แผนลวง(เละ)ของชมรมคนขี้กังวล
“เฮ้ย! ใครทำกล่องเก็บคะแนนตกจากระเบียงวะ!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงตะโกนของ ‘ต้น’ ก้องกังวล ทันทีที่กล่องไม้เล็ก ๆ ลอยละลิ่วลงจากชั้นสอง หมายเลขคะแนนกิจกรรมโรงเรียนกระจายเกลื่อนสนามหน้าอาคาร ทุกสายตาหันไปที่ ‘เอิร์ธ’ ประธานชมรมคนขี้กังวล ที่ยืนตัวแข็ง หน้าซีดเผือก อีกมือยังถือปากกา อีกมือถือโพยแผนรับมือภัยพิบัติ
เอิร์ธสบตาเพื่อนในชมรม—‘ครีม’ สาวกังวลระดับชาติที่พกรายงานสภาพอากาศในกระเป๋าเสมอ ‘ปืน’ ชายหนุ่มผู้กลัวผิดพลาดจนเช็คทุกอย่างสามรอบ และ ‘ขวัญ’ ลูกสาวแม่ค้า ผู้วิตกเรื่องงานบ้านมากกว่าตารางสอนโรงเรียน
“ไม่ใช่…คือ…เราคิดว่า กล่องมันอยู่ตรงขอบอ่ะ ก็เลยจะขยับเข้ามา แต่ขยับแรงไปหน่อย” เอิร์ธพูดอ้อมแอ้ม
ครีมถอนหายใจยาวจนเหมือนไม่ได้หายใจหนึ่งปี “เอิร์ธ! ส่วนมากคนเขาปล่อยให้กล่องมันอยู่ตรงนั้นนะ ไม่มีใครไปขยับแล้วโยนลงไปหรอก!”
ปืนรีบหยิบโพยแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินของชมรม “โอเค ๆ อย่าเพิ่งแตกตื่นนะ เดี๋ยวเราค่อย ๆ เก็บคะแนนขึ้นมา ทุกคนใจเย็น เราวางระบบป้องกันไว้แล้ว”
ต้นเกาหัวอย่างหงุดหงิด “ระบบป้องกัน? เด็ก ป.6 จะมาแข่งวิ่งรอบโรงเรียนแต่กลายเป็นต้องเล่นทายซิว่าคะแนนของใครอยู่ตรงไหน!”
ขวัญยื่นถุงพระเครื่องมาที่เอิร์ธ “เอาตรง ๆ เลยนะ ไม่น่าเอาถุงนี้มาใช้ใส่คะแนนเลย มันหล่นแล้วพระแตกทั้งถุง”
เสียงหัวเราะจากฝูงชนเริ่มดัง ทุกสายตาจับจ้อง เอิร์ธมองเพื่อนในทีมแล้วโบกมือร้อง “เก็บคะแนนด่วน! ก่อนที่นกจะจิกกินคะแนนหมด!”
สามสิบนาทีต่อมา ความวุ่นวายก็บังเกิด เมื่อนักเรียนมัธยมต้นกลุ่มหนึ่งมาแย่งเก็บคะแนนบ้าง ผลคือเลขลำดับปะปนจนมั่ว ทั้งโรงเรียนพากันเดาใครเป็นใคร นักเรียนบางคนได้คะแนนล่วงหน้า บางคนคะแนนขาดหาย เด็กม.1 คนหนึ่งน้ำตาตก “คะแนนหนูตกไปในพุ่มไม้หรือเปล่า”
เอิร์ธยืนหน้าซีด มองสถานการณ์บานปลาย “เราต้องแก้แผนใหม่…”
ขวัญกระซิบ “ลองใช้โพยแผนรับมือของปืนป่ะ?”
ปืนกางโพยแผนรับมือที่เหมือนตารางธาตุเวอร์ชั่นชาวกังวล “ข้อ 1. ห้ามแตกตื่น… ข้อ 2. แจกข้าวเหนียวปั้นให้ทุกคนใจเย็นก่อน…”
ครีมหน้าตาบอกอย่างชัดว่าไม่เข้าใจ “ข้าวเหนียวปั้น?”
