เสียงสะท้อนในหอสูง
เสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างในคืนแรกที่อิงฟ้าย้ายเข้าหอพักหญิง “หอสูง” กลางย่านเมืองเก่า เธอวางกระเป๋าใบใหญ่ลงบนพื้นไม้เก่า บรรยากาศในห้องแคบๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอับและเงาสะท้อนจากหลอดไฟนีออนริบหรี่ อิงฟ้าไล่มองรอยแตกร้าวบนผนัง ก่อนหันไปเห็นหญิงสาวอีกสองคนยืนลังเลอยู่ตรงประตู
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เราจะนอนห้องนี้จริงเหรอ?” พิณพูดเสียงแผ่ว สายตาไม่กล้าสบกับใคร พลางดึงแขนเสื้อของตัวเองแน่น
“ก็ยังดีกว่านอนหอนอกมหาลัยไกลๆ” นารา พูดติดประชด เธอหย่อนกระเป๋าอย่างไม่ใส่ใจ
อิงฟ้าหันไปมองเตียงว่างตรงริมหน้าต่าง ก่อนจะสบตากับภาพสะท้อนเงารางๆ ที่กระจก มันดูเหมือนมีใครอีกคนยืนอยู่ข้างหลัง ทั้งที่ในห้องไม่มีใครนอกจากสามคนนี้
“เมื่อกี้เห็นอะไรตรงนั้นมั้ย?” อิงฟ้าถามเสียงเบา
“อะไร?” พิณหันขวับ
“ไม่มีอะไร…” อิงฟ้าส่ายหน้า แม้เสียงหัวใจจะดังจนได้ยินเอง
คืนนั้น เสียงฝนเหมือนจะเงียบลง แต่แทนที่ด้วยเสียงเคลื่อนย้ายของบางอย่างเหนือฝ้าเพดาน เสียงลากขาเบาๆ คล้ายคนเดินผ่านไปมา
ทั้งสามนั่งจับกลุ่มบนเตียงโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงเสียงนั้นอย่างชัดเจน พิณห่อไหล่แน่น นารายกมือปิดหู แต่อิงฟ้ากลับนั่งนิ่ง เงี่ยหูฟังเหมือนพยายามจับถ้อยคำบางอย่างในเสียงประหลาด
“มีคนอยู่ข้างบนรึเปล่า?” พิณถามเสียงสั่น
“ชั้นบนสุดนี่ล็อกไว้ ไม่มีใครเข้าได้” นาราตอบทันที
อิงฟ้าลุกขึ้น เดินไปเปิดหน้าต่าง พยายามมองขึ้นไปยังชั้นสูงสุดในความมืด มองเห็นเพียงเงาดำกับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเก่า
รุ่งเช้า เสียงเคาะประตูห้องปลุกทุกคนให้ตื่น อิงฟ้าเป็นคนเปิด พบป้าสมพร แม่บ้านสูงวัยสายตาแข็งกร้าวยืนจ้องอยู่
“เมื่อคืนหนูๆ ส่งเสียงดังรบกวนคนอื่นหรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ…” อิงฟ้าตอบเบาๆ สังเกตเห็นรอยแผลเป็นยาวที่ต้นคอของป้า แต่ไม่กล้าถามถึง
“ห้องนี้อย่าส่งเสียงดังยามดึก เข้าใจมั้ย” เสียงทุ้มต่ำกดดันเหมือนคำเตือนบางอย่าง
หลังป้าเดินจากไป นาราสอดส่ายสายตาตาม
“ป้าสมพรดูแปลกๆ มั้ย” เธอกระซิบ
อิงฟ้าไม่ตอบ แต่ความรู้สึกไม่สบายใจยังไม่จางหาย ทุกครั้งที่มองไปที่กระจกหน้าต่าง เธอยังเห็นเงาซ้อนของหญิงสาวอีกคนในเงาสะท้อน
ช่วงบ่าย ขณะที่ทุกคนกำลังจัดของ มีหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามา เธอสวมเสื้อยืดซีด กางเกงขาสั้น ผมสั้นตาแข็ง เธอแนะนำตัวว่า “แยม” สาววิศวะที่เพิ่งย้ายมาใหม่
“ห้องนี้ว่างเหรอ?” แยมถามขรึมๆ
“ยังว่างอยู่” อิงฟ้าตอบ แววตาไม่วางใจ
แยมหยิบกระเป๋ามาวางโดยไม่พูดอะไรต่อ เธอเดินไปสำรวจห้องน้ำ ท่าทีคล้ายๆ จะมองหาบางอย่างมากกว่าการสำรวจของใช้ทั่วไป
คืนนั้น ขณะที่อิงฟ้ากำลังนั่งจ้องสมุดจดงานตรงโต๊ะ มีเสียงกระซิบบางเบาแทรกมาจากห้องน้ำ เสียงเหมือนเด็กผู้หญิงพูดชื่อของใครซ้ำๆ…
อิงฟ้าหันขวับมองทางประตูห้องน้ำ มันแง้มเล็กน้อย เห็นแต่ความมืดสนิทภายใน เธอสูดลมหายใจลึก ลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้
