สายฝนกลางร่มสีฟ้า
เสียงฝนตกกระทบหลังคากระเบื้องอย่างต่อเนื่อง อากาศของกรุงเทพพลบค่ำชื้นแฉะ ร่มสีฟ้าซึ่งแขวนอยู่ข้างประตูสำนักงานถูกหยิบออกมาด้วยมือของใครบางคน ‘อิฐ’ ชายหนุ่มร่างสูง ผิวเข้ม ใบหน้ามักดูหงุดหงิด ดวงตาลึกที่มักหลบสายตาคนอื่น เขายืนรอฝนซาใต้กันสาดโดยจับร่มคันนั้นแน่น กวาดตามองถนนผู้คนที่เร่งรีบกลับบ้านอย่างอึดอัด—แล้วเสียงกระแทกประตูหนักดังขึ้น ‘ถ่าน’ หญิงสาวผมหยักศกสั้น สวมแว่นกรอบใหญ่ รีบบิดร่มสีดำที่เสียแล้ว ใจร้อนทื่่อยู่นั้นพลั้งมือกระแทกกับเหลี่ยมโต๊ะจนเอกสารหล่นกระจายบนพื้นทั้งคู่ประสานสายตากัน ภายใต้ความอึดอัดเย็นชาของเย็นวันศุกร์
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขอโทษค่ะ พอดีรีบ…” ถ่านทำเสียงขอโทษทั้งที่ไม่อยากสบตา กระนั้นอิฐกลับยิ่งขมวดคิ้ว “เดี๋ยวนี้ชอบรีบเหรอ? งานเมื่อเช้าก็รีบ นี่ก็…”
เธอเงียบไป เหมือนลังเลจะตอบ อิฐจึงก้มเก็บเอกสารเงียบ ๆ สองมือกระทบกันในจังหวะหนึ่ง ถ่านชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ใจเต้นเบา ๆ โดยไม่เข้าใจนัก ตัวเองรู้สึกอะไร
ฝนยังไม่หยุดตก แต่ถ่านไม่มีกระจิตกระใจจะรอ ทั้งคู่เดินออกจากสำนักงานพร้อมกันโดยใช้ร่มสีฟ้าคันเดียว อิฐถือร่ม เดินนำ เธอเดินตาม ความเงียบระหว่างกันน่าอึดอัดจนเสียงฝนตกเหมือนดังขึ้นสิบเท่า
“ร่มคุณ? ลืมหรือไง?” อิฐเอ่ยเสียงแข็ง
“เสียค่ะ…”
เขาพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก ถ่านจึงเดินเร็วขึ้นให้ทัน ก้าวต่อก้าวบนบาทวิถีที่เปียกแฉะ ทั้งรู้สึกอบอุ่นแปลก ๆ ใต้ร่มที่รถแล่นผ่านน้ำกระเซ็น เสื้อผ้ากระชับแน่นหนาวสั่นเล็กน้อย อิฐหันมามอง “หนาวไหม?”
“นิดหน่อยค่ะ ขอบคุณที่รอ”
เขาเงียบ ก่อนส่งถุงกระดาษที่ถือไว้ให้เธอ “รับไปสิ เดี๋ยวเย็นแข็งกว่านี้”
ผ่านช่วงค่ำวันนั้น ไม่มีคำพูดมากนัก แต่การได้เดินเคียงกันในสายฝนก่อประกายความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจผู้คนทั้งสอง
วันต่อมาในออฟฟิศ อิฐกำลังนั่งเช็กงบการเงิน สีหน้าดูตั้งใจ ถ่านนั่งฝั่งตรงข้ามข่มใจไม่สบตา ทุกครั้งที่ต้องประสานงานเธอมักตื่นกลัวและเกร็งผิดปกติ ต้นเหตุเพราะอิฐมักตำหนิเรื่องงาน ซ้ำบางครั้งเหมือนจับผิดเฉพาะกับเธอ เสียงลูกน้องในทีมกระซิบ “เธอสองคนไม่ถูกกันเหรอ?” เพื่อนร่วมโต๊ะล้อเบา ๆ เธอส่ายหน้ารำคาญ “เปล่าซะหน่อย ก็แค่คนคุมงานขี้หงุดหงิดของออฟฟิศ…”
เสียงโทรศัพท์เข้าจากลูกค้าที่ปากจัด เคลียร์งานผิดพลาด ถ่านน้ำเสียงเจื่อน ๆ พยายามประสานแต่โดยดี อิฐได้ยินบทสนทนา พอเธอวางสาย เขาวางแฟ้มเสียงดัง ถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ถ่าน ตกลงจะปล่อยให้โดนด่าทั้งทีมไปถึงเมื่อไหร่?”
