33 วันก่อนความลับรั่วไหล
เสียงฝนโปรยลงมาเบา ๆ ในเช้าวันจันทร์ที่อิงฟ้ารอคอย ไม่ใช่เพราะเธอชอบฝน แต่เพราะบางครั้งเสียงฝนช่วยกลบความเงียบระหว่างหัวใจที่กำลังกังวลได้ เธอเดินเข้าบริษัทด้วยสายตาตกลงกับตัวเองว่า ‘วันนี้จะต้องสมบูรณ์แบบ’ ทุกอย่างที่เธอแตะต้องต้องดูดีและไร้ที่ติ งานกราฟิกใหม่กองอยู่เต็มโต๊ะ ทว่าความสมบูรณ์แบบนั้นเริ่มโยกคลอนเมื่อมีประกาศโยกโต๊ะทำงานใหม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แนะนำตัวด้วยนะคะ อันนี้คนใหม่ของทีมเรา” เสียงหัวหน้าดังขึ้นเบา ๆ แชมป์เดินเข้ามา เสื้อเชิ้ตขาวรีบร้อนเปียกจากฝน เศษหญ้าติดรองเท้า กับใบหน้าเจื่อน ๆ ที่พยายามยิ้มส่งไปให้อิงฟ้า เธอเงยหน้าขึ้น เอียงคอเล็กน้อย “นั่งตรงนี้เหรอคะ?” เธอถามเสียงแผ่ว
แชมป์ยิ้มแหย ๆ “ครับ…ผมชื่อแชมป์ เพิ่งย้ายมา ฝากตัวด้วยนะครับ” เขาวางกระเป๋าเป้แบบเก่ามากไว้บนโต๊ะข้างอิงฟ้า เสียงซิปกระเป๋าถูกดึงเปิด ดังกึ่งก้องในห้องเล็ก เธอสบตาเขาแค่พริบตา ก็หันกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง
“เคลียร์พื้นที่หน่อยได้ไหมครับ กลัวของจะล้นไปโดนของพี่” แชมป์เอ่ยขึ้น ขณะที่พยายามไม่ทำเสียงดัง อิงฟ้าชะงัก เลื่อนแก้วกาแฟ กับวางแฟ้มให้ห่างจากเส้นกั้นระหว่างโต๊ะ แล้วกลับไปจิ้มเมาส์ต่อ แชมป์หยิบถุงพลาสติกใส่อาหารเช้าออกมา จิ้มข้าวเหนียวหมูฝอยคำเล็ก ๆ เคี้ยวเบา ๆ เสียงจนได้ยิน
“อยากกินไหมครับ?” เขาถามขึ้นเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเก้อ ๆ อิงฟ้าส่งเสียง “ไม่ค่ะ” แล้วก็พิมพ์งานต่ออย่างไม่อยากยุ่งด้วย
เวลาผ่านไป แชมป์นั่งนิ่ง ๆ เหมือนพยายามหายใจให้เบาที่สุด วันนี้เขายังไม่มีใครคุย ขณะที่อิงฟ้าเงียบนิ่งในความคิดของตัวเอง ลอบมองชายอีกคนที่นั่งใกล้แค่ศอกสัมผัสได้ สักพักเขาก็หัวเราะคนเดียวกับจอมือถือ เธอเหลือบตา สายตาเจือทั้งความไม่ไว้วางใจและความอยากรู้อยู่ข้างใน
ช่วงพักเที่ยง ทีมได้รับโจทย์ใหม่ “โปรเจกต์ R-Love แคมเปญใหญ่ประจำปี ใครเป็นหัวหน้ารับผิดชอบ?” หัวหน้าถาม อิงฟ้าเงียบไว้ก่อน แต่สายตาหลายคู่หันมาทางเธอ “หนูจัดการได้ค่ะ” เธอกลั้นใจตอบ
“แล้วขอให้แชมป์เป็นคู่คิดด้วยนะ จะได้แลกมุมมองใหม่ ๆ” ทุกคนมองหน้ากันเงียบกริบ แชมป์ยิ้มจืดชืด “ได้ครับ…” เสียงเขาเบากว่าปกติ อิงฟ้ามองเขานิ่ง ก่อนหลบตาลงมากดโทรศัพท์ในมือตัวเองอย่างอึดอัด
