ตำนานแห่งป่าคริสตัลและเสียงร้องของโชวูน
หมอกม่วงลอยแนบพื้นป่าอย่างเอื่อยเฉื่อย ชูยอดหญ้าเรืองแสงยามเช้าจนสิ่งทั้งปวงดูเหมือนละลายเป็นฝัน ใจกลางผืนป่ากว้างไร้ขอบเขต ป่าคริสตัลตั้งตระหง่าน ต้นไม้อยู่ร่วมกับหินใสวาววับ ผลึกคริสตัลเขียวขจีทอดเงาระยิบระยับบนใบไม้ ซ่อนกระซิบแห่งโลกโบราณใต้แผ่นดินนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงกริ่งแก้วบางแว่วจากส่วนลึก หนุ่มสาวในหมู่บ้านเรืองจันทร์ลงมือขุดดินเก็บหญ้าเรืองแสง แต่มีเพียงอินคา เด็กหญิงผมน้ำตาล ขี้สงสัยผู้มีรอยแผลเก่าใต้แขนขวา ที่เงยหน้าฟังเสียงนั้นต่างจากใคร
“อินคา อย่าฟุ้งซ่าน ฟังเสียงฉันบ้าง” คาเรน คู่แฝดชายต่างนิสัยพูดพร้อมเหลือบตาไปข้างหลัง อินคายิ้มจางๆ ไม่ตอบ เธอกึ่งฟังกึ่งปล่อยตัวเองไหลไปกับเสียงสะท้อนในหัว เหมือนมันเรียกให้เธอออกเดินทาง ทั้งที่อยากยืนอยู่ที่เดิมเสมอ
“มีแต่เด็กประหลาดเท่านั้นที่หาฟ้าในป่า” แก๊บบี้ หญิงสาวอ้วนหน้านวลหัวเราะเบาๆ อินคาไม่ได้โต้ตอบ เธอเดินลึก เข้าไปทุกวัน แบกรอยกลัวล้มเหลวไว้ในอก เสียงกริ่งใสมากขึ้นทุกย่างเท้า
คืนหนึ่ง ท่ามกลางแสงแพรวบนยอดคริสตัล อินคาหยุดนิ่งกลางป่าลึก พื้นดินเรืองแสงวาดเงาไว้อย่างแปลกตา เสียงร้องปริศนาทวีความชัดกว่าทุกคืน เธอหลับตาเก็บกลั้นลมหายใจ แล้วได้ยินเสียงหนึ่งกระซิบ
“หากเจ้ากล้า เจ้าจะได้พบแสงที่แท้จริง”
อินคาสะดุ้ง ร่างกายเย็นเฉียบ เธอเหลียวมองรอบด้าน ไร้ผู้ใด อยู่เพียงต้นไม้แก้ว หินใสกับเสียงลึกลับสะท้อนซ้อนในอก เด็กหญิงเลือกเดินตามเสียงนั้นในยามที่ส่วนใหญ่กลับบ้าน ก้าวแรกบนดินเปียกคือการกล่าวลาสู่การผจญภัยที่เธอไม่เคยกล้า
อินคาต้องเดินข้ามแอ่งน้ำคริสตัลที่ส่องแสงระยิบระยับ กบแก้วผลึกกระโดดข้ามเท้าเล็กๆ ของเธอ ปีกแมงปอคริสตัลสะท้อนระยับกลางหมอก เสียงหัวเราะพลันเปลี่ยนเป็นปริศนากลางความสงัด เธอเฝ้ามองดินกับเงาของตนเองในแสงคริสตัล “ข้าไม่กลัว” เธอพร่ำบอกตัวเอง แม้หัวใจจะสั่นเหมือนระฆังแก้ว
ระหว่างทาง อินคาได้พบกับ นอลตัน สัตว์วิเศษประหลาดรูปร่างครึ่งจิ้งจอกครึ่งนก ขนขาวโปร่งแสงคล้ายหิมะ ม่านตาสีรุ้งกระพริบรับแสงคริสตัล พร้อมเสียงนุ่มทุ้มยามมันพูด “เจ้ากำลังทำผิดกฎ การเดินป่าคริสตัลเมื่อไม่ถึงคราว จะดึงดูดเจ้าสู่โชวูน”
อินคาหยุดฟัง เธอกลืนน้ำลาย “โชวูนคืออะไร” นอลตันกลอกตาด้วยความหงุดหงิด “เสียงร้องแห่งความลืมเลือน โชวูนจะกลืนผู้ฝ่าฝืนกฎ และส่งเจ้ากลับโดยไร้ความทรงจำ”
“แต่ข้า…ข้าต้องการรู้ ว่าเสียงในใจข้าคืออะไร” อินคาบอกตรงๆ แม้เสียงจะสั่น นอลตันขยับหูเล็กน้อยก่อนพยักหน้า “เจ้ากล้าพอหรือ”
ป่าลึกเปลี่ยนสี ลำต้นคริสตัลกลางคืนเปลี่ยนเป็นม่วงอมดำ เสียงลมพัดดังราวกับใครกระซิบเรื่องราวโบราณ ไกลออกไป เงาร่างหนึ่งคล้ายละลายกับแสง – เสียงกรีดร้องยาวดังกว่าครั้งใด อินคาหยุดก้าวเท้า ขาของเธอสั่น ความกลัวแทรกเข้ามาแทรกทุกอณู
