เงาลับใต้เรือนไม้
เสียงลมตีใบไม้ดังแกรกกราก ภายในบ้านไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมคลอง วินยืนมองประตูหน้าบ้านอย่างลังเล มือจับลูกกุญแจแน่นจนเหงื่อซึม ความทรงจำตั้งแต่วัยเด็กตีกลับมาในหัว ทั้งกลิ่นไม้เก่า เสียงฝีเท้ากระทบพื้น และเงาในมุมมืดที่เขาไม่เคยกล้ามองตรง ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“จะยืนอยู่นานไหม เข้ามาสิ” เสียงป้าสมพร เพื่อนบ้านเก่า เอ่ยขึ้นจากหลังรั้ว พลางจ้องเขาด้วยสายตาเป็นห่วงปนระแวง วินยิ้มเจื่อน ๆ “ก็…ไม่ได้กลับมานาน”
เขาหยิบกุญแจไขประตู บ้านเงียบเหงา กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นธูปลอยในอากาศ วินลากกระเป๋าผ่านห้องโถง เหลือบมองบันไดที่นำไปชั้นสอง เงาสีดำวาบผ่านมุมตา เขาขยี้ตาแล้วส่ายหัว “คงเหนื่อยเกินไป” เขาคุยกับตัวเอง
ค่ำวันนั้น วินเดินสำรวจบ้าน ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม แม้แต่ลูกปัดแก้วที่แม่แขวนไว้ข้างหน้าต่างยังสะท้อนแสงไฟสลัว มือเขาไล้ไปตามรอยข่วนบนกรอบประตู รอยเดิมที่ครั้งหนึ่งเขาเคยสงสัย
มือถือสั่น ข้อความจากอ้อย น้องสาว “ถึงแล้วใช่ไหม อย่าลืมล็อกหน้าต่างดี ๆ” วินมองข้อความนิ่ง ๆ ก่อนจะเหลือบไปที่หน้าต่างซึ่งมีเงาดำวูบผ่าน เขาหันขวับไปแต่ไม่พบอะไร
เวลาล่วงเข้าสู่ดึก วินนั่งอยู่ในห้องนอนเก่า เสียงกรอบแกรบของไม้ดังขึ้นใต้พื้นราวกับมีใครเดินอยู่ข้างล่าง เขาฝืนใจลุกไปเปิดหน้าต่างมองออกไป เห็นแต่เงาไม้ไหว ๆ กับความเงียบที่กดทับจนหายใจไม่ออก
รุ่งเช้า ป้าสมพรนำข้าวต้มมาวางหน้าบ้าน “เมื่อคืนเป็นไงบ้าง ได้ยินเสียงอะไรมั้ย” วินหัวเราะแห้ง ๆ “ได้ยินแต่เสียงไม้ลั่นเองมั้งครับ”
สายตาป้าสมพรจับจ้องเขานานเกินปกติ “บ้านหลังนี้…มีแต่ความทรงจำเนอะ” เธอพูดพลางก้มหน้าลง วินขมวดคิ้วแต่ไม่กล้าถามต่อ
คืนนั้นเสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหมือนมีใครเดินวนรอบเตียง เสียงกรูดขยับของเฟอร์นิเจอร์เก่า วินขึงหูฟังจนหัวใจเต้นแรง เขากระชับผ้าห่ม พลางเหลือบมองไปยังเงาดำที่คล้ายร่างคนกำลังยืนอยู่ตรงมุมห้อง
“แม่…” เขากระซิบเสียงเบา เงาดำนั้นยังคงนิ่งเงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับ วินหลับตาแน่น พยายามไม่รับรู้
รุ่งเช้า อ้อยโทรมาหา “พี่วิน เมื่อคืนฝันร้ายอีกแล้วใช่ไหม” เสียงน้องสาวฟังดูหวาดระแวง วินนิ่งไป “ก็…แค่เสียงแปลก ๆ”
