ป่วน(ไม่)ธรรมดา: สมาคมเพื่อนซี้กระจาย
“โอ๊ตตต! ตื่นดิ! ช่วยกรูที ฟ้าผ่าแล้วววว!” ใบกล้าตะโกนลั่นห้อง ตอนนี้เป็นเช้าแรกของเทอมใหม่ที่มหาวิทยาลัยศิลาแกร่ง เขาเหงื่อโชก อยู่กับกระเป๋าเป้ที่บรรจุทั้งหนังสือนิยาย สมุด และถุงเท้าซ้ายสามข้าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โอ๊ต—ดาวมั่นหน้าประจำกลุ่ม—ค่อย ๆ ลุกขึ้น จ้องใบกล้าอย่างมึน ๆ “เฮ้ย…แค่นี้เองอ่ะ เอ็งฝันรึเปล่า? ฟ้านะ ไม่ใช่ปิ้งย่าง”
นิ้งสวมแว่นสีฟ้าเดินเข้ามาในห้องพร้อมถ้วยกาแฟ “โดนบ่นแต่เช้า สองคนนี้ หัวใจชื้นละเนี่ย” เธอนั่งประจำเก้าอี้ คนเดียวที่ไม่เคยเร่งรีบตอนเช้า
เสียงประตูเปิดรัว มะขามถือโทรโข่งวิ่งโวยวาย “ข่าวด่วน! มหาลัยเราประกวดจัดซุ้มงานต้อนรับเด็กใหม่! ทีมไหนชนะ ได้กินอาหารฟรีสามเดือน ฟรีว่ะ!”
ใบกล้าตาหวานขึ้น “เรื่องใหญ่แล้วพวก…ปีนี้กรูต้องหาอาหารฟรี ทีมเราต้องชนะ!”
โอ๊ตหัวเราะ “พวกเอ็งลืมไปรึเปล่า ว่าแค่ครั้งที่แล้วแค่ทำซุ้มน้ำเต้าหู้ยังจมน้ำตายกันหมด”
“ครั้งนี้กรูมีแผน!” มะขามตบโต๊ะ หน้าตาเต็มไปด้วยความหวังแล้วพลิกมาถาม “แต่แผนยังไม่มีใครช่วยคิด เอาไง?”
นิ้งยิ้ม “ขอทีมเวิร์คไม่ใช่ทีมเวรนะคะ แผนพังๆชั้นพอทน อีกแผนซ้อนแผนพังกว่านี้ มีใครรับไหม?”
โอ๊ตรวบผม “โอเค กรูนำ! กติกานะ แบ่งงานตามความถนัด กรูตกแต่ง ใบกล้าจัดของ มะขามหาของแปลก นิ้งพีอาร์!”
ใบกล้าตาโต “เดี๋ยว…ทำไมกรูได้งานหนักสุด!”
นิ้งพยักหน้า “ถ้างั้นโอ๊ตบอกจะนำจริงไหม คิดมาแล้วววว?”
โอ๊ตนิ่งไปชั่วครู่ แล้วหัวเราะ “เราเน้นโชว์พลังมิตรภาพ! ซุ้มเราต้องอลัง สุดในย่านนี้!”
