ภารกิจตามหากระเป๋าเป้ของเจ้านาย (แต่ดันไปเจอเรื่องวุ่นยิ่งกว่า)
เสียงโทรศัพท์ในออฟฟิศดังขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังง่วนกับงานประจำ ทรัพย์ หนุ่มพนักงานบัญชีผู้มักจะคิดมากเรื่องงานจนหน้าตาเครียด เดินถือแฟ้มด้วยท่าทางระแวง ไม่ใช่เพราะงานยุ่งนัก แต่เขากำลังกังวลกับความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยที่จะนำไปสู่การโดนตำหนิแบบขยายความเองในหัว ทันใดนั้นเสียงของเป้ง เพื่อนร่วมงานต่างแผนกที่มั่นใจและเสียงดัง กลบความกังวลของเขาลงทันที
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ย! ทรัพย์ มานี่ดิ! เจ้านายทำกระเป๋าหายเว้ย!” เป้งลากเสียงดังค่อนออฟฟิศ ทรัพย์ตกใจจนแฟ้มหลุดจากมือ “หา! กระเป๋าอะไรนะ?” เขาทำเสียงเบาๆ แต่หน้าตื่น
“ก็กระเป๋าเป้สีน้ำเงินที่หัวหน้าวางไว้ตรง pantry ไง จำได้ปะ?” เป้งหน้าแน่น ล้วงกระเป๋ากางเกงแบบคนที่มั่นใจเต็มร้อย ทรัพย์ขยับแว่น “แล้วไปหายังไงอะ?”
“ไม่รู้ดิ เจ้านายเรียกฉันไปช่วยหาด้วย บอกให้จับคู่กับนาย กะว่า ‘คู่หูยอดมนุษย์แก้ปัญหา’” เป้งพูดแล้วหัวเราะแห้งๆ เพราะรู้ว่าทรัพย์ไม่เคยอยากได้ตำแหน่งนี้
ทรัพย์ถอนหายใจ “แต่เรายังมีงบเดือนนี้ต้องปิดนะ” เป้งตบไหล่แบบชิล “แค่นี้เอง เอ้า! เดี๋ยวฉันนำเอง ก็ชั้นเซียนเรื่องหาอะไรไม่เจอ”
เริ่มต้นด้วยความงง เมื่อทั้งคู่ไปที่ pantry ไม่มีร่องรอยกระเป๋าเป้สีน้ำเงิน—ทรัพย์หรี่ตามองทุกมุมและขยับซองผ้าเช็ดมือด้วยความกลัวเจอของผิดที่ เป้งเดินแทรกยืนขวางเครื่องต้มน้ำ ลองแหย่ว่า “เจ้านายลืมกระเป๋าทิ้งในถังขยะปะ?”
“ไม่มีทาง… หรือเขาจะโดนขโมย!?” ทรัพย์เสียงสั่น มองซ้ายขวาก็พาลคิดไปถึงการติดกล้องวงจรปิด เป้งสวนทันควัน “บ้าเหรอ ใครมันจะขโมยกระเป๋าเจ้านาย กลิ่นเถ้าแก่ซะขนาดนั้น”
ทั้งคู่เดินออกสำรวจแต่ละห้อง ทรัพย์เริ่มจดบันทึกรายละเอียดจุดที่ค้นหาอย่างละเอียดแบบวางแผนระดับสายลับ เป้งล้อเพื่อน “นา~ย หาขนาดนี้คงเจอก่อนสี่โมงเย็นนะ” ทรัพย์ไม่ขำ หัวเราะแห้งแล้วเดินไปเช็คที่ห้องน้ำชาย เป้งตามไปขัดจังหวะ “เดี๋ยว! ไอ้ห้องน้ำหญิงก็ต้องเช็ค!”
ทรัพย์หน้าซีดอ้ำอึ้ง “ฉันเข้าไม่ได้!” แต่ก่อนที่เป้งจะปรึกษาพร็อบใหม่ พี่วุ้น เลขาฯ หัวหน้าก็โผล่มา “หาอะไรกันคะ?” ทรัพย์อ้ำๆ อึ้งๆ เป้งตอบเร็ว “หาแมวอยู่ครับ เอ๊ย! หาของ! กระเป๋าหัวหน้า!” พี่วุ้นหัวเราะ “แมวที่ไหน”
ความวุ่นวายเริ่มจากคนในออฟฟิศที่วุ่นวายกว่า เมื่อเรื่องกระเป๋าหายกลายเป็นหัวข้อซุบซิบ เป้งกลับดีใจ “ดีเลย เดี๋ยวคนช่วยหาเยอะๆ จะได้ไวๆ” ทรัพย์หน้ามุ่ย เขาคิดถึงแต่ความซวยที่จะโดนหาว่าแจ้งข่าวผิดๆ
เสียงเซ็งแซ่ในออฟฟิศยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่องานหยุดกึก ทุกคนออกจากที่นั่งตัวเอง ครั้งนี้เป้งใช้ไมค์ประชุมเรียกประกาศ “ขอความร่วมมือ ตามหากระเป๋าเป้เจ้านายด้วยครับ!” ทุกคนเงียบ เป้งพูดต่อ “รางวัล 1 กาแฟฟรี!”
