สายรุ้งซ่อนรอยร้าว
เสียงลมหวีดผ่านหุบเขา ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยสายฝนโปรยกระหน่ำยามหัวค่ำ รัน เด็กสาววัยสิบหกปี ทอดตามองพ่อแม่ที่ทะเลาะกันผ่านประตูไม้เก่าในบ้านบนไหล่เขา รอยร้าวในครอบครัวเหมือนเงามืดที่เธอไม่อาจละสายตาจากมันได้ เสียงแม่สะอื้นรอดำมืด รันกลืนน้ำลาย ฝืนใจนิ่งอยู่กับสมุดวาดรูป ลายเส้นที่เธอพยายามระบายสีจางเหมือนใจที่ฝ่อกลัวน้ำเสียงพ่อ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แสงฟ้าแลบขยายผ่านกระจก รันหดตัว เธอเห็นแสงสีบางอย่างสะท้อนจากเนินเขาด้านหลัง แวบหนึ่งมันคล้ายสายรุ้งสีสดใสปรากฏในยามค่ำ เธอขมวดคิ้ว ลุกขึ้นและเดินไปที่บานหน้าต่างเพ่งดู เสียงแม่ยังคงสะท้อนท้ายบ้าน รันลังเล กำสมุดวาดแน่นแต่ตัดสินใจเปิดประตู ฝ่าสายฝนไปยังจุดกำเนิดแสงประหลาดนั้น
ฝนเย็นจัด ปลายนิ้วของรันเจ็บจี๊ด เธอซ่อนร่างในเสื้อกันฝนเก่า เสียงรองเท้าเหยียบโคลนดังสะเทือนใจ รันเดินลึกเข้าไปในคุ้มหญ้า แสงสีรุ้งเรืองรองเปล่งออกมาจากโพรงเล็กในดินใต้ต้นมะขามยักษ์ มันเหมือนโลกอีกใบซ่อนอยู่ด้านใน
รันยื่นมือสัมผัส โพรงสั่นระริก แสงสีทะลักไหลรอบนิ้วมือเธอ อุณหภูมิค่อย ๆ อุ่นขึ้น หัวใจเธอเต้นแรง รันเผลอหยิบน้ำหยาดแสงขึ้นพิจารณา ก่อนเธอจะได้คิดอะไร เสียงเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง
“เธอทำอะไรน่ะ อย่าไปยุ่งกับของที่ไม่ใช่ของเธอ” เด็กชายหน้าตาเคร่งขรึม ใส่เสื้อกันฝนสีเหลืองหม่น เดินโผล่ออกมาจากเงา รันสะดุ้ง สมุดวาดหล่นจากมือ
“ขอโทษ ฉัน…แค่สงสัย” รันเสียงสั่น เธอก้มเก็บสมุดอย่างรีบร้อน เด็กชายก้มลงช่วย มือสาก ๆ ของเขาแตะโดนมือเธอโดยไม่ตั้งใจ ทั้งสองหยุดชะงัก มองหน้ากัน เขาถามเสียงต่ำ
“เธอชื่ออะไร?”
“รัน…แล้วนายล่ะ”
“ไมล์” เด็กชายถอนใจ นั่งลงตรงข้ามกับรันบนโขดหินเปียกฝน หยอกแสงสีทะลักเหมือนเล่นกับลูกบอลใส
“ที่นี่…ไม่มีใครกล้าสัมผัสสายรุ้งยามค่ำหรอก มันเป็นของต้องคำสาป รู้ไหม?” ไมล์พูด พลางเหลือบตามองตาเธอ
รันเงียบ ไมล์ชำเลืองไปทางบ้าน “เธอหนีอะไรมาเหรอ? ทุกคนที่มาแถวนี้…หนีอะไรมาสักอย่าง”
รันหน้าแดงอมฝน พึมพำ “ฉันไม่ใช่หนี…แค่พักหายใจ”
เสียงฝนดังเรียบขึ้น ทั้งสองจ้องสายรุ้งใต้ดินจนลืมเวลา รันขยับถามเสียงแผ่ว “แล้วนาย…อยู่ที่นี่ทุกวันเหรอ?”