“ถ้ามันไม่ไหว กลับออกมานะ” อ้อยพูดเบา ๆ วินถอนหายใจ “ยังไหวอยู่ อยากรู้ว่าที่นี่มีอะไร”
คืนนั้น วินเดินสำรวจไปจนถึงใต้ถุนบ้าน เขาพบกล่องไม้เก่า ๆ ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ ไขออกมาเจอกระดาษเก่าเหลืองเป็นจดหมายที่แม่เขียนถึงใครบางคน “อย่าปล่อยให้ความลับนี้หลุดออกไป”
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นใกล้ตัว วินขยับตัวอย่างหวาดระแวง เงาดำผ่านม่านตาไปอีกครั้ง คราวนี้เขาตัดสินใจวิ่งออกจากใต้ถุนกลับขึ้นห้อง ร่างกายสั่นเทา
วันต่อมา เขาเริ่มสังเกตเห็นรอยข่วนใหม่ ๆ ที่บันได และมีข้าวของบางอย่างถูกย้ายที่ วินพยายามคิดว่าอาจจะเป็นหนูหรือสัตว์อะไรสักอย่างแต่ความไม่แน่ใจเริ่มกัดกินใจ
เขาโทรหาป้าสมพร “ป้าเคยเห็นอะไรแปลก ๆ ในบ้านผมไหม” ป้าสมพรเงียบไปนาน “บ้านเก่าก็ต้องมีวิญญาณบ้างแหละลูก”
วินลังเลอยู่นานก่อนตัดสินใจถาม “แล้ว…แม่เคยพูดอะไรแปลก ๆ มั้ย”
เสียงป้าสมพรสั่น “อย่าไปขุดอะไรมากเลยลูก บางอย่างปล่อยให้มันอยู่เงียบ ๆ ดีกว่า”
วินยิ่งรู้สึกค้างคา เขาตัดสินใจสืบค้นจดหมายในกล่องไม้ เจอชื่อ “คุณหญิงดาวเรือง” ที่เขาไม่คุ้น
กลางดึก วินได้ยินเสียงกระดิ่งเบา ๆ ดังมาจากห้องโถง เขาเดินลงไปช้า ๆ พบลูกปัดแก้วของแม่แกว่งไหวทั้งที่ไม่มีลม วินเอื้อมมือไปจับทันทีที่สัมผัสลูกปัดนั้น มีเสียงกระซิบแผ่วเบา “อย่า…”
เขาตัวแข็งทื่อ ใจเต้นแรง สองมือเย็นเฉียบ
วันต่อมา อ้อยมาที่บ้านด้วยสีหน้าหวาดระแวง “พี่ วิน… หนูฝันเห็นแม่ยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้าต่าง”
วินโอบไหล่น้อง “มันเป็นแค่ฝัน” แต่สายตาเขาเองเต็มไปด้วยความวิตก
อ้อยเดินสำรวจบ้าน เธอหยิบกรอบรูปแม่ที่วางตะแคงขึ้นดู ก่อนพูดเสียงเบา “แม่ไม่เคยยิ้มในรูปพวกนี้เลย”
วินพยักหน้า “แม่เคยบอกว่าที่นี่ไม่ได้มีแต่เรา”
“หมายความว่าไง” อ้อยถาม
“ไม่รู้เหมือนกัน” วินเสียงสั่น
คืนนั้น เงาดำปรากฏชัดขึ้น ตัวสูง ผอม บิดเบี้ยวจนผิดรูป วินกับอ้อยได้ยินเสียงกระซิบ เรียกชื่อของทั้งคู่จากห้องใต้บันได หัวใจทั้งสองเต้นแรงจนแทบขาดใจ
“อย่าไปฟัง” วินกระซิบข้างหูน้อง
เสียงกระซิบกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้สะอื้น อ้อยตัวสั่น น้ำตาไหล “พี่ วิน… ที่นี่มันไม่ใช่บ้านเราใช่ไหม”
เช้าวันต่อมา อ้อยบอกว่าเธอจะออกไปนอนบ้านเพื่อน วินเข้าใจแต่ลึก ๆ รู้สึกโดดเดี่ยวขึ้นทันที
