ภารกิจตามหากระเป๋าวุ่น ป่วนทั้งหอพัก
เสียงตะโกนลั่นดังตั้งแต่ปากทางเดินหอพักชาย “หมิว! กระเป๋ากูหาย!” รุจ หนุ่มปีหนึ่งผู้มั่นใจเกินร้อย พรวดพราดเปิดประตูห้อง กวาดตามองหาของมีค่าชิ้นสำคัญบนโต๊ะ มือลูบหัว ร่างโย่งยืนงง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กระเป๋าไหนวะ? กระเป๋ากีฬาเหรอ?” หมิว เพื่อนร่วมห้อง ผู้ขี้วิตก เดินมาดูอยู่หน้าประตู พร้อมถุงกล้วยปิ้งในมือ
“กระเป๋าเอกสาร! อันที่แม่ฝากให้เอาไปส่งอาจารย์! โอ๊ย ถ้าหาไม่เจอ กูตายแน่” รุจเริ่มพูดเร็ว เหงื่อไหลซึม
หมิวหันไปมองโต๊ะ เหลือแต่เศษขนมปัง “กูเห็นแกหยิบมันเมื่อเช้า เอ๊ะ หรือเมื่อคืน?”
“แก้มันหายตอนไหนวะ?” หมิวเริ่มเครียด มือกับปากไม่วางกล้วยปิ้ง “คิดดี ๆ เมื่อเช้าเอง ลากกระเป๋าไปอาบน้ำด้วยเปล่า?”
รุจทำท่าคิด “กู… เอ่อ… เปล่ามั้ง แต่ก่อนจะไปอาบน้ำ กูเอาไปไว้ที่โต๊ะกลางห้องนั่งเล่นรึเปล่านะ?”
“ห้องนั่งเล่นที่หอ? โอ้พระเจ้า รุจ!” หมิวกลืนน้ำลาย แปลกที่กล้วยปิ้งในมือยังค้างปาก “เดี๋ยวก่อน ไปหากัน”
ทั้งสองพุ่งออกไป ห้องนั่งเล่นรวมของหอพัก เป็นที่พักผ่อนประจำของสารพัดเพื่อนร่วมหอที่แต่ละคนก็มีร่องรอยเฉพาะตัว โต๊ะกลางรกไปด้วยหนังสือ โซฟาเต็มไปด้วยเศษขนม ถุงเท้าถูกทิ้งไว้ประหนึ่งโชว์ศิลปะสมัยใหม่
“เอ้า กระเป๋าใครวางไว้กลางโต๊ะวะ?” โจ้ นักศึกษาชมรมดนตรี มาเจอก่อน ยกขึ้นดม “กลิ่นแปลก ๆ ใครเอาอะไรแปลก ๆ มาทิ้ง?”
รุจวิ่งไปชะโงก “เอานั่นแหละของกู!! อย่าเพิ่งดม!”
โจ้ขมวดคิ้ว “งั้นยิ่งต้องดม เห็นวางไว้ตั้งแต่เช้า” สุดท้ายโจ้ก็ไม่ได้ดมต่อ เพราะตูน เพื่อนข้างห้อง หยิบกระเป๋าไปก่อน “โอ้ กระเป๋าใครเนี่ย นึกว่าแจกฟรี”
หมิวรีบปรี่ไปขวาง “ไม่แจก! ของเพื่อนกู!”
“แล้วนี่มันของใครแน่?” ตูนเคาะกระเป๋าเบา ๆ สีหน้างง ๆ มีความตลกใจเย็น
รุจเยื้องย่างมาช้า ๆ “ขอคืนเถอะ นั่นของแม่กู…”
“ถ้าของแกแน่มึงต้องรู้รหัสลับบนป้ายกระเป๋า!” โจ้สวนมาอย่างมีสไตล์ รู้ทันทีว่าเขาเองก็อยากแกล้งเพื่อนแก้เบื่อ
“เอ๊ะ…เฮ้ย จริงดิมีรหัสด้วย” รุจใจหาย “รหัสอะไรของกู?”