มะขามเริ่มวาดแผนผังลงบนไวท์บอร์ด ใช้ปากกาแดงเขียนคำว่า “ซุ้มกิ๊กก๊อกแต่กล้าหาญ” ทุกคนปรบมือโดยไม่ทันได้คิด
นิ้งจิบกาแฟ พึมพำ “ชั้นแค่หวังว่ารอบนี้จะไม่โดนดับไฟกลางงานอีกนะ”
วันวุ่นวายแรกเริ่มแล้ว! ทุกคนต่างแยกย้ายไปเตรียมอุปกรณ์ตามหน้าที่ งานแรกของโอ๊ตคือหายางยืดจำนวน 50 เส้น โดยชูว่า “ของใหม่ๆ แบบนี้ล่ะ คนจะหันมอง”
มะขามไปตลาดนัด หวังคว้ายางยืด (แต่เจอกำไรงานฝีมือ) หอบกลับมาอย่างภาคภูมิ “ยางยืดหลากสี! ได้ใจแน่”
ใบกล้าสะพายกระเป๋าเพียบ ค้นหาของใช้เก่าในหอพักจนเจอตัวหมีด้ายขาด (ที่โอ๊ตรีดทับไว้ตั้งแต่ปีหนึ่ง)
นิ้งเดินออกไปสำรวจบรรยากาศ กะจะเก็บภาพซุ้มทีมอื่นไว้จี้ใจ แต่เปลี่ยนแผน เมื่อเจอนักศึกษากลุ่มหนึ่งร้องโวยวายเรื่องโดนขโมยยางยืด ทีมซุ้มด่วนมองหน้ากันปริบ ๆ
ท่ามกลางความวุ่นวาย ทีมโอ๊ตกลับรู้สึกภูมิใจที่ “พวกเราจะได้ซุ้มกิติมศักดิ์” โดยไม่รู้ตัวว่ามะขามหยิบยางยืดผิดที่—เอามาจากที่เพิ่งมีข่าวขโมยพอดี!
“เอ็งเอามาจากไหนวะ ของพวกนี้” ใบกล้ากระซิบกับมะขาม
“แผงริมตลาด ฝั่งตรงข้ามไง ไม่มีใครเฝ้าเลย หยิบสบายสุด ๆ”
โอ๊ตหน้าซีด “ไอ้บอนด์…เอ็งคงไม่”
มะขามกำลังจะสวน “ไม่ได้ขโมย ของวางแค่เฉย ๆ ซื้อจ่ายถามพี่คนขายหน้าใหม่แล้ว!”
นิ้งขำเบา ๆ “พวกนาย แผนนี้หนีคุกไม่รอดแน่ ไม่งั้นซุ้มได้ชื่อใหม่ ‘ซุ้มบุกจับ’”
แผนต่อไปคืองานตกแต่ง—โอ๊ตเสนอ “ซุ้มเราใช้ดีไซน์ ‘ย้อนยุคสายสัมพันธ์’ กะเอาเชือกกับยางยืดมาผูกหัวใจคน”
ใบกล้ากังวล “แต่ถ้าเชือกขาดจะมีคนโดนฟาดหัวไหม?”
โอ๊ตมั่นหน้า “กรูคำนวณแล้ว ตึงสุด ไม่มีทางขาด!”
มะขามลองโยงยางยืดข้ามซุ้ม เสียงเปี๊ยะดังลั่นคนเดินผ่านสะดุ้ง “ซุ้มนี้หวาดเสียวสุด!”
นิ้งถ่ายรูปลงกลุ่ม “ซุ้มศิลาแกร่งที่แฟนคลับไม่กล้าเข้า”
ความวุ่นวายยังไม่หมด—ในขณะนั้นกลุ่มรุ่นพี่ผู้จัดงานมาสำรวจ ทุกคนรีบยืนปั้นหน้าเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รุ่นพี่หญิงคิดมาก “อุปกรณ์พวกนี้…ได้มาด้วยวิธีไหนคะ?”
มะขามตอบไว “ตลาดของใหม่…ราคาย่อมเยา…การันตีไม่ขโมย!”
ใบกล้าทำหน้าระทึก “ครับ…แต่ถ้ามาลัยหลุดอาจจะแถมด้วยลูกโป่งฟรี”
นิ้งยิ้มหวาน “พวกเราตั้งใจสร้างรอยยิ้มค่ะ ถึงจะขำก็ตาม”
รุ่นพี่งง ๆ ก่อนเดินไป ทีมซี้สี่คนหันมามองหน้ากัน
โอ๊ต “ผ่านไหมวะ?”
นิ้ง “ผ่านแน่นอน ขำขนาดนี้ ไม่ผ่านก็แปลกแล้ว…”
ทันใดนั้น มีเสียงวิ่งมา นักศึกษากลุ่มนั้นยังหาเจ้าของยางยืดไม่เจอ วิ่งถามทุกซุ้ม
เครดิตเสียงดัง “ใครเจอยางยืดสีรุ้งฝากส่งคืนด่วน!”