“แม่บอกว่าข้าวเหนียวปั้นช่วยคลายเครียด…” ขวัญเถียงเบา ๆ ทุกคนหยุดไปชั่วขณะ ก่อนหัวเราะโดยไม่ได้นัดหมาย
เสียงโทรศัพท์โรงเรียนดังขึ้น ครูฝ่ายกิจกรรมเดินมาหน้าตึง “ชมรมคนขี้กังวล ให้ไปพบผอ. เดี๋ยวนี้”
ห้องผอ.เหมือนศาลตัดสิน เอิร์ธยืนเกร็ง ครีมเหมือนจะร้องไห้ ปืนให้อภัยตัวเองตั้งแต่ยังไม่โดนดุ ขวัญกระซิบเบา ๆ ว่า “ถ้าผอ.ถามว่าพระเครื่องหาย เดี๋ยวเรารับเอง”
ผอดึงแว่นลง “กล่องคะแนนตกลงมาได้ยังไง?”
เอิร์ธพูดไม่เต็มเสียง “นักเรียนกลัวลมแรง… เลย…ขยับกล่อง…”
ผอ.ถอนหายใจ “พรุ่งนี้ต้องแข่งวิ่ง โรงเรียนเรามีแต่พวกคิดมากสินะ”
“ผอ.ครับ ผมมีแผนแก้ไขให้ปลอดภัย…” ปืนยื่นกระดาษสิบแผ่น
ผอ.มองกระดาษ รอยยิ้มหลุดออกมาเพียงเสี้ยววินาที “ขอบใจ ไปช่วยเก็บคะแนนคืนมาซะ เดี๋ยวจะประกาศอีกที”
ทุกคนเดินคอตกออกจากห้องผอ. เอิร์ธหันไปหาทีม “ทุกอย่างคงกลับมาเป็นเหมือนเดิมใช่ไหม”
ครีมส่ายหน้า “เราไม่คิดว่าง่ายขนาดนั้นนะ เพราะเด็ก ม.2 บางคนประกาศในกลุ่มว่าใครหาคะแนนเจอเขาจะให้บัตรแลกขนม”
ทุกคนเงียบสักพัก ก่อนปืนพูดขึ้น “เราต้องลงมือเอง ลุย!”
ฉากต่อมา สมาชิกชมรมคนขี้กังวลแปลงร่างเป็นทีมสำรวจ—เอิร์ธถือตะกร้า ครีมถือกล้อง ปืนหยิบแฟ้ม ขวัญหยิบถุงพลาสติกลายดอก พยายามรวบรวมคะแนนจากสนามเด็กเล่นไปจนถึงหลังโรงอาหาร แต่ยิ่งเก็บก็เหมือนเด็กทั้งโรงเรียนตั้งใจยุ่งวุ่นด้วย
“นี่ของใคร?” เด็กชายคนหนึ่งชูบัตรชื่อนักเรียนมั่วซั่ว ขวัญตอบเร็ว “ของน้องไหมจ๊ะ?”
“ของหนูแน่ใจค่ะ!” เด็กหญิงอีกคนแย้ง ปืนหยิบโพยแผนออกมา “ขั้นตอนที่ 7 ถามผู้ปกครองประกอบ… เดี๋ยว จะไปตามผู้ปกครองตอนนี้เลยเหรอ?”
ครีมหายใจถี่เพราะเด็กแย่งกันตะโกนชื่อจริงตัวเอง เอิร์ธเริ่มเสียศูนย์ “ถ้ายังงี้…คะแนนจะเหลือยอดที่แท้จริงไหม”
จู่ ๆ กลุ่มนักเรียนที่ไม่เกี่ยวก็เข้ามาร่วมวุ่นวาย เสียงตะโกนคล้ายตลาดนัด “นี่ของหนู!” “นั่นของเพื่อน!” “มะเขือเผาไหม!” ทุกคนเริ่มปนกันจนบัตรคะแนนกลายเป็นของว่างงานโรงเรียน
ขวัญถอนหายใจ “เรื่องเล็กกลายเป็นงานวุ่นได้ขนาดนี้เพราะอะไรเนี่ย”
ปืนตอบพลางขีดในโพย “เพราะเราเป็นชมรมคนขี้กังวลไง อะไรก็ดูใหญ่โตไปหมด”
เอิร์ธมองเพื่อนทั้งสามคน หายใจเข้าลึก ๆ “ยังไงต้องแก้ให้ได้!”
