เงาบนผนังบ้านเก่า
รถตู้เก่าจอดนิ่งอยู่หน้าบ้านไม้สองชั้นที่เหมือนหลุดออกมาจากอดีต ฝุ่นจับแน่นบนกระจกหน้าต่าง รอยเถาวัลย์เลื้อยพันรั้วเหล็กดัดจนแทบมองไม่เห็นตัวบ้าน ช่อดอกไม้ป่าร่วงโรยบนบันไดสูงขึ้นไปยังประตูบานเก่า—แต่ไม่มีใครคิดจะเด็ดออกหรือแตะต้องมัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กูไม่อยากลง” เสียงเอกดังเบา ๆ ข้างหลังรถ มือของเขากำบังหน้าต่างไว้ครึ่งหนึ่ง “มันดูไม่เหมือนบ้านแบบที่เคยเห็น จำได้ไหมว่ามันเคยใหญ่กว่านี้?”
พราวขยับกระเป๋าเป้แรง ๆ มองออกไปข้างหน้า “จะกลับไปก็ได้นะเอก ไม่มีใครบังคับ แต่ถ้ามึงไป ป็อปคงไม่ชอบใจ”
ป็อป—คนที่อยู่เบาะหน้าสุด—หันมามองด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง “ตั้งใจจะมาเคลียร์อดีตกันไม่ใช่เหรอ? หรือยังกลัวเรื่องเมย์อยู่?” ทุกคนเงียบ
ขวัญจับข้อมือแน่นเมื่อได้ยินชื่อนั้น เธอมองหน้ากระจกมองหลัง เห็นเพื่อนแต่ละคนในแสงจาง ๆ พยักหน้าเล็กน้อย “ยังไงก็ต้องเข้าไปอยู่ดี…”
ประตูบ้านเปิดเสียงดังเอี๊ยดเมื่อป็อปดันเข้าไป กลิ่นอับของไม้เปียกและฝุ่นคลุ้งทันที ทุกคนเดินเข้าแถวตามหลัง ย่ำเท้าไปตามพื้นไม้ที่แอ่นตัวลงในบางจุด เงาบนผนังเริ่มเคลื่อนไหวตามแสงไฟฉายที่สาดส่อง
“ไฟฟ้ายังใช้ได้ไหม?” ขวัญหยิบสวิตช์ขึ้นกด แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“โอเค… เอาไฟฉายไว้กับตัว” ป็อปสั่ง ทุกคนแยกกันสำรวจห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยฝุ่นและรอยขีดเขียนเก่า ๆ บนผนัง บางอันเป็นชื่อพวกเขาเองเมื่อสิบปีก่อน
“กูไม่เคยกลับมาตั้งแต่วันนั้นเลย” เอกพูดเบา ๆ “แม่งเหมือนกลิ่นเดิมเลย”
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนั้น” พราวพูดเสียงแผ่ว “คืนนี้เราแค่มา… มาเผชิญหน้ากับอดีตก็พอ”
เสียงดังแกรกจากห้องใต้บันไดทำให้ทุกคนหันขวับไปพร้อมกัน ขวัญยกไฟฉายส่องไปที่ประตูเตี้ย ๆ นั้น มันเปิดอยู่เพียงนิดเดียว
“ใครเข้ามา?” ป็อปถามเสียงแข็ง เงียบ ไม่มีเสียงตอบ
ความเงียบอึดอัดเข้าปกคลุมจนขวัญต้องกลืนน้ำลาย “สงสัยสัตว์เข้าไปมั้ง…”
“กู… กูว่าไปดูให้แน่ใจดีกว่า” เอกเสนอ แม้เสียงจะสั่น ทุกคนเดินตามเอกเข้าไปใกล้ประตูเตี้ยนั้น พราวหายใจติดขัด แล้วประตูนั้นก็ปิดลงช้า ๆ เองโดยไม่มีใครแตะต้อง
“ลม” ป็อปบอกเสียงแข็ง แม้แววตาจะไม่มั่นใจ
ทุกคนแยกย้ายไปจัดของในห้องนั่งเล่น เอกนั่งนิ่งแยกมุม มือจับสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ เปิดอ่านหน้าว่าง ๆ ที่ขีดคั่นด้วยรอยดินสอขาด ๆ ขวัญจิบชาหวานจัดเกินไป มือสั่นจนแทบจับแก้วไม่อยู่ ส่วนพราวเดินดูรูปถ่ายเก่า ๆ บนผนัง เจอภาพถ่ายหมู่—มีเมย์ยืนอยู่ตรงกลาง
พราวนิ่งมองอยู่นาน ก่อนเอื้อมมือแตะภาพ รอยนิ้วมือฝุ่นหนา ๆ ทำให้หน้าของเมย์ดูเบลอจนแทบจำไม่ได้ เสียงอะไรบางอย่างขูดบนกระจกหน้าต่างด้านหลัง ทุกคนสะดุ้ง
“กูว่า… เหมือนมีคนเดินอยู่ข้างนอก” ขวัญพูดเสียงเบา เธอกอดตัวเองแน่น
“คงสัตว์อีกนั่นแหละ” เอกฝืนยิ้ม แต่แววตาไม่เชื่อที่ตัวเองพูด
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เงาบนผนังเริ่มยาวขึ้นตามแสงไฟฉายที่หมุนเวียนเปลี่ยนที่ บางครั้งเหมือนมีเงาของใครอีกคนทั้งที่ไม่มีใครขยับ
ป็อปลากกระเป๋าเดินเข้าไปในห้องนอนชั้นบน เงาบนประตูแวบวาบราวกับมีใครเดินตามมา เขาชะงัก หายใจเข้าออกแรง ๆ “มีใครขึ้นมาด้วยกันไหม?” ไม่มีใครตอบ
พราวเดินขึ้นไปด้วย สีหน้าเคร่งเครียด “เดี๋ยวไปด้วย” ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องซึ่งเคยเป็นห้องของเมย์ กลิ่นเก่าของผ้าห่มไม่หาย เงาบนผนังเคลื่อนไหวเงียบ ๆ ราวกับกระซิบอะไรบางอย่าง
ขวัญกับเอกนั่งอยู่ข้างล่าง เสียงแว่วเบา ๆ เหมือนเสียงคนร้องไห้ลอดมาจากห้องใต้บันได เอกมองหน้าขวัญ “ได้ยินไหม?” ขวัญพยักหน้า น้ำตารื้น “แต่… ไม่มีใครอยู่ในนั้นใช่ไหม?”
