ความลับใต้สายฝน
เสียงฝนโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างห้องเรียนยามเช้า วินนั่งเหม่อมองออกไปข้างนอก ในมือมีปากกาด้ามหนึ่งหมุนเล่นวนไปมา เขาไม่ได้จดเลกเชอร์แต่สายตากำลังแอบมองหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังหัวเราะกับเพื่อนกลางระเบียงอาคารเก่าๆ สีเขียวอ่อนๆ นั่นคือปาล์ม นักศึกษาคณะเดียวกันแต่ต่างชั้นปี ปาล์มมีประกายบางอย่างที่เขาอยากเข้าใกล้แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองยังไม่คู่ควร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“วิน เหม่ออะไรอีกแล้ว?” ต้า เพื่อนสนิทของวินกระซิบกระซาบ พร้อมยักคิ้วยียวน วินเพียงยิ้มแห้งๆ แล้วพยักหน้าโดยไม่ตอบอะไร เขาพยายามกลับมาจดเลกเชอร์แต่หัวใจกลับเต้นแปลกๆ
หลังจบคลาส วินเดินตากฝนออกไปที่โรงอาหารใต้ตึก และก็อย่างทุกวันเขาแอบมองปาล์มนั่งกินข้าวกับแก๊งเพื่อนสาว เมื่อสายตาทั้งสองบังเอิญสบกัน วินเบือนหน้าหนี ปาล์มยิ้มให้อย่างสดใสใจดีก่อนจะหันกลับไปเม้าท์กับเพื่อนๆ
ช่วงสายวันเดียวกัน วินได้เจอปาล์มอีกครั้งบนบันไดตึกเรียนขณะกำลังถือแบบพรีเซนต์ขนาดใหญ่
“พี่วิน…ช่วยถือแบบให้หน่อยได้ไหมคะ หนักมากเลย” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ
วินยืนแข็งไปนิด เหลือบมองมือของปาล์มที่ยื่นมาแบบไม่คาดคิด ดวงตาของเขาขยับไปมองแบบพรีเซนต์แล้วจึงรับมาถือให้ “ได้สิ หนักขนาดนี้คนเดียวไม่ไหวหรอก” น้ำเสียงเขาฟังดูกึ่งลนกึ่งเงียบ ปาล์มหัวเราะเบาๆ พลางขอบคุณก่อนจะเดินเคียงข้างกันขึ้นบันได
เสียงฝนตกหนักลงอีกครั้งในเย็นวันนั้น ระหว่างรอรถเมล์ใต้หลังคา ปาล์มกับวินได้ยืนข้างกันโดยบังเอิญ ปาล์มหันมาถาม
“พี่วินนั่งสายอะไรคะ กลับบ้านทางเดียวกันไหม?”
“สาย…84 น่ะ” วินตอบพลางเลียริมฝีปาก รู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะนี่คือการคุยหนึ่งต่อหนึ่งครั้งแรกที่ไม่ใช่เรื่องเรียน ปาล์มยักไหล่ “บังเอิญแฮะ ปาล์มก็นั่งสายนี้ค่ะ”
หลังจากฝนซา ทั้งสองเดินไปที่ป้ายรถด้วยกัน เงียบไปครู่ใหญ่ ปาล์มจึงถามขึ้นว่า
“พี่ชอบฝนไหมคะ?”