หญิงสาวสูดหายใจลึก หันมาเงียบ ๆ วางแฟ้มงานตรงหน้าเขา “ฉันเตรียมแผนสำรองไว้แล้วค่ะ คุณช่วยดูไหมคะ?”
อิฐมองใบหน้าเรียบเฉยนั้น แววตาเข้มของเขาลดความหัวเสียลงเล็กน้อย เขาเพ่งดูแฟ้มงาน ก่อนพูดเสียงเบาลง “เอาล่ะ… คราวนี้โอเค”
จังหวะพักกลางวัน เพื่อนร่วมงานชวนถ่านออกไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ติดคลองเสียงหัวเราะต่อกลุ่มเบา ๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนหลุดออกจากวงสนทนาในบางวินาที ถ่านแอบชำเลืองดูอิฐนั่งกินเงียบ ๆ คนเดียวที่โต๊ะมุมหน้าต่าง เธอเผลอมองจนเพื่อนถาม “แอบสนใจหัวหน้า?” เสียงล้อทำให้ถ่านหน้าแดง “ไม่ใช่ซะหน่อย!”
ค่ำวันเสาร์ อิฐนั่งอยู่ในห้องพักเล็ก ๆ กับนาฬิกาเรือนเก่า ภาพใบหน้าหญิงสาวคนหนึ่งในกรอบรูปข้างเตียงฉายแววเศร้า สายฝนยังตกพรำ แสงจากโทรศัพท์ส่องหน้าจอ มีข้อความจากพ่อผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านต่างจังหวัด “ดูแลตัวเองดี ๆ” อิฐอ่านแล้วนิ่งนาน ภาพอดีตแล่นกลับมาในหัว เรื่องราวผิดพลาดในอดีตกับแม่ที่จากไป ชายหนุ่มถอนใจก่อนปิดไฟ
วันจันทร์ เสียงออดฝึกงานดัง ถ่านถูกมอบหมายให้ดูแลน้องฝึกงาน เธอประหม่า กลัวจะทำพลาดอีก ลอบมองอิฐซึ่งยืนคุยกับหัวหน้าฝ่าย ท่าทางจริงจัง เย็นชา หญิงสาวอยู่ขอบห้อง เหงื่อออกเต็มฝ่ามือ น้องฝึกงานทำสไลด์ผิด เธอเลือกจะไม่ต่อว่าน้อง กลับช่วยแก้ไขเงียบ ๆ อิฐเดินมาเห็นพอดี “คิดว่าจะปิดบังงานเสียได้เหรอ?”
ถ่านลังเล น้ำเสียงอ่อนลง “แค่… ไม่อยากให้น้องโดนดุค่ะ น้องเพิ่งมาทำงานวันแรก”
อิฐสบตานิ่ง “ถ้าปกป้องน้องแต่ปล่อยให้ทีมเสีย จะยังโอเคไหม?”
ถ่านนิ่งไป ใจกลัวจะทำผิดพลาดอีก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความคาดหวังบางอย่างในสายตาอิฐ เธอถอนหายใจ “ต่อไปจะไม่แก้ไขงานลับหลังแล้วค่ะ”
งานบริษัทมีโปรเจกต์ใหญ่เข้า ทั้งทีมต้องทำงานล่วงเวลา ถ่านกลับบ้านเที่ยงคืน อิฐต้องประสานเรื่องลูกค้ายาก ๆ พอเดินผ่านห้องประชุม เห็นถ่านหลับคาโต๊ะทำงาน ท่ามกลางกระดาษแก้ไขข้อผิดพลาด อิฐถอดสูทคลุมไหล่ให้เธอ แล้วนั่งมองเงียบ ๆ แววตานึกสงสาร
รุ่งเช้า ถ่านตื่นขึ้นพบสูทคลุมไหล่ สะดุ้งจนปากกาเกือบตกใจ กลั้นหายใจ เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง อิฐเดินมาเงียบ ๆ ส่งกาแฟให้ “เมื่อคืนคุณทำจนลืมกินข้าวหรือเปล่า?”