เงาบนผนังขยับอีกครั้ง คราวนี้เหมือนยาวขึ้น…และเหมือนกำลังชี้นิ้วมาที่ทั้งสองคน
บนชั้นสอง ป็อปกับพราวสำรวจห้องของเมย์ เจอปกสมุดที่ถูกฉีกครึ่งหนึ่ง ข้อความถูกเขียนทับซ้ำ ๆ ว่า “อย่าลืมฉัน” หลายสิบแถวบนหน้ากระดาษ พราวมือสั่น “ใครเขียน?”
“กูเอง… เมื่อสิบปีก่อน” ป็อปพูดเสียงสั่น
“ทำไมต้อง… เขียนแบบนั้น?” พราวถาม เสียงเงียบไปนานกว่าจะมีคำตอบ
“กู… กูเป็นคนสุดท้ายที่เห็นเมย์ในคืนนั้น” ป็อปพูดแล้วเสียงก็แผ่วลง เหลือแต่เสียงลมหายใจ
ขวัญกับเอกเดินขึ้นมาสมทบ ทุกคนมารวมกันในห้องที่เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ต่างคนต่างหลบสายตากันสักพัก
“เราควรพูดเรื่องนั้นให้หมดคืนนี้” ขวัญเริ่มก่อน เธอก้มหน้า “สิบปีก่อน… ทุกคนไม่ได้พูดความจริงใช่ไหม?”
เงาบนผนังยาวขึ้นเรื่อย ๆ คราวนี้เหมือนมีเงาของผู้หญิงยืนอยู่ตรงกลาง
พราวกัดฟัน “กูเห็นเมย์วิ่งออกไปข้างนอก แต่ไม่ได้บอกใคร เพราะกลัวจะเป็นความผิดกู”
เอกหลบตา “กูก็เห็น… แต่กู… กูได้ยินเสียงเธอร้องขอให้ช่วย แต่กูไม่กล้าออกไป…”
ป็อปพูดเบา ๆ “กู… กูเถียงกับเมย์เรื่องสมุดนั่น เธอบอกว่ามีบางอย่างอยู่ในบ้านนี้ เธอไม่อยากอยู่แล้ว”
เสียงขูดบนผนังดังขึ้น ช้า ๆ หนัก ๆ เหมือนมีบางอย่างลากเล็บตามผนัง เงาบนผนังเปลี่ยนรูปร่างเหมือนกำลังเข้าใกล้พวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
ทุกคนเงียบ หายใจติดขัด ขวัญพูดเบา ๆ “เราไม่เคยช่วยเธอเลย…”
พราวร้องไห้ เอกก้มหน้าจนมองไม่เห็นดวงตา ป็อปเอามือปิดหน้า
เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นทั่วห้อง “อย่าลืมฉัน…” เสียงนั้นแผ่วแต่แหลม เสียงของเมย์ที่ทุกคนจำได้ดี
เงาบนผนังขยับเข้ามาแนบแผ่นหลังแต่ละคน เงาเย็นเฉียบ ราวกับมีมือเย็นจับไหล่ขวัญ ทุกคนสะดุ้ง หันขวับไปมอง แต่ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น
ป็อปคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่น “กูขอโทษ… กูขอโทษเมย์… กูไม่ควรปล่อยให้เธอไปคนเดียว”
เสียงขูดขีดบนผนังถี่ขึ้น เงาบนผนังเหมือนรูปร่างของผู้หญิงที่หายไปในคืนนั้นค่อย ๆ ชัดเจน เมย์ยืนอยู่ตรงนั้น—ไม่ขยับ ไม่พูด มีเพียงเงา
พราวพูดเสียงสั่น “เรา… เราควรทำอะไรสักอย่าง ต้องช่วยเมย์…”
ขวัญเดินไปหาเงานั้น ชูสมุดบันทึกขึ้น “เมย์… ถ้าฟังอยู่… ขอโทษที่ลืมเธอ…”
เงาบนผนังค่อย ๆ เลือนจางลง เหมือนถูกดูดเข้าไปในผนังบ้าน เงาเย็นเฉียบสลายไปในอากาศ แต่ความอึดอัดยังคงอยู่ ทุกคนหยิบของออกจากห้องด้วยใจหนักอึ้ง
เมื่อทุกคนออกมายืนหน้าบ้าน พระอาทิตย์ขึ้นช้า ๆ รอยเงาบนผนังบ้านยังคงอยู่ ติดตรึงเป็นรูปร่างผู้หญิงในท่าเดิม ไม่มีใครพูดอะไร
ขวัญหยุดเดิน หันกลับไปมองบ้านไม้หลังนั้นอีกครั้ง น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ “เราลืมไม่ได้… ไม่มีวันลืม…”
เสียงกระซิบแผ่วเบายังคงลอยมากับลม “อย่าลืมฉัน…”