ไมล์ถอนใจเบา ๆ “ทุกคืนที่พ่อแม่ตีกัน ผมจะมานั่งดูสายรุ้งพวกนี้ มันเหมือนเรากำลังมองบางอย่างซึ่งไม่มีวันจะสมบูรณ์ แต่ก็สวยจนหยุดไม่ได้”
รันยิ้มเศร้า ทั้งคู่ต่างรู้อยู่แก่ใจว่าคืนนี้พวกเขาคือเงาสะท้อนกันในผ่านสายรุ้งประหลาดนี้
รุ่งเช้า เมฆสีเทายังคงคลุมภูเขา รันกลับเข้าบ้าน เจอแม่ซบหน้ากับโต๊ะน้ำตาเปื้อนแก้ม พ่อนั่งหันหลังให้ ทั้งบ้านจมอยู่ในความหนาวเหน็บ รันเดินเลี่ยงขึ้นห้อง ทิ้งตัวลงกับเตียง หัวเธอยังวนเวียนกับสัมผัสของแสงสีเมื่อคืน เธอหายใจลึก ในสมุดวาด เธอเริ่มระบายสีรุ้งด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
เวลาผ่านไป รันกับไมล์กลายเป็นเพื่อนใหม่ พวกเขานัดกันทุกคืนหลังฝนปลิวโปรย ออกไปยังโพรงใต้ต้นมะขาม ทั้งสองผลัดกันแบ่งปันเรื่องราวครอบครัวที่ไม่มีใครอยากฟัง ไมล์เล่าว่าพ่อเคยเป็นนัก trombone ที่เมืองใหญ่ แต่ล้มเหลวและท้อถอยหลังแม่เสียชีวิต รันเปิดใจ วาดรูปบ้านในฝันที่ทุกคนยิ้มให้กัน
มีอยู่คืนหนึ่ง รันเห็นพ่อเดินออกไปกลางสายฝน เธอรีบวิ่งตาม พลั้งหกล้ม เสียงไมล์ตะโกนปลุกใจ รันตัดสินใจใช้แสงสีรุ้งที่เก็บไว้ในกล่องทึบ ส่งต่อแสงนั้นให้พ่อ เธอไม่รู้ว่ามันจะช่วยอะไรได้ ทว่าพ่อกลับหันมา ดวงตาแดงก่ำ พยายามจะยิ้ม
วันถัดมา พ่อพารันนั่งหน้าเตาไฟกลางบ้าน เงียบกันอยู่นาน จนพ่อฝืนเสียงพูด
“พ่อเสียใจ…ที่ทำให้หนูหนีไปเงียบ ๆ ทุกคืน พ่อกลัวจะเสียหนูไปเหมือน…” เสียงพ่อกลืนหาย พ่อค่อย ๆ จับมือรันแน่นแนบอก รันร้องไห้เงียบ ๆ เหมือนได้ปลดปล่อยบางอย่าง
ที่โรงเรียน รันสังเกตเห็นเพื่อน ๆ มีรอยฟกช้ำ เหมือนแต่ละคนมีเรื่องปิดบัง รันเริ่มชวนไมล์ สำรวจโพรงสายรุ้งใต้ต้นมะขาม มอบแสงสีให้กับเพื่อนสนิทอีกหลายคนที่อดทนเงียบมาเหมือนเธอ ภูเขาบ้านเล็ก ๆ ที่เคยเงียบเหงาเริ่มมีเสียงเด็กหัวเราะกลางสายฝนเวลากลางคืน
แต่ข่าวลือสายรุ้งคำสาปแพร่กระจายงอกเงย มีผู้ใหญ่บางคนเริ่มตามหาเด็ก ๆ ที่ลอบไปแถวนั้น วันหนึ่งระหว่างคืนฝนสาด รันถูกแม่จับได้ขณะกำลังจะออกนอกบ้าน แม่คว้ามือไว้ น้ำตารินอาบแก้มสองคน
“หนูรัน กลัวใช่ไหม? แม่ก็กลัวเหมือนกัน กลัวว่าสักวันหนึ่งหนูจะทนครอบครัวนี้ไม่ได้ กลัวตัวเองจะเป็นแม่ที่แย่”
รันนิ่ง รวบรวมใจโอบแม่ “แม่ ถ้าหนูไม่มีแม่ หนูก็ไม่มีวันกล้าออกไปดูสายรุ้งพวกนั้นหรอก คนเรามันต้องใช้แสงมาทดสอบความกลัวเสมอ”
แม่ซบไหล่ลูก สองร่างกอดกันกลม เสียงฝนขับกล่อม เงาอดีตจางลงช้า ๆ
รุ่งเช้า วันฟ้าเปิด รันกับไมล์กลับไปที่โพรงสายรุ้ง พบว่ามันค่อย ๆ จางลงจนเกือบมองไม่เห็น เธอใจหาย ไมล์พูดว่า “แสงสีหมดเพราะทุกคนเอาไปใช้แล้วล่ะ เราเองก็โตขึ้น มันคงถึงเวลาออกจากที่นี่เหมือนกัน”
รันสบตาไมล์ รอยยิ้มปะปนหยาดน้ำตา เด็กทั้งสองกุมมือกันแน่น ก่อนต่างคนต่างเดินกลับบ้าน ทิ้งสายรุ้งซ่อนรอยร้าวเอาไว้เป็นความลับที่งดงามเสมอ
หลายปีหลังจากนั้น รันเรียนจบมหาวิทยาลัย กลับมาเยี่ยมบ้านในวันที่ฝนหยุด เธอยืนริมเนินเขา มองพบโพรงใต้ต้นมะขามแห้งขอดแต่กลับรู้สึกอบอุ่นจากข้างใน ภาพแฟลชแบ็คไหลผ่าน เธอหลับตา สูดลมหายใจลึก ยิ้มให้กับสายรุ้งที่ไม่มีตัวตน แต่สะท้อนอยู่ในใจเสมอ
ในคืนนั้น รันเขียนจดหมายถึงแม่ ขอบคุณสำหรับทุกบาดแผลและทุกช่วงเวลาที่กล้าหัวเราะกับอดีต ครอบครัวนั่งล้อมวงหน้าเตาไฟ รันแชร์รูปวาดสายรุ้งของตัวเองกับทุกคน แม้สายฝนจะหยุดลง แต่รอยยิ้มของพวกเขาเต็มไปด้วยสีสันเหมือนคืนที่เด็กน้อยมองดูแสงสีในความมืด สายรุ้งอาจจางหาย แต่แสงในใจกำลังเริ่มต้นใหม่