ปัญหายังคงลุกลาม เด็กนักเรียนร้องไห้ พนักงานโรงอาหารเอาบัตรคะแนนไปสงสัยว่าเป็นคูปองซื้อขนม คุณครูอีกคนประกาศผ่านไมค์ “ใครเก็บคะแนนได้รบกวนฝากไว้ที่ห้องปกครอง”
“ถ้าเราทำโพยใหม่ให้ทุกคนกรอกคะแนนเองดีไหม?” ปืนเสนอ
ครีมขมวดคิ้ว “แล้วถ้าเด็กจำคะแนนผิดล่ะ?”
“แล้วถ้าเด็กเขียนคะแนนตัวเองเต็มร้อยหมดล่ะ?” เอิร์ธพูดอย่างระแวดระวัง
ขวัญยิ้มมุมปาก “งั้นคะแนนทั้งหมดเท่ากันดีไหม จะได้ไม่ต้องหากันอีก”
“แต่…มันจะเป็นธรรมไหมวะ” เอิร์ธถามอย่างจริงจัง
ทุกคนเงียบ ต้นเดินเข้ามา “ที่จริง…ก็แค่งานกิจกรรมวันเดียว คนจะเครียดอะไรกันนักหนา”
ครีมมองหน้าเพื่อน ๆ “แต่เราก็ยังอยากแก้ไขให้ออกมาดีที่สุด”
ปืนลุกขึ้นทันที “โอเค งั้นเรามาแจกข้าวเหนียวปั้นจริงจังละกัน ให้ทุกคนใจเย็นก่อนค่อยคุยกัน”
ฉากต่อมา ชมรมคนขี้กังวลยืนแจกลูกข้าวเหนียวปั้นหน้าประตูโรงเรียน เด็ก ๆ ขำ ข้าวเหนียวกระเด็นโดนหน้าครูฝ่ายปกครองเป็นเรื่องขบขัน โรงเรียนเริ่มคลายเครียดจากปัญหา (แม้จะยังไม่รู้คะแนนใครเป็นใครแน่นอน)
ผอ.เดินออกมาขำแล้วพูดกับเดิน “บางที พวกเราควรกังวลน้อยลงหน่อยนะ”
เอิร์ธมองเพื่อน ๆ สีหน้ายิ้มขึ้น กล้าพูดเป็นครั้งแรกในวันนั้น “ผมขอโทษที่เป็นคนจุดชนวน…”
แต่ทุกคนพร้อมกัน ตะโกนสวน “ทุกคนก็มีส่วนวุ่นหมดแหละ!”
กลุ่มนักเรียนเข้ามาจ้องหน้าชมรม “พรุ่งนี้มีงานอะไรกันอีก หรือจะมีประกาศผลคะแนนไหม?”
ปืนเปิดโพย “ขึ้นกับว่าโรงเรียนพร้อมจะรับมือกับความวุ่นวายแบบเราไหมนะ!”
เสียงหัวเราะทั่วสนาม เอิร์ธกับชมรมยิ้มและเหนื่อยใจ แต่รู้ว่าทุกปัญหา แค่ไม่หนีและมีเพื่อนข้าง ๆ เรื่องมันจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
วันรุ่งขึ้น บัตรคะแนนใหม่ถูกแจกให้ทุกคนกรอกเองแบบระบบความซื่อสัตย์ ผอ.กล่าวขำ ๆ ว่า “เดี๋ยวแหละ ปีหน้าคงใช้คะแนนเดิม” ทุกคนหัวเราะ ครูเปรยว่า “ข้าวเหนียวปั้นปีหน้าต้องมีอีกไหม?” เอิร์ธกับเพื่อนสบตากัน ยิ้มกว้าง พร้อมเจอเรื่องประหลาดครั้งใหม่ในโรงเรียนโดยไม่ต้องกลัวอีกต่อไป
เสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น เอิร์ธพูดติดตลก “อย่างน้อย รอบนี้ไม่มีพระเครื่องแตกแล้วเนอะ” ทุกคนหัวเราะส่งท้ายเรื่องราว แบบที่ความวุ่นวายกลายเป็นความผูกพันในใจเด็กกังวลทุกคน