เสียงกระซิบใต้เงาจันทร์
ลมหายใจของป่าเงียบกริบในคืนที่จันทร์ซ่อนตัวหลังกลุ่มเมฆหนา แสงไฟหน้ารถมินิแวนเก่า ๆ ตัดกับความมืด รัตน์หรี่ตามองทาง ล้อบดกับถนนดินเป็นริ้วลึก ฝุ่นสีแดงคลุ้งขึ้นในความเงียบ ทุกคนในรถนิ่งงัน ยกเว้นเสียงหายใจสั้น ๆ ของอิ๋วตรงเบาะหลัง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใกล้ถึงแล้วใช่มั้ยรัตน์?” เสียงอิ๋วเบาราวกระซิบ รัตน์พยักหน้าไม่หันกลับ “อีกประมาณสิบกิโล เขาว่าบ้านนี้ไม่มีใครกล้าเข้าเลยตั้งแต่…” เขาชะงัก เลี่ยงสายตากับกระจกมองหลัง พีทและเมย์นั่งเงียบอยู่ฝั่งขวา อากาศในรถเย็นลงอย่างผิดปกติ แม้กระจกจะปิดสนิท
“คนแถวนี้กลัวอะไรกันนักหนานะ?” เมย์พูดพลางมองออกนอกหน้าต่าง “แค่บ้านร้างหลังเดียว”
“มันไม่ใช่แค่บ้านร้าง” พีทกระซิบ น้ำเสียงมีความลังเล “เขาว่ากันว่ามีเด็กผู้หญิงหายตัวไปที่นี่…ตั้งสิบปีก่อน”
รถแล่นถึงทางแยก รัตน์หยุดสูดลมหายใจลึกและหักพวงมาลัยเข้าสู่ถนนแคบ ๆ ที่มีต้นไม้คลุมข้างทาง สายลมเอื่อย ๆ พัดใบไม้สั่น เสียงเหมือนอะไรบางอย่างขูดกับตัวรถ
เมื่อถึงบ้าน มีเพียงเงาดำตะคุ่มของโครงบ้านไม้เก่า ฝุ่นหนา เกล็ดไม้ลอกออกเป็นชั้น ๆ ทุกคนก้าวลงรถ แสงไฟฉายสาดไปตามบันไดไม้ รอยเท้ากรุบกรับตัดกับความเงียบ รัตน์ไขประตูไม้เก่า ๆ ที่ฝืดแน่น “พร้อมนะ?” เขาถาม ทุกคนพยักหน้า แม้จะเห็นแววลังเลในแววตาแต่ละคน
ข้างใน กลิ่นอับและฝุ่นเกาะแน่น อิ๋วจาม พีทเดินช้า ๆ ถือแฟ้มเอกสาร “ขอแยกสำรวจเลยมั้ย จะได้เสร็จเร็ว”
“อย่าแยกกันเลย” อิ๋วรีบค้าน “ที่นี่…มันแปลก”
รัตน์หัวเราะกลบเกลื่อน “กลัวอะไรเนี่ย พวกเราอยู่ด้วยกันตั้งสี่คน” แม้จะพูดแบบนั้นแต่เสียงหัวเราะก็แผ่วลงเมื่อทุกคนเดินเข้าไปลึกในบ้าน
เสียงไม้ลั่น เสียงฝีเท้า ทุกคนเดินไปตามทางเดินยาวสู่ห้องโถงกลาง มีตู้ไม้เก่า ๆ กับโต๊ะฝุ่นจับหนา รอยขีดข่วนประหลาดบนผนังดูเหมือนถูกขีดด้วยเล็บ เมย์หยุดมืออยู่ที่รอยนั้น “ใครจะมาขูดอะไรแบบนี้…”
พีทเดินไปหยิบกล่องไม้เก่าในมุมห้อง เมื่อเปิดออก กลิ่นอับและเศษกระดาษขาด ๆ หล่นออกมา อิ๋วหยิบกระดาษขึ้นอ่าน “วันที่ 12 เดือน 6…วันนี้เขาบอกว่าคืนนั้นห้ามพูด ห้ามออกเสียง…”
เสียงขูดดังขึ้นข้างหลัง ทุกคนหันขวับไป แต่มองไม่เห็นอะไร เมย์กลืนน้ำลาย “เหมือนมีอะไรอยู่ข้างหลังเราตลอดเลยเนอะ”
“อย่าเงียบสิ” รัตน์เอ่ย “พูดอะไรก็ได้” แต่เสียงของเขาเบาเหมือนไม่อยากให้ใครนอกจากเพื่อน ๆ ได้ยิน
คืนนั้น ทั้งสี่คนจัดแจงนั่งล้อมวงบนพื้น ใกล้เตาผิงเก่า ๆ อิ๋วหยิบสมุดบันทึกเก่าในกล่องออกมาเปิดดูอีกครั้ง “ดูนี่…เหมือนเขาเตือนอะไรบางอย่าง พรรคว่าในคืนจันทร์ดับต้อง…เงียบ ห้ามส่งเสียงเลย”
“แล้วถ้าไม่เงียบล่ะ?” เมย์ถาม พีทยักไหล่ “ก็แค่เรื่องขู่เด็กมั้ง”