พิณกับนาราเหลือบตามอง แยมขยับตัวเหมือนลังเลจะพูดอะไร
“เมื่อกี้…ได้ยินเสียงมั้ย?” อิงฟ้าถามทุกคน
ความเงียบเข้าปกคลุม ก่อนพิณจะพยักหน้าเบาๆ
“มันพูดชื่อใครซ้ำๆ” เธอว่า เสียงเกือบขาดใจ
แยมเดินเข้ามาใกล้ ทำหน้าขรึม
“เคยมีเด็กผู้หญิงตายที่นี่ ปีก่อน…” เธอกล่าวเสียงแผ่ว “แต่คนเก่าๆ เขาไม่อยากให้พูดถึง”
พิณตัวแข็ง นาราเบือนหน้าหนี อิงฟ้ามองลงที่มือของแยม เห็นรอยขีดข่วนเล็กๆ เหมือนโดนเล็บข่วนใหม่ๆ
วันต่อมา ในขณะที่ทุกคนกำลังจะออกไปเรียน อิงฟ้าสังเกตเห็นเส้นผมยาวตกอยู่หน้าห้องน้ำ เธอหยิบขึ้นมา พิณรีบถอยหลังด้วยสีหน้าขาวซีด
“ไม่ใช่ของเราสักคน…” นาราพึมพำ ตอนนั้นเองที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นบนเพดานเหนือหัว ทุกคนหยุดนิ่ง
“มีใครแอบบนชั้นบนแน่ๆ” แยมพูด ชัดถ้อยชัดคำ
ตอนเย็น พวกเธอรวบรวมความกล้าเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนสุด ประตูเหล็กขึ้นสนิมล็อกแน่น อิงฟ้าลองผลักดู มันไม่ขยับ แต่ขณะพวกเธอกำลังจะกลับลงมา เสียงกระซิบดังขึ้นแว่วจากด้านหลังประตู
แยมยื่นหูแนบประตู อยู่ๆ ก็ผงะถอยออกมา สีหน้าเหมือนเห็นอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่เห็น
“อย่าไปยุ่งดีกว่า” เธอว่าเสียงแผ่ว
คืนนั้น ทุกคนฝันร้าย อิงฟ้าฝันเห็นเงาดำสูงใหญ่ยืนอยู่ปลายเตียง เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อชุ่มตัว
เสียงเคาะเบาๆ ดังขึ้นที่ประตูห้อง อิงฟ้าค่อยๆ ขยับตัวเดินไปเปิด เห็นป้าสมพรยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัว
“นอนไม่หลับเหรอ” ป้าถามเสียงเรียบ ก่อนจะยื่นถ้วยน้ำขิงมาให้ “กินซะ จะได้หลับ”
อิงฟ้ารับถ้วยมา มองเข้าไปในตาป้า เห็นความเศร้าแปลกประหลาดที่ซ่อนอยู่ เธอรับถ้วยมาอย่างลังเล
ตลอดคืนนั้น เธอได้ยินเสียงเด็กหัวเราะเบาๆ ดังมาจากห้องน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รุ่งเช้า พิณหายตัวไปโดยไม่มีร่องรอย เสื้อผ้าและของใช้ยังอยู่ครบ อิงฟ้าและนาราตื่นตระหนก แต่แยมกลับนิ่งอย่างเย็นชา เหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทั้งสองช่วยกันหาแต่ไม่พบพิณ พวกเธอแจ้งป้าสมพร ป้าเพียงพยักหน้าไม่พูดอะไร สีหน้าเศร้าลึกซึ้งมากกว่าตกใจ
“เคยมีคนหายแบบนี้มั้ยคะ?” อิงฟ้าถามเสียงสั่น
ป้าสมพรนิ่งไปนาน ก่อนตอบ “มี…แต่ไม่มีใครพูดถึง”
นาราพยายามออกไปแจ้งตำรวจ แต่ประตูทางออกเหมือนถูกล็อกจากข้างนอก โทรศัพท์มือถือไม่มีสัญญาณ ทุกอย่างดูเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
คืนนั้น แยมตื่นขึ้นมานั่งหลังตรงกลางห้อง
“มีบางอย่างต้องการให้เราฟัง” เธอพูดช้าๆ ดวงตากวาดมองไปที่ผนังอย่างไร้จุดหมาย “เสียง…มันคือตัวตนของที่นี่”
นาราทำท่าจะร้องไห้ อิงฟ้าเดินไปนั่งข้างๆ แยม พยายามจับมือแต่แยมสะบัดออก
“ถ้าใครตอบรับเสียงนั้น…จะไม่กลับมาอีก” แยมพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด
ทั้งสามนั่งเงียบในความมืด เหงาท่ามกลางเสียงกระซิบที่ยาวนาน
รุ่งเช้า บนโต๊ะไม้ มีเศษกระดาษเขียนข้อความสั้นๆ ด้วยลายมือพิณ “ได้ยินฉันไหม?”
