เส้นทางของแสง
เสียงเครื่องบินดังอยู่ในท้องฟ้ายามเย็น แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าสาดส่องลงมาที่สนามบินนานาชาติในกรุงเทพฯ ร่องรอยของวันหนึ่งผ่านไป เหล่าผู้คนวิ่งไปมาสำหรับการเดินทาง แต่ในมุมข้างๆ มีชายคนหนึ่งนั่งตรงม้านั่งกางแผนที่กระดาษในมือ นั้นคือ “นพ” ผู้ที่พลาดโอกาสสุดท้ายในการขอโทษกับแม่ของเขา เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะมองไปยังปลายทางที่เขาตั้งใจจะเดินทางไป “เชียงใหม่” ที่ซึ่งแม่ของเขาอาศัยอยู่หลังจากทิ้งเขามาตั้งแต่เด็ก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในขณะที่นพนั่งรอ เขารู้สึกถึงการเย็ดยุ่งเหยิงในหัวใจ เมื่อตอนที่เขาชมภาพวัยเด็กผ่านมาสายตา มีภาพของแม่เขายิ้มให้เห็น แต่ตอนนี้กลับแทบไม่มีอะไรนอกจากความรู้สึกผิดที่พัวพันในใจ ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีการพูดคุยอีกแล้ว เพียงแค่การเดินทางที่จะพาเขาไปพบกับความจริง
เมื่อลงจากเครื่องบิน ความเย็นของเชียงใหม่ทำให้เขารู้สึกตื่นตัวและตระหนก น้ำเสียงของลูกหลานแม่ที่แออัดไปด้วยมิตรภาพ หากแต่เขาเพียงแค่มองผ่านเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนเกิดขึ้น เมื่อเขานั่งในร้านกาแฟเล็กๆ ข้างทาง สายตาของเขาละไปที่เด็กชายคนหนึ่งซึ่งชื่อ “กร” เด็กน้อยผู้มีความสุขร่าเริง แต่กลับไม่มีพ่อและแม่อยู่ข้างๆ มันส่งให้เขานึกถึงความโหยหาที่เขาได้รับจากการไร้ซึ่งแม่
“สวัสดีครับพี่” กรพูดด้วยน้ำเสียงสุขใจ “พี่เป็นต่างชาติมาเที่ยวเชียงใหม่หรือเปล่า?” นพสะดุ้งเล็กน้อยที่ถูกเรียก “ไม่ใช่หรอก เป็นชาวไทย” เขาตอบ ใช้เสียงที่เนิบนาบเพื่อหลีกเลี่ยงบรรยากาศที่อึดอัด เขาสำรวจบรรยากาศรอบๆ เขาใจเต้นแรงขณะที่รู้สึกถึงแรงดึงดูดจากเข้ากับเด็กน้อย ก่อนจะแนะนำตัวและรู้จักกับเขา
ความเพลิดเพลินเริ่มเกิดขึ้น จากคำพูดของกร ทำให้เขาคำนึงถึงคำน้อยในชีวิต ไม่รู้แข็งแรงและก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศูนย์กลางที่เป็นส่วนสำคัญของผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัว หากมองไปที่กร เขากลับรู้สึกได้นับจากชีวิตที่เกิดขึ้น และนั่นทำให้เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับแม่น้อยของเขาอีกครั้ง
แต่แล้ว เมื่อเขาพบแม่ เขากลับเอามือจับประตูบ้านๆ จะมองเข้าไปกี่ครั้งไม่รู้ฟัง ไม่มีการเปิดประตูที่ทันทีเมื่อความคิดในใจทำให้เขารู้สึกว่าตนเองไม่เหมาะสม พวกเขาจะยอมรับกันได้หรือไม่? คิดในใจของเขา
“นานครั้งไหมที่คุณมาเยี่ยมแม่?” เสียงอันคุ้นเคย ทำให้เขาหันกลับไปพบผู้หญิงในวัยกลางคน ห้องนอนที่ใกล้ละเมิดได้ช่วยส่องแสงผ่านเกรี้ยวด้วยการที่เพียงขอเงียบเข้ามา มันคือแม่ของเขา สาวแก่ผู้ซึ่งเคยเดินทางไปยังที่ชอบได้แค่น้อมใจ
ภรรยาของนพยังรู้สึกว่าทุกอย่างถูกลืมไป ไม่สามารถให้ก้อนดินบรรจงแบบแม่ที่กลับมาได้”เธอกล่าวเสียงขอโทษ แต่ที่นพไม่สามารถรอให้การขอโทษถูกประทับไว้ได้อย่างไร
ตามมาในค่ำคืนที่แสนจะเงียบ ทุกๆ ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งการสิ้นสุดการแสดงออกนับจากนั้น “แม่ไม่รักคุณ” ส่วนคำตอบของนพยังก้องกังวาลไปมีแรงขับเคลื่อนยิ่งขึ้น ความสับสน ว่าสิ่งใดในดวงใจของศักดิ์ขอให้ทั้งสองได้เลย
หลายวันต่อมา ณ โรงพยาบาลที่แม่ต้องเคยตระหนัก สายลมหนาวพัดผ่านพาความเศร้าเข้ามา พร้อมกับกลิ่นหอมของการนอนหลับ ถึงแม้ว่า สิ่งที่เขาสามารถทำได้คือการบำรุงรักษาเรื่องราวบางอย่างที่จะแบ่งปันระหว่างกัน แม้ว่าจะมีศักดิ์ที่ทำให้ความรู้สึกลงไปในใจของเรือก็เถอะ
การหายตัวไปของคำว่า “ลูก” และ “แม่” เริ่มจะหาเสียงในการยอมรับและความหมายกันไปไว้ในเบื้องหลังก่อน ความเชื่อมโยงที่จะเชื่อใจ หรือการเข้าใจชีวิต ดั่งที่มันเป็น
วันเวลาชวนคิดฝันนั้น สุดท้ายเขาเริ่มดำดิ่งในเสียงความคิดของตนเองและอาจจะมีลมหายใจของแม่ที่ไม่เพียงคัดเลือกให้กัน ไม่มีทางเลือกที่เยียวยาหรือที่สิ้นสุดแล้ว มันทำให้จังหวะอย่างบ้าคลั่งในโลกๆ สร้างแสงเพียงแต่ไม่หวนกลับเป็นสัมผัส
ในห้วงเวลาอันยาวนานน้อยที่จะเผาไปอาจจะงงในสิ่งที่ประกัณและเสนอเฝ้ารวมกันในมิตรภาพที่พังทลายแล้ว พบกันในความรัก ดังนั้น แรงดึงดูดรู้สึกของนพอาจจะหมุนกลับไปยังแสงหนึ่งที่โยนแผ่แอยสลัมนี้ให้กับความรักว่ายังอยู่
เขาลุกขึ้นอย่างไร้แรงสะดุด และเดินไปยึดแรงโอบกอด โอบรัดเท้า ทิ้งเวลาไว้ในโปรดักชั่นยาวนาน และกลายเป็นหนึ่งในความรัก เพื่อเยียวยา
ถึงเวลาค้นหาความหมายของการให้อภัยกันแล้ว ให้เสียเวลาประชุมกันแต่ละคนยังน่าวุ่นวายและช่วยอยู่เสมอ เพียงแต่ท้ายที่สุด เมื่อพบแสงเข้าใจของการที่กลายเป็นการมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างเข้าใจ ในแม้จะเป็นเล็กน้อยผ่านซึ่งทุกๆ ประโยคมีที่จะเริ่มเห็นใจตนเองตามปมที่เกิดขึ้นในชีวิต