ลมวูบหนึ่งพัดผ่าน เสียงประตูไม้ลั่นดังเอี๊ยด ๆ เงาอะไรบางอย่างบนผนังดูเหมือนจะขยับได้เอง รัตน์พยายามกลั้นใจไม่มอง
เมย์ลุกขึ้นเดินสำรวจแต่ละห้อง เสียงกรอบแกรบใต้เท้าในห้องนอนเก่า ๆ ทำให้เธอหยุดชะงัก ภาพกระจกบานหนึ่งสะท้อนเงาของเธอ พร้อมเงาเลือน ๆ ข้างหลัง เธอหันกลับ ไม่มีใคร
“มีอะไรมั้ยเมย์?” รัตน์เดินตามเข้ามา เธอส่ายหน้า “เปล่า แค่รู้สึกเหมือนโดนมอง”
กลางคืนคลืบคลาน ทุกคนเริ่มรู้สึกกดดัน เสียงกรอบแกรบ เสียงขูดบนฝาไม้ดังเป็นระยะ อิ๋วฟังเสียงเงียบในบ้านเหมือนมีเสียงกระซิบแผ่วเบาซ้อนอยู่ใต้เสียงลม
“ได้ยินไหม?” อิ๋วถาม พีทเงี่ยหูฟัง “เสียงอะไร…”
รัตน์ห้าม “อย่าไปฟัง เชื่อเถอะ พรุ่งนี้เช้ารีบทำงานเสร็จแล้วออกไปกันเถอะ”
อิ๋วสับสน เธอหยิบสมุดบันทึกอ่านซ้ำ พบข้อความลับที่ซ่อนไว้ใต้แสงไฟฉาย “เมื่อจันทร์ดับ เสียงกระซิบจะพาเจ้ากลับสู่อดีต”
รัตน์ขมวดคิ้ว “กลับสู่อดีต? หมายความว่าไง?”
พีทแทรกขึ้น “หรือบ้านหลังนี้เกี่ยวกับ…เด็กที่หายตัวไป?”
เสียงกระซิบดังขึ้นชัดเจนขึ้นในความมืด ทุกคนหันซ้ายขวาเงียบไป รัตน์พยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่เสียงเขาหายไปในความมืด เหมือนมีบางอย่างดูดเสียงออกไป
คืนนั้น ทุกคนนอนกระสับกระส่าย เสียงกระซิบดังขึ้น ๆ ล่องลอยในผนังบ้าน อิ๋วฝันเห็นเงาเด็กผู้หญิงเดินผ่านห้องโถง ร้องไห้เบา ๆ เธอตื่นขึ้นมาในความมืด เหงื่อเย็นชุ่มหลัง
เช้าวันใหม่ เสียงนกไม่มี บ้านเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ รัตน์ตัดสินใจ “เราต้องรีบทำงานให้เสร็จ ออกจากที่นี่ให้ไวที่สุด”
เมย์ขอออกไปเดินริมป่า หวังหาสัญญาณโทรศัพท์ อิ๋วกับพีทเดินสำรวจห้องใต้ถุน พบประตูแคบ ๆ ถูกตอกตะปูแน่น
“ไขควงมีไหม?” พีทถาม อิ๋วส่งให้ เขาค่อย ๆ งัดตะปู เสียงขูดดังลั่นจนทุกคนที่อยู่ในบ้านได้ยิน
เมื่อเปิดประตู กลิ่นอับโชยขึ้นมา ห้องใต้ถุนมืดทึบมีชั้นวางของเก่า เศษผ้าขาด ๆ กับหยากไย่หนาแน่น อิ๋วพบกล่องเหล็กผุ ๆ ในนั้นมีรูปถ่ายเก่า เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าบ้านหลังนี้ ยิ้มแปลกประหลาด
“เธอคือคนที่หายตัวไปใช่มั้ย?” พีทพูดเบา ๆ
ในรูป เด็กผู้หญิงยืนอยู่กับชายชราใส่ชุดขาวอมเหลือง ทุกคนเงียบลงทันทีเมื่อสังเกตเห็น คนในภาพมีเงาตะคุ่มคล้ายมือยื่นมาจากความมืดหลังบ้าน
“มันแค่เงาสะท้อน” รัตน์บอกตัวเอง พยายามไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
เมย์กลับเข้ามา สีหน้าซีด “ฉันได้ยินเสียงร้องไห้…ในป่า”
บ่ายวันนั้น ความอึดอัดกดดันหนักขึ้น มีเสียงกระซิบคุยกันในความเงียบ อิ๋วเก็บข้อความในสมุดบันทึกต่อ “เขาเลือกเงียบเพื่อรอด…แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครรอด”
รัตน์เริ่มหงุดหงิด “ทำไมพวกเรายังอยู่ที่นี่? หรือเรากำลัง…ติดอยู่กับอะไรบางอย่าง?”