เขากลับไปเปิดจดหมายในกล่องอีกครั้ง พบจดหมายฉบับหนึ่งลงวันที่เมื่อ 30 ปีก่อน “ลูก…ถ้ามีใครมาเรียก อย่าเปิดประตู” เขาขมวดคิ้ว นั่งนิ่งอยู่พักใหญ่
คืนนั้น เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นช้า ๆ ทีละครั้ง ทีละครั้ง วินนั่งนิ่ง อึดอัดจนแทบขาดใจ เสียงกระซิบดังขึ้นอีก “เปิดประตูให้แม่หน่อย…”
วินหลับตาแน่น น้ำตาซึม ไม่กล้าขยับ เสียงนั้นยังคงวนอยู่ในหัว
เช้า วินตัดสินใจไปถามป้าสมพรถึง “คุณหญิงดาวเรือง” ป้าสมพรหน้าซีด “แม่แก…เคยดูแลคุณหญิงดาวเรืองที่ป่วยหนัก จนวันหนึ่ง…คุณหญิงก็หายไป ไม่มีใครเห็นอีก”
“หายไป?” วินถามเสียงแผ่ว
“แม่แกไม่เคยพูดถึงอีกเลย” ป้าสมพรหลบตา
วินกลับบ้าน มองไปยังบ่อน้ำหลังบ้านที่ถูกปิดฝาแน่น เขาเอื้อมมือแตะขอบบ่อ ลมหายใจหนักอึ้ง
กลางดึก วินได้ยินเสียงลากโซ่ เสียงกุกกักใต้พื้นบ้าน เขาตัดสินใจถือไฟฉายลงไปใต้ถุน พบว่ากล่องไม้เก่าถูกเปิดออกเอง ข้างในเหลือแต่จดหมายฉบับเดียว “ถ้าความลับนี้ถูกเปิด จะไม่มีใครรอด”
ขณะที่เขาอ่าน เสียงฝีเท้าดังรอบตัว เงาดำค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างผู้หญิงผมยาว ชุดขาวเปื้อนโคลน เธอยืนหันหลังให้วิน ไม่หันมา
“แม่…?” วินเสียงสั่น
หญิงสาวหันมาช้า ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าและโกรธ เสียงกระซิบซ้อนเข้ามาในหัว “ทำไมถึงเปิดมันออก…”
วินถอยหลัง หัวใจเต้นแรงจนแทบหยุดเต้น เงานั้นค่อย ๆ เลื่อนเข้ามาใกล้ ทุกอย่างเงียบงัน เหลือเพียงเสียงสะอื้น
วินพยายามพูด “ผมแค่อยากรู้ความจริง”
เสียงหญิงสาวแหลมขึ้น “ความจริงไม่ควรถูกเปิด”
วินร้องไห้ “ผมขอโทษ” เงานั้นยื่นมือออกมา เงาเย็นเยียบแตะที่ใบหน้าวิน เขารู้สึกเหมือนถูกดึงลมหายใจออกจากร่าง
เช้า วินตื่นขึ้นมาอยู่ในห้องนอน เสียงฝีเท้าเงียบไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มือของเขาเต็มไปด้วยคราบดินเหนียว
อ้อยโทรมา “พี่ เป็นอะไร เสียงแปลก ๆ ที่บ้านยังมีอยู่ไหม”
วินเงียบไปนาน “ไม่มีแล้ว…เงียบมากเลย”
บ้านไม้อยู่ในความเงียบสงัด วินเดินลงไปที่บ่อน้ำ พบว่าฝาบ่อเปิดอ้าอยู่ เงาสะท้อนในน้ำไม่ใช่ตัวเขาแต่เป็นใบหน้าหญิงสาวที่เขาไม่รู้จัก มุมปากเธอยิ้มเศร้า ๆ
เสียงกระดิ่งเบา ๆ ดังขึ้นจากลูกปัดแก้ว วินยืนมองอย่างนิ่งงัน
เสียงกระซิบยังคงวนเวียน ทุกครั้งที่เขาผ่านใต้ถุนบ้าน เงาดำยังคงปรากฏขึ้นในสายตา แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องไห้ของเธออีกต่อไป