ้นกับคนหาย”
แม่แววหลบตา “ฉันพูดมากไม่ได้ ที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับคนอยากรู้…”
ขวัญกระซิบ “ฉันแค่ต้องการความจริง แม่แววช่วยได้ใช่มั้ย ฉันรู้แม่แววเห็นอะไรในคืนนั้น”
แม่แววถอนใจยาว แล้วยื่นถุงผ้าขาวขุ่นให้ “ถ้าไม่อยากเป็นเหยื่อ ต้องรู้จักความกลัวของน้ำ แต่ก็ต้องเผชิญ” เผยให้เห็นแผ่นพระเครื่องจมน้ำเก่าคร่ำซ่อนอยู่ในผ้า
ขวัญกำแน่น “มันคืออะไร”
“ตอนแม่เธอหาย ข้าก็อยู่ที่นั่น ข้ารอดเพราะถือตะกรุดนี้ไว้…”