ภารกิจใต้คบเพลิง: วุ่นรักนักหอในวันประชุมลับ
เสียงขลุกขลักและสายฝนโปรยบางๆ ในคืนมหาวิทยาลัยเงียบกริบ บรรยากาศในหอพักชาย ‘ดาวเดือน’ มีแต่เสียงประหลาด — ไม่ใช่เสียงเจ้าหน้าที่ตรวจเข้าห้องหลังเคอร์ฟิว แต่เป็นเสียงรองเท้าแตะลั่นลงบันได เพราะ ‘ดอม’ เด็กหนุ่มหน้าตาซื่อ ผมฟู และสีหน้ากังวลกำลังวิ่งไปห้องรวมกิจกรรมอย่างบ้าคลั่ง เอามือป้องคิ้วชะโงก : “เซีย! ซี— เอ่อ…ยังอยู่ปะ?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เพียงเสียงกุกกักดังขึ้น “ช้า!” เซีย สาวห้าวผมหางม้า เมธีกลิ่นสบู่นกพิราบ พ่อแม่ผู้ปกครอง และลิปบาล์มเย็นเฉียบในมือ เสื้อตัวโคร่งกางเกงวอร์ม หยิบไมค์ของห้องประชุมขึ้นมาถือแบบดราม่า “ไอ้ดอม! เมื่อไหร่จะตั้งสติ มาประชุมวันสำคัญ จิตใจล่องลอยกะตุ้งกะติ้งไปทางไหนเนี่ย?”
บรรยากาศชวนงง เอก (มนุษย์ผู้นั่งนิ่งอ่านนิยายไซ-ไฟ หัวเราะกับตัวเองเงียบๆ) กับน้ำ (สายกิน เจ้าของกล่องขนมขบเคี้ยวที่พร้อมแจกใครก็ตามที่เดินผ่าน) หันมามองดอมแล้วหันไปสบตากัน ต่างฝ่ายต่างแอบยิ้มขำ เพราะคืนนี้จะมีประชุมลับ “ระเบียบหอ” ที่ซีเรียสจนใครๆ ก็กลัวโดนส่งกลับบ้าน
“เฮ้ ยังไงประชุม ช่วยเลิกร้อนรนได้ไหม” เอกพูดนิ่งๆ ไม่ละสายตาจากหนังสือ
“ขอโทษๆ แต่…เราฝากเทียนไขไว้ตรงโต๊ะทำงาน แล้ว…มันหายไป!” ดอมเสียงสั่นกึ่งสะอื้น ต่อลมหายใจด้วยความกลัวผอ.อย่างแรง
เซียชะงัก “หือ? เทียนไข?… นายหมายถึงเทียนไขสำหรับงานปลุกขวัญคืนนี้อ่ะนะ? ที่ผอ.กำชับไว้สามรอบ?”
“ใช่! ถ้าเทียนไขพิษณุโลกของหาย ผอ.จะมาไล่ผีใส่เราแน่! ไหนจะโดนหักคะแนนเก็บหออีก!” ดอมพูดพลางทึ้งผมตัวเอง
น้ำที่เคี้ยวขนมอยู่เงียบๆ เอาขนมเข้าอีกชิ้น “แล้วใครจะมาขโมยเทียนไขวะเนี่ย… หรือว่ามันเดินได้เอง?”
“น้ำ จะมากวนตอนนี้ไม่ได้!” เซียขมวดคิ้ว “ต้องหาเจอ ให้ไวที่สุด”
สามสหายชะโงกหน้ามองไปนอกหน้าต่าง เห็นแววตาอ้อนวอนของผอ.เมื่อบ่ายที่ผ่านมา “ใครทำเทียนไขหาย จะมีบทลงโทษ ถือคบเพลิงพายามราตรี!” วลี echo ในหัว
ดอมมือสั่น หยิบโน้ตลิสต์ออกจากกระเป๋า “ทุกปี เทียนจะมีแค่สามเล่ม เล่มหนึ่งอยู่กับน้ำ…เอ๊ะ! น้ำ! เอามาสำรอง… ส่วนของเอก ล่ะ?”
เอกยิ้ม “ฉันเอาไปวางที่ตู้หนังสือ เผื่อผีจะรู้ค่าความรู้…” ทุกคนถอนหายใจ
“แล้วของดอม หายไปไหน…” เซียครุ่นคิด “อย่าบอกนะ ว่าโดนพรานหอน้องใหม่ขโมยไปเพื่อแกล้ง?”