ถ่านรับแก้วกาแฟนิ่ง ๆ “ขอบคุณนะคะ ส่วนสูท อืม… ขอคืนค่ะ” เธอยื่นสูท คืนให้แบบเก้อ ๆ อิฐเพียงรับกลับเงียบ ๆ ต่างฝ่ายต่างนิ่ง เขินอายจนคนละสายตา
เช้าวันถัดมา ทีมงานออกไปทำกิจกรรม CSR บริจาคสิ่งของ เดินทางไปโรงเรียนชนบท ถ่านกับอิฐต้องช่วยกันจัดเอกสาร แจกขนมเด็ก ๆ อิฐพยายามเว้นระยะห่าง แต่บางช่วงสายตาพบกันโดยบังเอิญ ถ่านเผลอยิ้มแด่รอยยิ้มที่ได้เห็นอิฐหัวเราะกับเด็กชายตัวเล็ก ๆ เธอกลั่นรอยยิ้มไว้ในใจ
กลางทางกลับเกิดฝนตก รถติดหนัก ทีมงานกระจายกันกลับออฟฟิศ รถคันที่ถ่านกับอิฐโดยสาร จอดข้างทางเพราะน้ำท่วม ทั้งคู่ลงจากรถเดินฝ่าสายฝนอีกครั้ง คราวนี้อิฐหยิบร่มสีฟ้าออกมา ถ่านรับไว้ แลกยิ้มเล็ก ๆ ขณะที่เดินด้วยกัน
“เมื่อคืนพ่อผมโทรมา…” อิฐพูดขึ้นเสียงเบา “พ่อป่วย ไม่ค่อยได้คุยกันหรอก พอได้ยินเสียงรู้สึก… คิดถึงบ้าน”
ถ่านเงยมองฝน “ฉันเองก็…แม่อยู่ต่างจังหวัดเหมือนกัน แม่ชอบถามว่า เมื่อไหร่จะกลับบ้าน”
เสียงฝนคล้ายจะซ่อนคำพูดที่ทั้งสองไม่กล้าพูดออกมา ความเงียบระหว่างคนสองคนถูกน้ำฝนล้างใจเบาบางลงเล็กน้อย
ถ่านเริ่มเข้าใจเบื้องหลังความเย็นชาของอิฐมากขึ้น รอยเจ็บปวดที่ไม่กล่าวถึงชัด ไม่ใช่เพียงอารมณ์เสียอย่างที่เจอแต่แรก แต่เป็นความกลัวสูญเสียคนใกล้ตัวเหมือนที่เคยประสบ เมื่อกลับถึงออฟฟิศ เธอสบตาเขานานกว่าทุกครั้ง
ต่อมาในงานเลี้ยงบริษัท พนักงานดื่มสนุกสนาน ถ่านนั่งเงียบมุมห้อง หลบเพื่อนร่วมงานที่ชวนเต้นรำ อิฐเดินมานั่งข้าง ๆ ทั้งสองสบตา ต่างไม่มีคำพูด อิฐเอนตัวถามเบา ๆ “สนุกไหม?”
ถ่านส่ายหน้า “ไม่ชอบที่เสียงดัง ๆ”
อิฐหัวเราะเบา ๆ “ผมก็เหมือนกัน เวลาคนเยอะ ๆ รู้สึกแปลก ๆ ตลอด”
ความเงียบบางเบาก่อตัวระหว่างคนทั้งสอง เขามองเธอ ช้า ๆ “บางที…ผมคงพูดแรงกับคุณเกินไปนะ”
ถ่านลอบยิ้มสั้น ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็ผิดเหมือนกัน บางที…ก็กลัวจนทำพลาด”
ช่วงเวลานั้นเหมือนโลกทั้งห้องหยุดนิ่ง เคมีระหว่างสองคนค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ในสายตาที่แตกต่างจากจุดเริ่มต้นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
หลังจบงานเลี้ยงคืนนั้น อิฐขับรถไปส่งถ่านที่หน้าคอนโด ขณะที่จอดรถ ใจเขาเต้นแรง มือเกร็งจับพวงมาลัย “เอ่อ… ถ่าน” เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย
“คะ?”
“…ถ้าเธอไม่รังเกียจ คราวหน้าไปกินข้าวด้วยกันไหม?”