ช่วงบ่าย ทั้งคู่ต้องนั่งประชุมด้วยกันเป็นครั้งแรก หน้า PowerPoint โผล่ขึ้นกลางจอ ห้องเต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟ อิงฟ้าเริ่มแจกแจงไอเดีย “ถ้าเริ่มด้วยภาพความรักที่ไม่สมบูรณ์แบบล่ะคะ เหมือนคนสองคนที่ต้องพยายามมาก ๆ ถึงจะไปต่อได้” เธอพูดช้า ๆ พลางมองฝ่ายชาย
แชมป์พยักหน้า “ใช่ ผมว่าน่าสนใจนะ แต่จริง ๆ ผมว่า… เราเล่าแบบให้เห็นความกลัวด้วยดีไหมครับ คนบางคนกลัวความรักนะ” เขาเลี่ยงสบตา “มัน…” เขาเงียบ แล้วเปลี่ยนไปจ้องถ้วยกาแฟบนโต๊ะ
อิงฟ้ายิ้มจาง ๆ ไม่แน่ใจว่าเห็นด้วยเต็มที่ “ถ้าความรักคือความจริงใช่ไหม” เธอถามพลางจดข้อสรุปลงโพสต์อิท
“บางที… ก็ไม่จริงแหละมั้ง” แชมป์พูดขึ้นพร้อมหัวเราะ แต่ดวงตานั้นเหมือนแววหม่นผ่านมาในวินาทีหนึ่ง
บ่ายแก่ ๆ ฝนหยุดตกแล้ว อิงฟ้ากับแชมป์เดินไปซื้อของที่ร้านกาแฟข้างตึก ระหว่างรอคิว ความเงียบงันเข้ามาครอบงำ แชมป์ขยับเท้าไปมา “พี่ชอบหน้าฝนเหรอ” เขาถามเบา ๆ
“ไม่… แต่ถ้าฝนตกแล้วชงกาแฟอร่อยก็ดี” เธอตอบสั้น ๆ หัวเราะในลำคออย่างอ่อนแรง สายตาของเขาสำรวจสีหน้าเธออย่างช่างสงสัย
“ผมกลัวฝน” แชมป์พูดเบา ๆ เธอหันไปมอง “กลัวเหรอ ทำไมล่ะ?”
ชายหนุ่มเงียบไปสักพัก ก่อนพูดเบา ๆ อย่างหนักแน่น “ฝนทำให้ผมนึกถึงวันที่ตัดสินใจผิด… เลยกลัวจะเผลอทำผิดซ้ำ”
อิงฟ้ากระพริบตา สีหน้าเปลี่ยนเป็นเห็นใจแต่ไม่พูดอะไร เธอหยิบแก้วกาแฟที่พนักงานยื่นให้ เดินนำออกไปข้างหน้า โดยไม่พูดอะไรอีก
วันต่อมา อิงฟ้ากลับเจอปัญหาไฟล์งานหายกลางดึก เธอต้องรีบโทรหาแชมป์ “ขอโทษที่โทรดึกนะ งานมัน…” เสียงเธอสั่นไหว
“ไม่เป็นไรเลย ผมช่วยได้ เอางี้ เดี๋ยวผมแชร์ไฟล์ที่สำรองไว้ให้” แชมป์พูดอย่างใจเย็น แม้จะได้ยินเสียงทีวีและเสียงแม่ดุเบา ๆ จากปลายสาย อิงฟ้ายิ้มจาง ๆ “ขอบคุณนะ” เธอพูดเบา ๆ
“พรุ่งนี้กินข้าวเช้าด้วยกันไหม เดี๋ยวผมซื้อมาให้” เขาถามอย่างเผยความใจดีที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นจริง ๆ เป็นครั้งแรก
วันรุ่งขึ้นบนโต๊ะทำงาน กล่องข้าวเหนียวหมูฝอยและน้ำพริกเผาฉีกขวดวางอยู่บนโต๊ะของอิงฟ้า เธอถอนหายใจยิ้ม ๆ แล้วเหลือบมองแชมป์ “ให้มาแล้ว ห้ามปฏิเสธ” ชายหนุ่มพูดพลางถูจมูก
งานโปรเจกต์เริ่มเข้มข้น อิงฟ้ากับแชมป์ต้องออกกองถ่ายโฆษณานอกไซต์ทีม เจอพายุเทียมระหว่างทาง ระหว่างนั่งเบียดกันในรถตู้ เสียงเพลงในวิทยุดังเบา ๆ แชมป์นั่งเกร็งเล็กน้อย มือกำขอบเบาะ เธอหันไปมอง หยิบขวดน้ำส่งให้ “กลัวฝนอยู่เหรอ” เธอแซว
เขากะพริบตา “ก็ยังกลัวอยู่ครับ แต่ถ้ามีกาแฟที่พี่ชง… อาจดีขึ้นนะ”
อิงฟ้าหัวเราะ สายฝนกระทบกระจกเป็นจังหวะ สองคนต่างไม่พูดอะไร แต่ความเงียบคล้ายเข้าใจบางอย่างด้วยกันมากขึ้น