ดอมเผลอกลืนน้ำลาย “นั่นสิ… แต่ต้องหาก่อนที่ประชุมจะเริ่มอีก 20 นาที”
น้ำเสียงเนือย “ไหนๆ จะหา ก็ขอกินขนมไปด้วยละกัน บางทีมันอาจจะโผล่มาบนโต๊ะกินข้าว”
เซียนำทีม ทุกคนลุกพรวดตาโต “ไป! วันนี้ต้องพิสูจน์ ว่าเพื่อนและเทียนไข สำคัญแค่ไหน!”
เดินสายสืบในหอพัก เสียงรองเท้าแตะกับถุงขนมขบเคี้ยวเคียงข้างกันในโถงมืด สลับเสียงขู่กันเอง
“ดอม! นายแน่ใจนะ ว่าไม่เผลอลืมไว้ที่ห้องน้ำ?” เซียถามขึ้นหลังจากเดินผ่านแผงลอยของรุ่นพี่ประจำหอ
ดอมหน้าเหวอ “เราไม่เอาเทียนไขไปห้องน้ำซะหน่อย!”
น้ำพึมพำ “แต่เมื่อตอนเที่ยงเห็นนายถือๆ ทำนู่นทำนี่ อาจจะตกไว้ก็ได้…”
เอกพูดแทรก “หรือมันหายไปเพราะ… เสื้อเก็บผีที่ลือกันอยู่วานนี้”
บรรยากาศเงียบ ทุกคนหยุด หันมามองหน้ากัน
เซียกลอกตา “ไม่ต้องอัพเลเวลความกลัว ดอมขี้กังวลจะเป็นลมแล้ว!”
“แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องคิดใหม่ทำใหม่” น้ำกินขนมเสียงดัง “เอาไงดี จะลุยห้องใครก่อน?”
เสียงเอะอะเริ่มดังขึ้นทุกที ท่ามกลางความเงียบของหอพักกลางคืน แก๊งเพื่อนแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ดอมไปค้นตามโต๊ะ เขียนชื่อทุกห้องต้องสงสัย เซียคุมจังหวะ ไล่ถามแต่ละคนที่เดินผ่าน น้ำถือขนมแจก ให้เบี่ยงเบนความสนใจ ส่วนเอกเดินถือตะเกียงจิ๋วคอยส่องแสงชวนผีออกมาเล่น
ระหว่างเดินสำรวจ ดอมสะดุดกับหนังสือ “สัญญาณกับดัก” วางอยู่หน้าห้องน้ำ ท่าทางเริ่มระแวง คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทุกปัญหา เซียจ้อง “พูดมาตรงๆ ดอม นายเครียดอะไร อย่าเก็บคนเดียว”
ชายหนุ่มถอนหายใจ “ทุกปี พวกนายได้ฉลองปาร์ตี้ใต้เทียนไข รุ่นเราเคยโดนลงโทษจนยืนเก็บขยะยันตีสอง…เรากลัวว่าถ้าวันนี้เทียนไขหาย เพื่อนจะโกรธ”
เซียอ่อนลงนิดหน่อย “เฮ้ นายทำดีที่สุดแล้ว ใครจะไปรู้มันหายได้ไง…นี่ไง ดูน้ำ ยังนั่งกินขนมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”
น้ำรีบหยิบขนมยัดปาก “นี่คือวิธีรับมือกับความเครียดเว้ย”
เอกสอดเสียงแทรก “เอาเป็นว่าถ้าไม่เจอ เราคิดกิจกรรมใหม่เองเลยมั้ย เอาร้องเพลงผีกระสือมั้ย?”
ทันใดนั้นเอง เสียงไซเรนแว่วจากห้องโถงกลาง “ใครเจอเทียนไขของหอ ส่งมาคืนก่อนที่ผอ.จะ….” เสียงจบพร้อมไฟหอดับ พลบค่ำเครียดเปลี่ยนเป็นความระทึก
ทุกคนหยุดนิ่ง “ไฟดับ!? เอ… แล้วใครเอาเทียนไขไปจริงๆ?”
ดอมสุงสิงเสียงสะท้อนในหัว — หรือจะเป็นผีจริงๆ?