หญิงสาวนิ่งอึ้ง เหลือบตามองหน้าต่างที่มีฝนปรอยอีกรอบ เธอพยักหน้าเบา ๆ “ได้ค่ะ…”
ค่ำนั้นเกิดความทรงจำใหม่ ก้าวสู่ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปจากแค่เพื่อนร่วมงาน
วันหยุดทั้งคู่เดินเล่นตลาดนัดเล็ก ๆ ใต้ฟ้าใส ถ่านลองเสื้อผ้าสีสดใส อิฐยืนมองเงียบ ๆ คล้ายจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด “เคยคิดจะลาออกไหม…” เธอถามเขาขณะเดินผ่านร้านขายของเก่า
เขาหัวเราะสั้น ๆ “บ่อยมาก…โดยเฉพาะตอนงานยุ่ง ๆ แต่พ่อกับยายรอเงินส่งกลับบ้านเลยตัดใจไม่ได้”
ถ่านฟังเงียบ ๆ ท่าทีอ่อนโยนขึ้น เข้าใจอิฐมากกว่าทุกครั้ง คืนยิ้มให้ด้วยแววตาที่เผยแววเห็นใจ
แต่คืนวันหนึ่งเกิดเรื่องไม่คาดฝัน อิฐกลับบ้านช้าด้วยอารมณ์เสีย พ่อล้มป่วยหนักต่างจังหวัด โทรมาแต่เขาไม่รับสายด้วยความว้าวุ่น แล้วเงียบหายไปสองวันเต็ม ถ่านลองโทรหา ไม่รับสาย เธอจึงรู้สึกโดดเดี่ยว กังวลใจจนกินไม่ลง
ปลายสัปดาห์ อิฐกลับมาทำงาน หน้าเครียดคล้ำกว่าทุกครั้ง พูดน้อยลง ไม่สบตาใคร เขาปิดอารมณ์ทุกอย่างไว้ ถ่านพยายามเข้าใกล้ “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
เขาตอบสั้น ๆ “ไม่มีอะไร”
เธอพยายามอีกครั้ง “ถ้ามันหนักมาก… จะลองแบ่งเบาให้ได้นะ”
อิฐนิ่งเงียบ มองผ่านหน้าต่าง เม็ดฝนตกพรำ ความรู้สึกร้าวลึกในใจประดัง ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเข้มแข็งเสมอมา
เย็นวันหนึ่งเศษความจริงถูกเปิดเผย อิฐพูดกระทันหันในห้องประชุมที่เหลือเพียงเขาและถ่าน “ผมเคยโทษตัวเองเรื่องแม่จนไม่กล้ารักใครอีกเลย ผมไม่อบอุ่น อาจจะทำใจคุณเจ็บ…”
ถ่านฟังเงียบ ๆ แววตาสั่นไหว เงียบงันอึดอัด ในช่วงเวลานั้นเอง ภายนอกฝนเพิ่งหยุดตก แสงเย็นส่องลอดกระจกเข้ามา
“บางอย่าง…ต้องให้เวลา…แต่ถึงจะเจ็บก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ถ่านเอื้อมมือแตะมือเขาเบา ๆ
อิฐผงะ ถอนมือกลับช้า ๆ ใบหน้าหนักใจ “ขอโทษนะ ผมคงยังไม่พร้อม…”
บรรยากาศมืดหม่น ต่างแยกกันเดินกลับ ทิ้งความเศร้าเหนื่อยไว้ในอากาศ
วันเวลาผ่านไป สองคนถอยห่างจากกัน ถ่านพยายามตั้งสมาธิกับงาน ไม่โทรหาอิฐเหมือนแต่ก่อน อิฐเองก็ทำงานหนักกว่าเดิม ไม่มองหน้าใคร เรื่องงานที่ประสานกันกลายเป็นเส้นขนาน ภายในใจต่างมีช่องว่างโหยหาแต่ไม่กล้าเปิดใจ
คืนวันหนึ่ง ถ่านเดินฝ่าสายฝนกลับคอนโดคนเดียว ร่มสีฟ้าใบเก่าหักเพราะลมกระโชก เธอหยุดยืนสั่น ท่ามกลางความว่างเปล่า อดคิดถึงอิฐไม่ได้ น้ำตาไหลทั่วแก้มเหมือนฝนที่ไม่มีวันหยุด
อีกด้านหนึ่ง อิฐนั่งข้างพ่อที่โรงพยาบาล มองคนที่นอนหลับสนิท ความกลัวเสียคนใกล้ชิดกลับมาอีกครั้ง เขาเปิดดูข้อความในโทรศัพท์ มีแต่ข้อความที่ถ่านเคยทักมา