นาราน้ำตาไหล อิงฟ้ากำเศษกระดาษแน่น เธอรู้สึกผิดกับบางสิ่งในอดีตที่เคยทำกับพิณ
คืนนั้น เสียงกระซิบเปลี่ยนเป็นเสียงเรียกชื่ออิงฟ้าซ้ำๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ
“ถ้าเราตอบมันล่ะ?” นาราถามเสียงแผ่ว
“อย่าเด็ดขาด” แยมเตือน แต่เสียงในหัวอิงฟ้ายิ่งชัดขึ้น
อิงฟ้าตัดสินใจเดินขึ้นไปชั้นบนสุดอีกครั้ง ประตูเก่ายังคงปิดอยู่ เธอกดหูแนบประตู ได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญปะปนกับเสียงหัวเราะ
จู่ๆ ประตูก็แง้มเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นห้องโถงเก่าโทรม มีรอยขูดขีดเต็มผนัง เห็นเงาดำๆ นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง
อิงฟ้าร้องเรียกชื่อพิณ เงานั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าสะอื้นแต่ไร้เสียง
อิงฟ้ารู้สึกเหมือนมีบางอย่างพยายามดึงเธอเข้าไปในเงานั้น
“อย่ามองตา!” แยมร้องเตือนจากด้านหลัง แต่สายตาอิงฟ้ากลับหลุดจากควบคุม
จู่ๆ ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมา… อิงฟ้ากับพิณเคยหลอกเพื่อนร่วมหอในอดีต จนอีกฝ่ายต้องย้ายออกไปอย่างเงียบๆ ในคืนนั้นเอง มีเด็กหญิงอีกคนตกตึกจากชั้นบนสุด เสียงร้องไห้ไม่เคยหายไปจากหอพัก
เสียงสะอื้น กลายเป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูง ทุกอย่างในหัวอิงฟ้าหมุนวน เธอพยายามขอโทษแต่ไม่มีเสียงหลุดจากปาก
นาราและแยมช่วยกันดึงอิงฟ้ากลับมาจากประตูห้องเก่า อิงฟ้าทรุดลงร้องไห้ทั้งตัวสั่น
ป้าสมพรยืนมองจากบันได สีหน้าเต็มไปด้วยความปวดร้าว เธอกระซิบเบาๆ “ทุกอย่างจะจบเมื่อยอมรับผิด”
อิงฟ้านั่งนิ่ง คำขอโทษในใจสะท้อนกลับมาเป็นเสียงกระซิบในห้องทั้งคืน
รุ่งเช้า ห้องโถงชั้นบนสุดเปิดโล่ง แสงเช้าอาบผ่านหน้าต่างเก่า เงาดำที่เคยนั่งกอดเข่าค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงเก้าอี้ไม้เก่าๆ
นารากับแยมนั่งข้างอิงฟ้าซึ่งหลับตา น้ำตาไหลเงียบๆ
เสียงกระซิบเงียบลง หอพักกลับคืนสู่ความเงียบสงัด แต่ในกระจกหน้าต่างยังคงมีเงาซ้อนของหญิงสาวอีกคนสะท้อนอยู่ คล้ายยังมีบางอย่างรอคอยคำขอโทษที่สมบูรณ์แบบ
อิงฟ้าลืมตาขึ้น สบตาเงาของตัวเองในกระจก รอยยิ้มจางๆ ปรากฎบนใบหน้านั้น แล้วภาพสะท้อนค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเงียบในหอสูงที่ไม่มีวันหายไปตลอดกาล