ทรัพย์รีบกระซิบ “แกประกาศไปแล้วได้รางวัลแน่เหรอ?” เป้งกระซิบสวน “ก็คิดเอาเองว่าพี่วุ้นคงเลี้ยง”
ซึ่งนั่นคือจุดพังแรก เมื่อพี่วุ้นได้ยินชัดเจน “กาแฟอะไร? ใครจะเลี้ยง?” เป้งรีบบอก “ผมแค่สร้างขวัญกำลังใจครับ” พี่วุ้นฟึดฟัดแต่ยิ้มเพราะเห็นว่าน่ารักดี
เวลาผ่านไป กระเป๋ายังไม่เจอ ทุกคนเริ่มสงสัยกันเองว่าใครเอาไป มีแต่เป้งกับทรัพย์ที่มีแผน—เป้งอยากคลี่คลายแล้วกลับไปกินข้าว ส่วนทรัพย์อยากให้เรื่องจบไม่วุ่นวาย ทรัพย์ชวนเป้งกลับไปสำรวจโต๊ะหัวหน้าอีกที เป้งลองเปิดลิ้นชัก ปรากฏว่าในลิ้นชักมีแต่แก้วกาแฟ วุ่นวายอีก เมื่อล่ามือใหม่เข้ามายุ่ง
“ไหนล่ะกระเป๋า?” ล่ามือใหม่ถอดแว่นเช็ดหน้าเหมือนอยากเป็นพระเอกในซีรีส์ แต่พูดช้าเกินทรัพย์ฟังทัน “น้องเห็นที่โต๊ะประชุมก็ไม่ใช่? หรือหัวหน้าจะกลับบ้านไปแล้ว”
เป้งสวน “กลับบ้านบ่ายสอง? ถ้าจะให้ดี ช่วยหาวิธีเปิดเซฟดีกว่า เผื่อกระเป๋าอยู่ในนั้น” ล่ามือใหม่งุนงง “ทำไมของใครจะเก็บของไว้ในเซฟ?”
ทรัพย์พยายามกลับสู่เหตุผล “ไปเช็คกล้องวงจรปิดเถอะ!” เป้งตื่นเต้นกว่าที่ควร “เออ งั้นไปขอดูพี่ช่างระบบเลย!” แล้วทั้งสองออกเดินรวดเร็ว เสียงคนในออฟฟิศพูดตามหลัง “อย่าลืมดูว่าใครหยิบของวุ้นในตู้เย็นด้วยนะ!”
ถึงห้องคอมพิวเตอร์ พี่ช่างระบบคลายเครียดใส่เพลงหมอลำเบาๆ พลางดูจอภาพ ทรัพย์ถามด้วยเสียงอ่อย “พี่…ช่วยดูหน่อยครับว่าตอนเที่ยง กระเป๋าของหัวหน้าวางอยู่ตรงไหน?” พี่ช่างระบบทำหน้างุนงง “กระเป๋าไหน? ผมเห็นแต่หัวหน้ากำลังคุยกับเป้งอยู่นี่” เป้งหันมาจ้อง “ผมก็ยังไม่เห็นกระเป๋าเลย”
เบื้องหลังความวุ่นวาย พี่วุ้นนั่งหันหลังให้จอคอม โทรศัพท์คุยเสียงดัง “หัวหน้าคะ กระเป๋าที่ว่าหายใช่ใบแดงโน่นไหมคะ?” ทุกคนในห้องประชุมหยุดพูดชั่วขณะ ความเข้าใจผิดเริ่มขยายตัว
เป้งกับทรัพย์มองหน้ากัน ทรัพย์เบาเสียง “เดี๋ยวนะ…สรุปสีน้ำเงินหรือแดง?” เป้งตอบเบา “ฉันเห็นแดงแว้บๆ เมื่อเช้านะ แต่นายว่า…หัวหน้าจำผิดเอง?”
ขณะนั้น เจ้านายเดินมากลางวง กลิ่นน้ำหอมสมุนไพรจางๆ ทุกคนทำท่าตกใจ เหมือนโดนจับได้ “มีใครเจอกระเป๋าผมหรือยัง?” เป้งตอบกลั้วหัวเราะ “เรากำลังดำเนินภารกิจตามหาครับ!”