แต่เธอก้าวต่อ มือกำเชือกไหมที่คล้องข้อมือ เศษผ้าเก่าช่วยให้ใจมั่นคง นอลตันเดินนำ เฝ้ามองปฏิกิริยาเงียบ ๆ สะท้อนเฉพาะกับคนผู้ไม่เคยกล้าก้าวออกนอกทางมาก่อน
พวกเขามาถึงจุดที่ต้นคริสตัลแตกเรียงแหลกเป็นร่องน้ำ เติมแสงเรือง ๆ ในน้ำให้ส่องฟ้า นอลตันก้มดื่มน้ำ มันปรากฏปีกแก้วสะท้อนภาพโลกกลับหัว “หากเจ้าไม่อยากลืมเลือน ต้องหาหินเสียงของโชวูน แล้วร้องขอคำตอบของเจ้า”
อินคาหอบหายใจ เธอเดินช้า ๆ มองหาร่องรอยใต้ผิวดิน เสียงเศษแก้วขูดกันเบา ๆ ดุจเสียงระฆังดังบนยอดไม้ เธอหยิบหินผลึกขึ้นมา สั่นระริกแต่กล้าถาม “ขอข้าได้รู้…เหตุผลที่เสียงนี้ไม่เคยหยุดในใจข้า”
ทันใดนั้นเอง พื้นป่าไหว เงาทะมึนพลันปรากฏท่ามกลางม่านควันแก้ว ดวงตาโตมืดสนิท ไร้รูม่านตา แววตาของโชวูน สัตว์วิเศษประจำตำนานป่าคริสตัล โชวูนรูปร่างคล้ายกวาง มีปีกเฉียง ๆ คลุมด้วยขนแก้วบาง ต้นขาและใบหน้าทอดเงาหยดน้ำตาแก้วเป็นแนวยาว
โชวูนเอียงคอ เสียงร้องแห่งความลืมเลือนสั่นสะเทือนลึกเข้าไปในจิตใจ อินคาเหมือนเจอเงาตนเองในดวงตานั้น มันท้าทายความทรงจำกับความกลัว เธอก้าวเข้าไปหา เสียงหัวใจคือสิ่งเดียวที่ยังเต้นอยู่
“ข้ากลัวจะล้มเหลว” เธอเอื้อนเอ่ยช้า ๆ “ข้ากลัว…ถ้าข้าไม่รู้จักตนเอง ข้าจะไม่มีวันได้ยินเสียงจริง ๆ ในใจ”
โชวูนไม่ตอบ มันเพียงร้องเพลงโหยหวน เงาประกายคลุมตัว ท้องฟ้าเบื้องบนหมุนเปลี่ยนสี ดวงดาวบนฟ้าปรากฏริ้วน้ำตาแก้ว ไม่มีบทสนทนานอกจากเสียงในใจและสายตาแห่งความจริง อินคาฟุบเข่าลง ร้องไห้กับใจตนเอง ม่านหมอกสีครามปกคลุมทั้งป่า
กลางความมืดจางหาย เธอสัมผัสถึงความอบอุ่นเล็ก ๆ ในอ้อมอก เป็นหินเสียงโชวูน กลมใส ข้างในมีเงาเล็ก ๆ คล้ายหัวใจดวงจิ๋ว
“ความลืมเลือนเกิดจากการไม่กล้ายอมรับข้อบกพร่องตนเอง” เสียงลึกลับของโชวูนกระซิบ อินคาเงยหน้ามองภาพสะท้อนของตัวเองในหินสายฟ้า “ข้าขอโทษ…ข้ายอมรับ…ข้ากลัวล้มเหลว แต่ข้าก็ยังอยากเดินต่อ”
ใต้ท้องฟ้าครามดั่งราตรี ความมืดไหลเวียนผ่านป่า หินเสียงโชวูนค่อย ๆ สว่างขึ้นเป็นสีรุ้ง เสียงหัวใจของอินคากล้ากระซิบโต้กลับเสียงร้องของโชวูน โลกในป่าคริสตัลเปลี่ยน ภูเขาแก้วริมขอบขอบฟ้าสะท้อนแสงอรุณ
อินคากลับมาหมู่บ้าน พร้อมรอยน้ำตาและหินเสียงในมือ คาเรนตรงเข้ามาหา “เธอไปถึงไหนมา ทำไมดูเปลี่ยนไป”
“ฉันเห็นโลกของฉันเอง” อินคาตอบเบา ๆ ดวงตาเปล่งประกายเงียบ ๆ “และต่อจากนี้ฉันจะเดินด้วยใจของฉันเอง”
เสียงร้องของโชวูนจางหาย เหลือแต่เพียงเสียงของหัวใจ เสียงกระซิบของคริสตัล และแสงใหม่ที่ล้อเงาทอดยาวในป่าคริสตัล ตำนานกล่าวว่า เมื่อใครสักคนกล้าก้าวผ่านความกลัว ต้นไม้คริสตัลจะชูยอดเรืองแสงต้อนรับวิญญาณแห่งหัวใจแท้จริงของตน
โลกไม่เคยเหมือนเดิมอีก อินคาเติบโตขึ้น ไม่ใช่เพราะไร้ความกลัว แต่เพราะเธอกล้าที่จะอยู่กับความกลัวนั้น เด็กหญิงผู้เคยฟังเสียงลึกลับ วันนี้ได้ยินเสียงหัวใจตนเอง คือเสียงเดียวสำคัญที่สุดในโลกนี้