ในวันที่รักยังไม่กล้าพูด
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในห้องพักนักศึกษาสาวทั้งหก จูนทบทวนตารางเรียนบนมือถืออย่างช้า ๆ พลางเบียดตัวบนฟูกแคบ หรี่ตามองไปยังหน้าต่างที่เพื่อนร่วมห้องกำลังเตรียมตัว หนึ่งในนั้น ปุ้ย เอ่ยแซว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“วันนี้ดูจะขยันผิดปกตินะจูน มีอะไรดีตอนเช้ารึเปล่า?”
จูนยิ้มอ่อน เช็ดหน้าน้อย ๆ “วิชานายปันไฟนอลน่ะ จะขอเรียนเพิ่มกับอาจารย์”
ห้องเรียนใหญ่คณะนิเทศศาสตร์ ปันเดินสวมเสื้อยืดซีด สีหน้าอ่อนล้า ถึงโต๊ะท้ายห้อง เห็นจูนนั่งเอามือปัดผม ปันทรุดลงเก้าอี้ข้าง ๆ ส่งลมหายใจหนัก
“แกนอนดึกเหรอ?” จูนถามเสียงแผ่ว
“พรีเซนต์โปรเจกต์กับกลุ่มจนตีสองอ่ะ จะตายแล้ว…”
“ฉันยังไม่ได้เริ่มเลย ถ้าแกตายก่อน ขอทรัพย์สินเป็นตู้กีตาร์นะ” จูนต่อบทแบบกลั้วหัวเราะ
ปันยิ้มมุมปาก อ้ำอึ้ง “เดี๋ยวแบ่งชีทให้ ขอเลคเชอร์ด้วยกันมั้ย”
เสียงอาจารย์เริ่มต้นชั่วโมง จูนสะพายกระเป๋าย้ายไปนั่งติด ปันยื่นชีทให้ ห่างกันแค่ข้อศอก เสียงปากกาเขียนเคียงกันทั้งสอง ดูชิดกันโดยไม่ตั้งใจ
หลังเลิกเรียน ปันกับจูนเดินหาร้านข้าวแกงใต้ใต้ตึกศิลป์ ปันหยุดตรงร่มไม้พอดี “กินข้าวด้วยกันก่อนสิ แกจะรีบรึเปล่า?”
จูนชะงัก แต่พยักหน้าช้า ๆ เสียงพูดปันเบา “ช่วงนี้แม่เราป่วย กลับบ้านบ่อย ๆ เลยเครียดหน่อย แกว่างมั้ย พรุ่งนี้ช่วยติวหน่อย”
จูนซ่อนความห่วงใยไว้ใต้แววตา “ถ้าติวที่สนามบอลตอนเย็นได้นะ รู้สึกหัวจะโปร่งกว่าในห้อง”
เย็นวันต่อมา เก้าอี้พลาสติกใต้ต้นหูกวางกลางสนามบอล ปันนั่งขีดโจทย์บนโน้ตบุ๊กจูน มือแทบแตะกันโดยบังเอิญ จูนใจสั่น หันหน้ามองเส้นผมปันที่ย้อยปิดดวงตาเล็กน้อย ปันแกล้งหรี่ตาถาม
“เอ๋ ใจลอยไปไหนแล้ว…”
จูนยิ้ม “ไม่ได้ลอย…แค่ไม่อยากให้สอบตกไง”
“…ถ้าคะแนนดี เราเลี้ยงกาแฟมื้อใหญ่เลย” ปันยิ้มกวน
เวลาผ่านไป กลุ่มเพื่อนรวมตัวปาร์ตี้หลังสอบ ปันนั่งหัวโต๊ะกับเบียร์กระป๋อง จูนแอบชำเลืองไปทางวงสนทนา เสียงหัวเราะคุยกับเพื่อสนิทอีกคนชื่ออิงอร จูนพยายามไม่สนใจ แต่กลับรู้สึกใจหาย ปันหันมามองเสี้ยววินาที แล้วหันไปคุยต่อ ความเงียบค้างในบรรยากาศ
หลังปาร์ตี้ ปันเดินมาส่งจูนถึงหอ พูดเสียงนิ่ง “ช่วงนี้เหมือนแกไม่ค่อยคุย เราทำอะไรผิดรึเปล่า?”