ตูนหยิบป้ายขึ้นมา—บนป้ายมีรอยขีดเขียน “I LOVE MOM” ด้วยปากกาเมจิก “เนี่ย! ถ้าใช่ของมึง ก็บอกรหัสให้ตรงดิ”
“มึงก็พูดไป…” หมิวถอนใจ “ของรุจแหละ เมื่อคืนมัวแต่โทรศัพท์ พิมพ์ลายให้แม่บนป้าย—”
ตูนยิ้ม “โอเค งั้นเอาไป แต่ข้างในเจอถุงยางแถมฟรีมาด้วยนะ ใส่ของอะไรก็แปลก ทำไมไม่เอาไว้ที่ห้องตัวเอง…”
รุจหน้าเริ่มแดง “นั่นมัน…มัน…โอ๊ย อธิบายยังไงดี…”
โจ้ยักไหล่ “เราไม่อยากรู้รายละเอียดหรอก เชิญตามสบายนะครับ”
ยังไม่ทันที่รุจจะคว้ากระเป๋ากลับ ห้องนั่งเล่นก็เกิดเสียงฮือฮาใหม่ เพราะเพื่อนอีกคน—นิก ชอบลืมของ กลับเข้ามาในห้องพร้อมห่อพัสดุขนาดใหญ่
“อ้าว กระเป๋านั่นของกูปะวะ? กูหาของอยู่เนี่ย!” นิกเอ่ยเสียงจริงจัง
รุจมองไป “มึงก็มั่ว ของกูเว้ย!” หมิวกระซิบเบา ๆ “เอ๊ะ หรือของนิกอีกใบ?”
ความชุลมุนขยายตัว ก่อนทุกคนจะช่วยกันเช็กของในกระเป๋า พบแต่ของรุจครบ หมิวตัดบท “งั้นของรุจ!”
กำลังจะโล่งใจแต่เกิดเสียงตะโกนจากข้างห้อง “เฮ้ย ใครเอากระเป๋าหนูไปวางห้องนั่งเล่น!” เสียงโบ เพื่อนหญิงเพียงหนึ่งเดียวของชั้นหอ ชอบมากับถุงอาหารและเรื่องด่วน ๆ
“เอ้า เวร เรื่องใหญ่แล้ว!” ตูนกระซิบ “เห็นกระเป๋าหายกันทั้งชั้น”
หมิวเสริม “หรือมันเป็นแผนลับอะไรสักอย่างไหม?”
รุจส่ายหน้า “แผนลับบ้าอะไร แค่กูไปวางผิดเอง…”
บรรยากาศเริ่มตึง ๆ โจ้ชวนหยุดคิด “พวกแกจำได้ยัง ว่ากระเป๋าตัวเองสีอะไร?”
ตูนดมกระเป๋าอีกรอบ “ทำไมทุกใบกลิ่นเดียวกันหมด?”
หมิวเพ่งมอง “นี่มันหอกระเป๋าผีสิงรึไง?”
รุจนั่งกุมขมับ หมิวเอาถุงกล้วยปิ้งค้างไว้ “แก…ต้องแจ้งพี่หอแล้วมั้ง?”
ฉับพลัน ประตูหลังหอเปิดออก พี่ต่อ—พี่หอที่ชอบใช้ระเบียบแบบแนวอกแนวใจและหงุดหงิดง่าย ปรากฏตัว “พวกเราวุ่นวายอะไรกันแต่เช้า ใครวางกระเป๋าเกะกะ!?”
โจ้พูดแทน “กำลังประชุมค้นหากระเป๋าสูญหายครับพี่!”
พี่ต่อเดินมาตรวจกระเป๋าทุกใบ “เดี๋ยว ใบนี้ของใคร มีไส้กรอกอบในนั้นด้วย”
ตูนพึมพำเบา ๆ “ของนิกแน่ ๆ” นิกรีบแย่งกลับ “ของผมครับพี่!”
พี่ต่อถอนใจ “ต่อไปนี้ ห้ามวางของรวมในหอ ไม่งั้นปรับ! อันนี้ครั้งแรก ลดโทษ แต่ต่อไปไม่เตือนนะ!”
รุจถอนหายใจโล่ง หมิวเอื้อมมือมาสะกิด “สรุปแล้วของแกกลับมา แล้วของโบล่ะ?”
โบเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าสีชมพู ไม่พอใจ “ของฉันเจอตรงใต้โซฟา! ใครเอาไปวางก็ไม่รู้!”
ตูนหัวเราะ “ใต้โซฟานั่นมีแต่ถุงเท้า…”
หมิวหัวเราะแหย่ “จบด้วยดีมั้ง?”
โจ้ปิดบท “กระเป๋าไม่หาย ใจหายแทน”
เสียงหัวเราะดังลั่นหอพัก ก่อนรุจจะพูดตบท้าย “จะไม่วางอะไรมั่วอีก…หรือถ้าวาง ขอวางคู่กับกล้วยปิ้ง หมิวจะได้จำ!”
หมิวเงียบ ตอบกลับได้แค่ “ขอให้กล้วยปิ้งไม่หายก็พอ เถอะเถอะ!”
ทุกคนหัวเราะ จบด้วยความสบายใจ ทั้งหอพักสว่างไสวไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและเสียงหัวเราะจากภารกิจวุ่น ๆ ในวันธรรมดา ที่กลายเป็นเรื่องราวให้นึกขำไปอีกนาน