เจ้านายทำหน้าจริงจัง “แต่ผมสงสัยว่ามีใครแกล้ง เพราะเมื่อวานผมก็หาแฟ้มไม่เจอ” ทุกคนเริ่มสับสนว่าเป็นฝีมือใครกันแน่ เป้งจับไหล่ทรัพย์ หยิบแผนลับออกมา “เราต้องวางแผนจับตาคนต้องสงสัย!”
ทรัพย์เริ่มคิดเองเออเองว่าตัวเองอาจพลาดหยิบกระเป๋ามาเองด้วยซ้ำ บรรยากาศเริ่มเกร็ง แต่เป้งยังชิล “ดูจากห้องประชุมสิ ไม่มีใครมีเป้เลยไง ทุกคนเช็คกระเป๋าตัวเองหมดแล้วหรือยัง?”
พนักงานบางคนเริ่มสงสัยเป้งเอง เป้งรีบล้วงกระเป๋าตัวเองแบบตื่นตกใจ “ขอโทษครับ กระเป๋าผมอยู่ตรงนี้… แต่ไม่ได้เป็นของหัวหน้าแน่ๆ”
สถานการณ์บานปลาย เมื่อจู่ๆ มีเสียงผู้ช่วยฝ่ายบุคคล “กระเป๋าที่ลืมไว้รถตู้รึเปล่า?” ทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทรหาคนขับรถตู้ โดยปรากฏว่ายังไม่ชัดเจนว่าเป็นสีไหน เจ้าหน้าที่ต้อนรับยังบ่น “สรุปวันนี้เลิกงานกี่โมงกันแน่ นี่ตามหากระเป๋าหรือถ่ายละคร?”
เรื่องราวกลับด้าน เมื่อคนขับรถตู้บอกว่าเขาเจอกระเป๋าแดงแต่ไม่ใช่ของหัวหน้า ใบสีน้ำเงินก็ไม่เห็น ทรัพย์กับเป้งกลับมายืนเกาหัวที่โต๊ะ เจ้านายเดินมาถาม “ใครโทรไปถามทางบ้านผมด้วย?” เป้งมองหน้าทรัพย์ “เอ้า นายสั่งฉันเองเมื่อกี้ ว่าให้ลอง!” ทรัพย์โต้กลับ “ฉันแค่พูดเล่นๆ…”
พนักงานเริ่มนั่งล้อมวงเล็กๆ แซวว่ากระเป๋าคงหายเข้าโลกคู่ขนานไปแล้ว เป้งทำท่านักสืบ “ต้องสืบแน่นอน!” ทรัพย์หัวเราะฝืน “ขอให้เจอก่อนเวลาส่งงบเถอะ…”
ช่วงบ่ายแก่ เสียงออดสายในสำนักงานดัง ทุกคนหันไปที่หน้าประตู “ขอโทษครับ มีใครทำกระเป๋าเป้สีน้ำเงินตกที่ร้านกาแฟชั้นล่างหรือเปล่า?” เสียงจากบาริสต้าในเครื่องแบบ ทุกคนหันขวับ เจ้านายดีใจแต่แกล้งดุเป้งกับทรัพย์ “นี่มันงานกลุ่มที่เป๋นงานมากที่สุดเท่าที่เคยมี!”
เป้งตอบอย่างมั่นใจ “แต่เราจับมือกันจนจบภารกิจนะครับ!”
ท้ายที่สุดทรัพย์ได้ข้อคิด “บางทีถ้าเราหยุดมโนแล้วคุยกันดีๆ… เรื่องเล็กคงไม่วุ่นขนาดนี้” เป้งขำ “แต่วุ่นแบบนี้แหละ จำจนถึงงานปีใหม่แน่!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วออฟฟิศ งานยังไม่เสร็จแต่ทุกคนมีรอยยิ้ม บทสนทนาดำเนินต่อด้วยมุกจิกกัดแนวเพื่อนสนิท ระหว่างทรัพย์กับเป้ง ทุกคนแซว “กลับไปทำงานได้แล้วมั้ง!”
เรื่องจบลงในขณะเสียงเครื่องปริ้นดังสลับกับเสียงพูดคุย ใครคนหนึ่งเดินถือกาแฟไปแจกฟรี “เพื่อผู้กล้าตามหากระเป๋า!” ทรัพย์กับเป้งหันมาสบตา ยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกอบอุ่น งานอาจเยอะเหมือนเดิม แต่หัวใจทั้งสองเติมพลังอีกครั้งด้วยมิตรภาพและความเข้าใจ