วินนิ่งคิดสักพักก่อนตอบ “มัน…ทำให้รู้สึกทั้งเหงา ทั้งสบายใจ ดีแปลกๆ”
ปาล์มหัวเราะออกมา “เหมือนกันเลย ถ้ามีใครสักคนร่วมทางตอนฝนตก มันคงไม่เหงา” วินเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไรดี ภายในใจเขาเหมือนมีบางอย่างกีดกันอยู่เสมอ
วันต่อๆ มา วินเริ่มสังเกตว่าตัวเองหาข้ออ้างไปนั่งใกล้ปาล์มในห้องเรียนกลุ่ม ทุกการสนทนายังสั้นๆ ติดๆ ขัดๆ แต่ปาล์มดูไม่ถือสา เธอเป็นกันเองกับทุกคน แต่กับวินมีรอยยิ้มอีกแบบหนึ่งเสมอ
วินพยายามจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม แต่ประชุมงานครั้งไหนเขากลับพูดน้อยกว่าคนอื่น อารมณ์ขลาดๆ และความกลัวการถูกปฏิเสธยังเกาะแน่นในใจจนเพื่อนๆ หลายคนคิดว่าเขาเป็นคนหยิ่ง
วันหนึ่งปาล์มเดินเข้ามาทักเขาก่อน เพื่อนๆ กำลังซ้อมละครเวทีประจำคณะ ปาล์มหัวเราะ “พี่วิน ลองเข้าร่วมดูไหมคะ แค่ซ้อมบทก็ได้ ไม่ต้องเล่นจริง” วินพยายามปฏิเสธ แต่สุดท้ายแพ้รอยยิ้มของปาล์ม จึงเข้าไปช่วยซ้อมบทแดง มีประโยคเดียวว่า “ฝนจะตกก็ปล่อยมันตกเถอะ เราเดินต่อกันนะ” ทุกคนปรบมือหัวเราะเมื่อเขาพูดจบ แม้เสียงจะสั่นๆ ปาล์มหัวเราะ “แหม พี่วินเล่นจริงจังนะคะ”
หลังวันนั้น ทั้งสองเริ่มคุยกันมากขึ้น แม้จะเป็นแค่บทสนทนาเล็กๆ อย่างว่า “วันนี้กินข้าวที่ไหนคะ?” หรือ “แบบพรีเซนต์เสร็จหรือยัง?” แต่วินรู้สึกว่าโลกที่เคยเหงากำลังเริ่มมีสีสัน
แต่ในขณะเดียวกัน วินก็สังเกตเห็นบางอย่างในสายตาของปาล์ม บางทีเธอยิ้ม แต่แววตาดูเหมือนมีเรื่องบางอย่างซ่อนอยู่เช่นกัน
การใกล้ชิดทำให้วินเริ่มกล้าขึ้น เขาเล่าเรื่องความฝันในการออกแบบบ้านพักริมทะเลกับปาล์มขณะนั่งรอรถเมล์วันหนึ่ง ปาล์มหันมามองตา “ทำไมต้องริมทะเลคะ?” วินตอบพลางมองฝนโปรยปราย “เพราะมันไกลจากความวุ่นวาย… แล้วปาล์มล่ะ มีฝันอะไรแบบนี้ไหม?”
ปาล์มนิ่งไปสักพัก เธอสูดลมหายใจ “ปาล์มอยากกลับไปเปิดร้านเบเกอรี่กับแม่ที่ชุมพรค่ะ… แต่แม่อยากให้เรียนจบก่อน”
วินพยักหน้า ไม่พูดอะไร เขานิ่งคิด บางอย่างในแววตาของปาล์ม ทำให้เขารู้สึกได้ว่ายังมีเรื่องสำคัญที่อีกฝ่ายยังไม่พูด
ในคืนหนึ่ง มีปาร์ตี้เล็กๆ กับกลุ่มเพื่อนในหอพัก วินดื่มเบียร์ไปสองสามขวด ตากำลังลอยๆ เหมือนกับจะลืมอะไรบางอย่าง ปาล์มนั่งข้างๆ เขาเอ่ยเบาๆ “พี่วิน ปาล์มขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะ?”
วินหันไปสบตา ยิ้งที่มุมปาก “ว่าไง?”
“อย่าหนีเวลาตัวเองเศร้านะคะ… บางทีมันไม่ต้องเข้มแข็งตลอดหรอก” จังหวะหนึ่งวินเหมือนต้องมนต์ เขากะพริบตาถี่ๆ แล้วกลอกสายตาหนี “ปาล์มไม่เข้าใจหรอก…”
หลังจากคืนนั้น วินเริ่มห่างจากปาล์ม ไม่กล้าไปหา ไม่พูดอะไร เขารู้ว่าตัวเองมีบางอย่างที่กลัวจนไม่กล้าบอกใคร ความผิดพลาดในอดีตที่เขายังให้อภัยตัวเองไม่ได้
วันต่อมาปาล์มเห็นเขานั่งเหม่อที่สนามฟุตบอล ตัดสินใจเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะถาม
“พี่วิน…เราไม่เป็นไรใช่ไหม?”