ใบกล้าเริ่มจิตตก “ถ้าโดนจับว่าทำซุ้มด้วยของขโมยจะไล่ออกไหม?”
โอ๊ตได้ที “แผนเราต้องเป๊ะ! หลักฐานเก็บมิดชิด แถมเปลี่ยนธีมไปเลยเป็น ‘รักษ์โลกรีไซเคิล’ …ชิบหาย! ซุ้มรีไซเคิลยาง!”
ซุ้มใหม่ถูกเปลี่ยนชื่อกลางงาน ชาวคณะพากันงงว่าซุ้มนี้ขายอะไร
นิ้งร้อง “ชั้นเป็นโฆษกเองละกัน รอบนี้ต้องรอด!”
เสียงนิ้งแปร่ง ๆ ขึ้นเวที “เชิญทุกท่านชมซุ้ม ‘โลกใหม่ ยางเก่า’ เรานำยางทุกชนิดมาแปลงร่างเป็นมิตรภาพแห่งอนาคต!”
ทุกคนในงานงงหนักกว่าเดิม มะขามยืนยิ้ม “ของเรายางแท้ ไม่ติดคุกชัวร์!”
โอ๊ตกดไลฟ์โปรโมท “ยางคือวิญญาณ เชื่อมสายสัมพันธ์!”
ใบกล้าค่อย ๆ เผ่นออกไปตามหาร้านขายยางที่แท้จริง นั่งคิดจนหัวหมุนว่าจะออกหัวหรือก้อย
นิ้งชวนโอ๊ตไปช่วยโปรโมทด้วยการเชิญเด็กใหม่ “พวกเรามาถ่ายรูปกับเชือกยางรีไซเคิลหน่อยค่ะ”
เด็กใหม่คนหนึ่งถาม “จะโดนฟาดหัวไหมคะ?”
โอ๊ตมั่นใจ “ไม่ฟาดแน่ กรูมัดแน่น ๆ”
เสียงเปี๊ยะดังเป็นรอบที่สอง คราวนี้ปลายเชือกสะบัดปลิวใส่โมเดลหุ่นยนต์ในงานพังลงต่อหน้า!
ทุกคนเงียบ โอ๊ตยิ้มแห้ง “นี่เรียกว่าศิลปะร่วมสมัย…”
มะขามร้อง “ศิลปะสายสัมพันธ์ด้วยยางประสาทซ่าน!”
เสียงประกาศจากเวที “ซุ้มศิลาแกร่ง…ถูกตัดสิทธิ์การประกวด…เนื่องจากสร้างความวุ่นวายเกินเหตุ”
ทุกคนใจหายวาบจากขำกลายเป็นเครียดแป๊บเดียว
โอ๊ตยกมือขอโทษกับทีม “กรูแค่มั่นใจเกินไป อยากให้ทีมฉีกแนว…สงสัยผิดยุคผิดสมัย”
นิ้งวางมือบนไหล่โอ๊ต “ไม่เป็นไร งานเจ๊งยังมีรอยยิ้ม ขำที่สุดในปฐพีเลยนะ”
มะขามหัวเราะกรอบแกรบ “ถือว่าชนะใจตลาดได้ป่ะวะ?”
ใบกล้ายิ้มอ่อน “ปีหน้าลองซุ้ม…ถุงเท้ามั้ย?”
เสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนซี้สี่คนกลายเป็นภาพปิดงาน แม้ซุ้มจะพัง แต่เป้าหมายของพวกเขายังคือการทำอะไรด้วยกัน และไม่ลืมเป็นเรื่องตลกที่ทุกคนจะเล่าให้ฟังบนโต๊ะอาหารจนแก่
โอ๊ตเพิ่มมุกส่งท้าย “เออ วันหลังใครขโมยยางยืด ขอแจ้งล่วงหน้านะ ใครจะไปหาซื้อเองไม่ทัน!”