เซียเริ่มออกคำสั่ง “หา! ปูพรมทุกห้อง”
ระวังทุกฝีเท้าในความมืด ดอมโดนของแข็งตีหัวเบาๆ อุทาน “โอ๊ย!” เงาในเงามืดโผล่มาเป็น “ส้ม” เด็กหอหญิงที่เพิ่งเข้ามา “หาอะไรในความมืดหรือคะ?”
น้ำมองส้มแล้วเสนอ “หรือถามคนหอหญิงบ้าง เทียนไขอาจตกอยู่แถวนั้น”
เซียนิ่งคิด “แต่ส้มมาทางนี้กลางดึก ทำไม?”
ส้มหัวเราะ “ฉันเห็นอะไรบางอย่างในชุดพละลากของขวัญไป แถวตู้จดหมาย”
เอกร้อง “ของขวัญไหนจะใช่เทียนไขมั้ยล่ะ!”
เสียงทุกคนผสมกัน รุดเข้าไปที่ตู้จดหมาย ทุกคนเปิดตู้ออกพร้อมกัน เสียงหัวเราะดัง “อะไรฟะ ขนมเยลลี่!”
น้ำขอชิมทันที “เยลลี่สีขาวๆ ไง เหมือนเทียนไขอยู่หรอก!” เซียปาดหัวน้ำ “บ้าบอ รสเปปเปอร์มิ้นท์อีก”
เสียงโทรศัพท์ผอ.มาข่มขู่ “เหลืออีก 5 นาที ก่อนโดนหอทั้งหอโดนลงโทษ!”
เอกถามดอม “จำจริงๆ ได้มั้ยว่าไว้ตรงไหน?”
ดอมสับสน “เห็นวางไว้ตรงโต๊ะกิจกรรม…”
เซียทะเลาะเสียงสูง “หรือมีคนแกล้ง!”
ทันใดนั้นเอง เสียงฮาตีแผ่ ทุกคนเห็นเงาดำๆ วิ่งผ่าน “เงาอะไร—” น้ำชี้ “แมวหอ! เด็กใหม่เผลอให้แมวเดินเล่น มันลากอะไรบางอย่างไป!”
เซียนำทีมวิ่งไล่จับแมวในความมืด เอกถือไฟฉาย น้ำถือลูกอม ดอมดิ่งไปตามลายเท้าแมว
จนไปถึงใต้โต๊ะกิจกรรม เห็นแมวตัวโตกัดอะไรบางอย่างอยู่ — ‘เทียนไขพิศวง’ ดอมแย่งมาได้ ในจังหวะที่แมวกัดขี้ผึ้งเหนียวคาปาก ทุกคนหัวเราะเมื่อเห็นสภาพ ลายเทียนไขเป็นรอยเขี้ยวเหมือนงานศิลปะพิลึก
น้ำหัวเราะ “สุดยอด! แม่แมวกับเยลลี่คือทีมงานวุ่นวายของปีนี้”
เสียงโหวกเหวกดัง ประเด็นใหญ่เปลี่ยนจากเทียนไขหายไปเป็น “จะทำยังไงกับเทียนไขฟันแมว?”
เซียปรับแผน — “ถ้าเราเอาเทียนไขไปใช้แบบไม่เปิดไฟดีมั้ย ยังได้ฟีลอะดรีนาลีน”
เอกเสนอ “หรือให้แมวเป็นตัวนำขบวนเลย จะได้ตามรอยเทียนไขจริง”
ดอมยิ้มกว้างหลังเกือบร้องไห้ “เออ ขำๆ ไปเนอะ อย่างต่ำเทียนไขไม่หาย แต่ความวุ่นวายมากขึ้นแทน”
ทุกคนหัวเราะ สรุปได้เทียนไขคืนพร้อมบทเรียนเรื่องการไม่โทษตัวเองเกินไป — เพราะบางจังหวะ ความซวยอาจเกิดจากแมวล้วนๆ
งานจบลงด้วยไฟดับอีกครั้ง แต่เปลวเทียนไขแมวกัด วับแวมในมือเพื่อนทั้งสี่ — ทุกคนยืนล้อมวงใต้คบเพลิงแมวอย่างอารมณ์ดีและมุกปิดท้ายของเซีย “ถ้าแมวหอปีหน้าได้เป็นดาวเดือน ขอให้เทียนไขของเรายังอยู่ครบด้วยเถิด!”