พีทเริ่มระแวง “เมื่อคืนนี้ ทุกคนฝันเห็นเด็กผู้หญิงไหม?” ทุกคนนิ่งไป ต่างหลบสายตากันเอง
กลางคืนที่สอง เสียงกระซิบแหลมขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีคนจำนวนมากคุยกันในเงามืด รัตน์ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องโถง เห็นเงาเลือน ๆ เดินผ่านประตู พีทตามมา “นายเห็นมั้ย?”
รัตน์ไม่ตอบ แต่หน้าซีดเผือด ทุกคนรวมตัวกันตรงกลางห้องโถง เสียงกระซิบเพิ่มขึ้นจนเหมือนจะกลืนทุกเสียง
จู่ ๆ ประตูหน้าบ้านเปิดเอง ลมหนาวพัดเข้ามา อิ๋วกรีดร้อง “หยุด! อย่ากระซิบอีก!” เสียงดังนั้นเหมือนกระตุ้นบางอย่างในบ้าน เงาดำเริ่มขยายตัวจากมุมห้องช้า ๆ
ในเงามืดนั้น ภาพเด็กผู้หญิงค่อย ๆ ปรากฏ น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอกระซิบ “ใคร…อยู่…กับฉัน…”
พีทพยายามวิ่งออกประตู แต่กลับเดินวนกลับเข้ามาในห้องเดิม รัตน์ทุบกำแพง “เราออกไม่ได้!”
อิ๋วสะอื้น “มันเป็นเพราะเรา…อ่านสมุดนั้นหรือเปล่า?”
เสียงกระซิบรอบห้องดังขึ้นพร้อมกัน ทุกคนมือสั่น “เธอ…เลือกใครสักคน…” กระซิบซ้ำ ๆ
รัตน์ตกใจ “เลือกอะไร? ใครเลือก?”
เด็กผู้หญิงในเงาเดินเข้ามาใกล้ พูดช้า ๆ “คืนจันทร์ดับ…ต้องเงียบ…ถ้าไม่เงียบ…ต้องอยู่กับฉัน…ตลอดไป…”
เสียงกระซิบรอบบ้านดังสนั่น เมย์ร้องไห้ “เราทำผิดอะไร?”
เงาดำของเด็กผู้หญิงยืนอยู่กลางห้องโถง เธอยื่นมือมา “ใครจะอยู่กับฉัน…”
รัตน์สั่น “ไม่…ไม่…”
แต่เมย์ เดินเข้าไปหาเงาดำนั้นเหมือนถูกสะกด “ถ้าอย่างนั้น ฉันขออยู่ด้วย อย่าทำอะไรเพื่อนฉันเลย”
เงาดำนั้นโอบตัวเมย์ หายวับไปกับความมืด เสียงกระซิบเงียบกริบ ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบงัน
เช้าตรู่ รัตน์ อิ๋ว และพีทพบว่าประตูบ้านเปิดออกได้ พวกเขาออกมาจากบ้านร้างได้สำเร็จ แต่ในใจของแต่ละคนเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเศร้าเสียใจ
พวกเขาไม่พูดถึงเมย์อีกเลย เสียงกระซิบในหัวไม่เคยจางหาย จากวันนั้น…ทุกคืนจันทร์ดับ เสียงกระซิบยังวนเวียนอยู่ในใจ ใต้เงาจันทร์ที่พวกเขาไม่กล้าเผชิญหน้าอีกตลอดไป