จูนอึกอัก แทบไม่กล้าสบตา “เปล่านะ แค่ยุ่งเรื่องติวกับเทอมใหม่”
มีเพียงเสียงรองเท้าเหยียบพื้นหินกรวดในความเงียบ ก่อนปันบอกเบา ๆ “เราพร้อมฟังตลอดนะ”
กลางเทอมใหม่ จูนตั้งใจมากขึ้นกับกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ในมหาวิทยาลัย เธอโฟกัสกับการฝึกซ้อมจนเวลาตรงกับการติว ขณะปันส่งไลน์บอก “ว่างติวเย็นวันพุธมั้ย?” จูนไม่ตอบในทันที
“ติดซ้อม…ขอโทษที”
“อืม ไม่เป็นไร ไว้รอบหน้า”
ปันกลับมานั่งทำงานกับกลุ่มใหม่ ๆ ในวิชาวรรณกรรม จูนเห็นแล้วอดรู้สึกแปลกไม่ได้ ใจหม่นลง วันต่อมาเจอปันเดินกับอิงอรในซูเปอร์มาร์เก็ตข้างมหาวิทยาลัย ต่างคนต่างยิ้มทัก ก่อนคุยแค่ประโยคสั้น ๆ จูนหยิบเกลือใส่ตะกร้า หลีกสายตาเฉียง
เย็นนั้น จูนกลับห้องน้ำตาซึม ทบทวนว่าเธอควรทำอย่างไรต่อกับความรู้สึกนี้ แต่ก็กลัวจะเสียเพื่อนหรือทำร้ายบางอย่างที่สำคัญไปเช่นกัน
วันเสาร์ฝนโปรย ร่มสีแสดในมือของจูนเดินใต้หลังคาทางเชื่อมไปยังหอของปัน ตัดสินใจหยุดยืนหน้าห้อง หลายวินาที ก่อนจะกลับมาโดยไม่กล้ากดกริ่ง
ข้อความที่ค้างไว้ยังไม่ได้ส่ง เธอลังเลอยู่นานก่อนจะลบออก นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่นาน
คืนวันสอบกลางภาค ปันไลน์มา “สรุปชีทเสร็จยัง ใกล้เอาตัวรอดรึยังเนี่ย”
จูนพิมพ์กลับ “ยังอะ ขอแรงใจด่วน”
“เดี๋ยวซื้อชาเย็นไปให้ เชื่อมือได้เลย” บทสนทนาแสนธรรมดาที่ทำให้หัวใจจูนเต้นแรง แม้จะพูดแค่นี้
สอบเสร็จ ทั้งสองเดินออกจากห้องแต่งตัวเชียร์ลีดเดอร์ ปันยื่นชาเย็นใส่มือให้แบบเนียน ๆ จูนมองสบตาแวบเดียวแล้วรีบเบือนหน้า
“ขอบใจมากนะ…ปันทำเพื่อเราเสมอ” ประโยคหลุดออกมาเบา ๆ
บ่ายวันหนึ่ง ปันเข้าค่ายอาสา ต้องห่างจากจูนไปสามวัน หลายเช้าจูนตื่นมาดูโทรศัพท์แล้วว่างเปล่า ไม่มีข้อความเหมือนเคย หัวใจรู้สึกแปลก โหวงเหวงจนจับต้องได้
บ่ายวันที่ปันกลับมา เพื่อนในกลุ่มส่งข่าวปันมีฟุตเทจคลิปเดินกับอิงอรออกมาด้วยกัน หัวข้อในไลน์กลุ่มเริ่มพูดเล่นเรื่องคู่กัน จูนใจสั่น ไม่กล้าเปิดอ่าน
คืนนั้น ปันโทรมา “วันนี้มีอะไรทำรึเปล่า ออกมาคุยด้วยกันหน่อยได้มั้ย?”
จูนลังเล แต่ก็ออกมา เจอกันท่ามกลางบรรยากาศหลังฝนจาง เสียงปันเงียบไปนาน “หลังๆ…เราอะ รู้สึกแปลกกับแก”
จูนเม้มปาก ไม่กล้าตอบ
“รู้สึกผิดที่ทำเหมือนไม่แคร์ เลยงี่เง่าไปบ้าง… เราไม่แน่ใจ…หรือว่าแกมีอะไรจะพูดกับเรามั้ย…”
จูนสะดุ้ง กลัวเสียมิตรภาพนี้มาก “เรา…ก็เหมือนเดิม แค่เหนื่อยๆ เรื่องบ้าน เรื่องเรียน”
ปันเงียบ ก้มหน้ายิ้มเศร้า ทิ้งความลังเลไว้ในอากาศ
ผ่านไปอีกหลายวัน ทั้งสองห่างกันเบา ๆ อีกครั้ง จูนโฟกัสกับโปรเจกต์ที่ต้องนำเสนอกลุ่ม ปันมีวิชางานอีเวนต์ที่ต้องดูแลทั้งสัปดาห์ ข้อความในไลน์ระหว่างทั้งคู่หายไปเป็นวัน ๆ
บ่ายวันประเมินโปรเจกต์ จูนสัมผัสความกดดันจากการนำเสนอท่ามกลางอาจารย์ ปันแอบส่งขนมปังอบกรอบมาให้จากระยะไกล พลางยกนิ้วเป็นกำลังใจ จูนแอบยิ้มขอบคุณสีหน้าแดงก่ำ
จบโปรเจกต์ จูนเก็บหนังสือเมื่อเจอปันรออยู่หน้าอาคาร
“วันนี้ว่างมั้ย เดินเล่นหลังตึกด้วยกันหน่อย” ปันถาม
ทั้งสองเดินข้างกันภายใต้แสงไฟสนามที่ริบหรี่ ต่างคนต่างนิ่งอยู่พักใหญ่
“เรากลัวว่า ถ้าเราพูดอะไรออกไป…ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม” จูนเอ่ยอย่างสั่น ๆ
ปันถอนหายใจ “เราก็เหมือนกัน…แต่กลัวเสียแกมากกว่า”
พวกเขานั่งมองฟ้ามืดคลุมโรแมนซ์ที่ซ่อนอยู่ในทุกสิ่ง พยายามค้นคำพูดที่หายไป
เสียงฝนโปรยลงอีกครั้ง ต่างรีบกางร่มร่วมกัน ใกล้กันกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เสียงเงียบปกคลุม ก่อนปันเอ่ยช้า ๆ
“ฉันคิดถึงแกช่วงที่เราไม่ได้คุยกัน…”
“เราก็เหมือนกัน” จูนกล่าว สายตาสบกันแวบหนึ่ง
ปันหัวเราะเบา ๆ “แต่ฉันก็ไม่กล้าพูด…เพราะกลัวเสียแก”
หลังวันนั้น ทั้งสองเข้าใจว่าความรู้สึกของตัวเองเติบโตเพียงใด เรื่องราวยังดำเนินต่อในฐานะเพื่อนที่กล้ายอมรับหัวใจตัวเองมากขึ้น บางคำไม่จำเป็นต้องรีบร้อนพูดออกมา เพียงได้อยู่ข้างกัน ในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและอ่อนโยน พวกเขาก็ค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตขึ้นไปด้วยกัน