เงาห้องสมุดใต้ดิน
เสียงลิฟต์โบราณหยุดนิ่ง พลาสติกสีเทาชนเข้ากับชั้นใต้ดินเบอร์สี่ กลุ่มนักศึกษาสามคนยืนอยู่หน้าแผงพัก เหงื่อซึมออกตามขมับทั้งที่อากาศเย็นเฉียบ แมวเพศผู้ตัวสีส้มฮ่องเต้เดินนำ ซอนย่า นักร้องรับจ้างเร่ร่อนถือป้ายประกาศหาเพื่อนหาย ส่วนแพร นักศึกษาสาขาประวัติศาสตร์ มองข้ามหัวพิมพ์ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ไม่เคยยิ้มเต็มปาก แมวกระโจนหายไปในเงาใต้ม้านั่งไม้ แพรถอนใจเบา ๆ ก่อนหันไปหาเพื่อน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พิมพ์ เธอแน่ใจนะว่าบรรณารักษ์หายไปที่นี่?” เสียงแพรดังแผ่วในห้องแสงสลัว
“แนนโทรมาหาฉันก่อนหายตัว แกพูดถึง…อะไรบางอย่างในห้องใต้ดิน ไม่มีใครเห็นเธอออกจากที่นี่อีกเลย” น้ำเสียงพิมพ์หนักแน่นแม้เบื้องหลังมีความหวั่นไหว
ซอนย่าเดินไปหยุดที่ชั้นหนังสือเก่า เขี่ยฝุ่นแผ่ว “บางทีเธออาจจะยังอยู่ในนี้”
แพรหันไปมองรอบ ๆ หนังสือถูกเรียงไม่เป็นระเบียง ไฟกระพริบแสงอ่อนทาบบนรูปปั้นบรรณารักษ์เก่าคนหนึ่ง ดวงตาหินจ้องสบกลับ นิ้วเล็กๆ จิ้มปุ่มเรืองแสงข้างประตูชั้นวางหนังสือ กึก…
แผ่นผนังขยับเผยช่องแคบลึกเข้าไปข้างใน ทั้งสามมองหน้ากัน ไม่มีใครพูดแต่แพรค่อยๆ ก้าวเข้าไปก่อน แมวสีส้มวิ่งนำทาง เสียงกรอบแกรบทำลมหายใจขาดเป็นช่วงๆ
ท่อเหล็กกันสนิมขดผ่านเหนือหัว น้ำหยดติ๋งใส่พื้น พิมพ์ถอนหายใจ “ถ้าเจออะไรน่ากลัว รีบวิ่งออกมา”
“เธอเคยคิดบ้างไหมว่าอะไรอยู่ในเงามืด…” ซอนย่าเอ่ยเสียงสั่น
ภายในห้องกลมเล็กมีโต๊ะยาวเทียนไขหลอมรวมกันจนหยดเหนียว แผ่นกระดาษเขียนรหัสบางอย่าง ฝุ่นจับหนา ทุกคนก้มมองข้อความ “กฎของผู้อ่าน ไม่ใช่ทุกเรื่องถูกจารึกในหนังสือ”
แพรหยิบเทียนไขขึ้นมาจุดใหม่ ไฟส้มวาบ “มีเสียงข้างนอกไหม?”
ทันใดนั้นประตูไม้ปิดปังอย่างแรง ซอนย่ากรีดร้องเบาๆ สะท้อนในโพรงอุโมงค์ พิมพ์รีบวิ่งหาประตู เห็นเพียงเงาตัวเองบิดเบี้ยวบนผนัง ทุกคนเงียบงันอยู่ชั่วขณะจนเสียงหายใจดังกลายเป็นจังหวะเดียวกัน
แพรมองตาเพื่อน “มันอาจจะเกี่ยวกับสิ่งที่แนนค้นพบ—หรือกับเรา”
ตอนนั้นเอง เสียงเล็บแมวขูดประตูดังสนั่น ก่อนที่ประตูจะดีดเปิดออกช้าๆ ข้างในพบเพียงกล่องไม้เล็กหนึ่งใบ ในนั้นมีกระจกโบราณบานหนึ่ง
ซอนย่าหยิบขึ้นมา กระจกขุ่นมัวสะท้อนใบหน้าเธอเป็นเงาเลือน ๆ “มันมีอะไรอยู่หลังเงานี้…”
เสียงฝีเท้ามากกว่าหนึ่งชุดดังมาจากห้องโถงข้างนอก แพรขยับถอย สังเกตว่าชื่อคนที่หายไปถูกเขียนด้วยสีเก่า ๆ ตรงผนังมุมหนึ่ง พร้อมชื่อใหม่สามชื่อ—ชื่อของพวกเขา
ความเงียบอึดอัดคืบคลานซ้อนระหว่างพวกเขา ซอนย่าเผลอกระซิบ “เรามีเวลาจำกัด…”
“ซอนย่า ทำไมเธอถึงรู้เรื่องนี้ดีนัก?” พิมพ์ประสานสายตาอย่างกดดัน
ซอนย่ากัดริมฝีปาก “เพราะฉันเคย—เคยได้ยินเสียงกลางดึกในนี้…เหมือนใครกระซิบชื่อฉันตลอด”
แพรทันสังเกตมัดสายสิญจน์ขาดๆ ในมือซอนย่า เธอถามเบาๆ “แล้วทำไมไม่เคยบอกใคร?”