วินนิ่งไป เขาครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตอบสั้นๆ “บางอย่าง มันให้อภัยยากนะ”
ปาล์มพยักหน้า เธอเงียบ รอคำพูดต่อไป แต่ไม่มี วินลุกขึ้นเดินออกไป ทิ้งให้ปาล์มนั่งเงียบๆ กลางสายฝนบางเบา
วันหนึ่งหลังเลิกเรียน ปาล์มตามไปหาวินที่สตูดิโอ เธอยืนเงียบ มองเขาทำงานจนดึก เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ปาล์มก็รวบรวมความกล้า “พี่วิน… ปาล์มไม่อยากเห็นพี่เป็นแบบนี้”
วินเงยหน้ามอง แววตาอ่อนล้า “แล้วปาล์มทำอะไรได้”
“พี่แค่…เล่ามันออกมา”
วินเงียบ นาน นานเกินกว่าที่ใครจะสบายใจได้ ปาล์มดูเหมือนจะล้มเลิกในที่สุด แต่แล้ววินเอ่ยขึ้นเบาๆ
“ตอนปีหนึ่ง… พี่เคยปล่อยให้เพื่อนในกลุ่มโดนไล่ออกทั้งที่จริงๆ มันไม่ได้ผิด… แต่พี่กลัวโดนหางเลข พี่เลยนิ่ง…แล้วก็รู้สึกผิดมาตลอด”
ปาล์มอ้าปากแต่เหมือนไม่รู้จะพูดอะไร เงียบไปอึดใจ ก่อนจะจับมือวินไว้หลวมๆ “ทุกคนล้วนเคยผิดเลือก…แต่เราเลือกตอนนี้ได้เสมอว่าต่อไปจะเป็นคนแบบไหน”
คืนวันนั้น วินร้องไห้เป็นครั้งแรกต่อหน้าปาล์ม เธอไม่พูดอะไรอีกแต่ส่งผ้าเช็ดหน้าให้
หลังเหตุการณ์นี้ ทั้งสองกลับมาคุยกันต่ออีกครั้ง ความสนิทใจเริ่มสร้างความอบอุ่น วินเปิดใจมากขึ้น เขาไม่กล้ารุกเกินไป แต่ก็ไม่หนีปาล์มอีกแล้ว
แต่ความสุขก็ไม่อยู่ได้นาน วันหนึ่งวินได้รับข่าวว่าเพื่อนคนนั้นที่เคยถูกเขาทอดทิ้ง ประสบอุบัติเหตุจนพิการ วินโทษตัวเองมาก เขาเก็บตัว ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ไปเรียน จนปาล์มทนไม่ไหว ต้องทิ้งทุกอย่างไปเคาะประตูห้องวิน
เธอพบวินนั่งฟุบกับโต๊ะทำงาน น้ำตาอาบแก้ม ปาล์มไม่พูดอะไร เพียงนั่งลงข้างๆ ค่อยๆ แตะมือวินแบบเงียบๆ “พี่วิน… คนเราผิดได้ ให้อภัยตัวเองสักทีเถอะ”
วินพร่ำบอกว่า “ถ้าวันนั้นกล้า พี่คงช่วยมันได้ แต่ตอนนี้…ไม่เหลือโอกาสแล้ว”
ปาล์มน้ำตาซึมตาม เธอก้มหน้านั่งข้างเขา สองคนนั่งเงียบกันอยู่นาน เสียงฝนตกข้างนอกคอยเติมเต็มความเงียบ
คืนต่อมา วินตัดสินใจไปเยี่ยมเพื่อนคนนั้นที่โรงพยาบาล ปาล์มตามไปด้วย เขาขอโทษทั้งน้ำตา เพื่อนยิ้มอ่อน “มันนานแล้ววิน… กูไม่ถือหรอก ทุกคนก็หนีความกลัวกันทั้งนั้น”
หลังจากนั้นวินเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ปาล์มเองก็เรียนจบและตัดสินใจกลับบ้านไปเปิดร้านที่ต่างจังหวัด ก่อนจากกัน ทั้งสองนั่งดูฝนตกใต้หลังคาเก่าๆ ในมหาวิทยาลัยอีกครั้ง
“แล้วเราจะได้เจอกันอีกไหม?” ปาล์มถามเสียงแผ่ว
“พี่คิดถึงปาล์มเสมอ…” วินพูดค้างไว้ นาน… “แต่ถ้าวันหนึ่งพี่กล้าเดินออกไปหาปาล์ม…ปาล์มจะรอไหม?”
ปาล์มหัวเราะทั้งน้ำตา “ปาล์มจะรอค่ะ”
เสียงฝนยังคงตก สองคนนั่งข้างกันเงียบๆ แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวังใหม่ ความสัมพันธ์ที่ถูกเยียวยาด้วยความจริงใจ และการให้อภัยที่เติบโตทีละน้อยตามจังหวะของสายฝนและหัวใจ