ซอนย่าหลบตา “ฉันกลัว…กลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อฉันเหมือนแม่”
เสียงแมวร้องเตือน ทุกคนหันไปมอง แมวกำลังข่วนปล่องอากาศเล็ก ๆ พิมพ์เดินไปยืนข้าง ๆ “อาจมีช่องทางออกตรงนี้”
สามคนช่วยกันยกแผ่นไม้ปิดปล่องออก ลมเย็นหอบกลิ่นเกลือแฝงสนิมทำให้ซอนย่าสะอึก ลมหายใจติดขัด “หมายถึง…สถานที่นี้ไม่ได้เป็นห้องสมุดตั้งแต่แรก?”
แพรมองรอยข่วนสมัยก่อน “ที่นี่ซ่อนอะไรไว้มากกว่าห้องหนังสือ คนสร้างเขียนรหัสซ่อนไว้ในทุกเล่ม”
เสียงโทรศัพท์ของพิมพ์สั่น ไม่มีสัญญาณ มีข้อความเดียว “ออกไป ถ้ายังไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของเงา”
แพรขอให้พิมพ์ลองเปิดเพจเฟซบุ๊กของบรรณารักษ์ที่หายตัวไป แต่หน้าจอขึ้นเพียงภาพขาวดำซ้อนเงาของห้องใต้ดิน
ซอนย่าเริ่มปะติดปะต่อ “พวกเราแต่ละคนโดนบางอย่างตามรอย…อาจเป็นเพราะเรากำลังพยายามลืมความเจ็บปวดของตัวเอง บางทีมันต้องการให้เราจำ”
พิมพ์ตวัดหางตา “หมดเวลาหนีแล้วสินะ?”
แพรคลานตามช่องอากาศ เสียงหัวใจเต้นรัว ทุกคนค่อย ๆ ตามกันไป ผ่านตะปูขึ้นสนิทผุพัง เงาลากยาวตามตัวแมว
ช่องออกนำพวกเขาโผล่ในห้องจัดเก็บฟิล์มถ่ายรูปเก่า แพรหยิบฟิล์มขาดๆ ขึ้นดู ฉายแสงไฟฉาย ปรากฏภาพคนในอดีต—เห็นแนนกำลังกดรอยเท้าไว้กับพื้นที่เปื้อนเลือด
ซอนย่าสะอื้น “หรือเราเป็นแค่เงาอดีตที่ซ้อนกันอยู่ในที่นี้?”
พิมพ์ใจแข็งกดมือถืออีกครั้ง รีบติดต่อขอความช่วยเหลือ เสียงโทรศัพท์ดัง คนอีกฝั่งรับสาย เสียงแนนลมหายใจขาดห้วง “ระวัง…อย่าเชื่อทุกอย่างที่เห็น”
โทรศัพท์ดับ แสงไฟดับหมด
ทุกคนกอดกันไว้ พิมพ์พึมพำ “เราต้องตัดสินใจแล้ว จะย้อนกลับไปหรือกล้าหาความจริง”
แพรนิ่งคิด “ถ้าเราหนี มันอาจตามเราตลอดชีวิต”
ซอนย่าจับกระจกไว้แน่น “งั้น…เราจะกล้าดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเงานี้ด้วยกัน”
ทั้งสามเดินกลับไปในห้องโถงกลาง พบประตูไม้ที่เปิดออกแล้ว ด้านในมีบรรณารักษ์คนใหม่ยืนรอ ใบหน้าซีดขาว ดวงตาว่างเปล่า
“ยินดีต้อนรับ จุดจบของผู้ลืมความทรงจำ” เขากล่าวเสียงแผ่ว
แพรกลั้นใจ “ความจำอะไร เราไม่ได้ลืม”
ประตูปิดอีกครั้ง เงาทะมึนคล้ายหลอมรวมกับตัวของแพร เศษของอดีตผุดขึ้นมา เคร่งขรึมแต่เต็มไปด้วยความเศร้า แพรเห็นภาพแม่กำลังขอโทษ พิมพ์นึกถึงพ่อที่เคยตี ซอนย่านึกถึงบ้านที่ไม่มีวันหวนกลับไป
“ตอนนี้ เราต้องให้อภัยตัวเอง…” แพรพูดเสียงแตกพร่า
ภายในเงาลึก ทุกคนพร้อมกันพูดคำขอโทษ ซอนย่าเอากระจกขึ้นส่องอีกครั้ง คราวนี้เห็นเพียงใบหน้าทั้งสาม พร้อมรอยยิ้มอ่อน รอยน้ำตารินไหล
เสียงแมวครางเบา ๆ ประตูห้องสมุดเปิดออก แสงแดดแรกของวันส่องเข้ามาในห้องใต้ดิน กลุ่มนักศึกษาทั้งสามคนเดินออกมากอดกัน เงาของพวกเขาค่อย ๆ เลือนจางทิ้งไว้เพียงกลิ่นฝุ่นหนังสือและเสียงแมวเลียขนใต้แสงใหม่
แพรสูดลมหายใจจนเต็มปอด พิมพ์หันกลับมามองซอนย่า ต่างคนต่างหัวเราะสั้น ๆ รู้ว่าแม้ความลับในห้องสมุดนี้จะยังซ่อนอยู่ แต่พวกเขาพร้อมก้าวออกไปสู่ชีวิตจริงแล้ว