ผ่านไปเป็นสัปดาห์ ความสนิทเริ่มมีมากขึ้นแต่กลับรู้สึกว่าระยะห่างนั้นก็ยังมีอยู่ อิงฟ้าเห็นแชมป์แอบรับโทรศัพท์นาน ๆ หลายครั้ง ท่ามกลางสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่เขาจะรีบร้อนกลับบ้านโดยไม่บอกใคร
คืนนั้นอิงฟ้านอนไม่หลับ เธอหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแชทกับแชมป์ กำลังจะส่งข้อความแต่ก็ลังเล สุดท้ายแค่ส่งสติ๊กเกอร์รูปแมวหาวไปแทน และไม่ได้รับการตอบกลับในคืนนั้น
วันถัดมา แชมป์เปลี่ยนไป เขาแทบไม่พูดคุยกับใคร หลีกเลี่ยงการสบตาและตอบคำถามเพื่อนร่วมงานสั้น ๆ อิงฟ้าสังเกตเห็น เหมือนมีเรื่องบางอย่างปิดกั้นกลางระหว่างพวกเขา
“วันนี้มีไรเหรอ?” เธอถามเบา ๆ เมื่อมีโอกาสได้อยู่กันสองคนในห้องประชุมเล็ก
แชมป์ส่ายหน้าแล้วเงียบ “ไม่มีอะไรครับ” อิงฟ้าไม่ซักต่อ ทั้งคู่เงียบเสียจนได้ยินเสียงเครื่องปรินต์ดังอยู่มุมห้อง
วันหนึ่งข้างหลังบริษัท ฝนตกอีกครั้ง แชมป์ยืนกางร่มโดดเดี่ยว อิงฟ้าเดินเข้าไปหา ไม่พูดอะไร เปิดร่มของตัวเองแล้วยื่นให้เขา
“วันนี้ผมน่าจะขออยู่คนเดียวได้ไหมครับ” แชมป์เอ่ยเบา ๆ แบบไม่สบตา อิงฟ้าลังเล “แน่ใจนะว่าไม่เป็นไรจริง ๆ?”
เสียงฝนซัดหนักขึ้น เขาเหลือบตามองเธอเล็กน้อย “มันไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ” อิงฟ้าพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินจากไป ปล่อยให้เขายืนเงียบในสายฝน
บรรยากาศในสำนักงานเริ่มเปลี่ยน แชมป์กลายเป็นคนพูดน้อยกว่าเดิม อิงฟ้ารู้สึกกังวลจนนอนไม่หลับ เธออยากถามแต่กลัวคำตอบจะทำร้ายทั้งเขาและตัวเอง
สองอาทิตย์ต่อมา ข่าวลือในบริษัทเริ่มแพร่สะพัดว่าแชมป์อาจถูกเลิกจ้างเพราะมีบางอย่างในอดีตของเขากลับมา บริษัทเริ่มตรวจสอบประวัติพนักงานอย่างละเอียด เรื่องนี้กลายเป็นกระแสเบา ๆ ในกลุ่มไลน์
อิงฟ้าไลน์หาแชมป์ “…ไม่ต้องตอบก็ได้ แค่อยากบอกว่า ถ้ามีอะไรพี่พร้อมฟังนะ”
อีกชั่วโมงต่อมา แชมป์ตอบกลับมาแค่ “ขอบคุณครับ” พร้อมกับอีโมจิรูปหัวใจเล็ก ๆ
โปรเจกต์ R-Love เดินต่อเนื่องท่ามกลางความเครียด อิงฟ้าพยายามตีบทความรักแบบไม่สมบูรณ์ลงในงานชิ้นสุดท้าย เธอต้องเสนอพรีเซนต์ไอเดียแต่แชมป์เงียบแทบทั้งวัน
คืนนั้นเอง อิงฟ้าได้รับโทรศัพท์จากแม่แชมป์ “น้องแชมป์…ช่วยหน่อยได้ไหมลูก” เสียงสั่น ๆ ของแม่ชายหนุ่มขอร้องให้ช่วยปลอบใจลูกชายที่เพิ่งรู้ว่าถูกบริษัทแจ้งสอบวินัย เธอตัดสินใจเดินทางไปหาเขาที่บ้าน
หน้าบ้านไม้โทรม ๆ อิงฟ้ากดกริ่ง เสียงฝนสาดใส่หลังคาดังถี่ ประตูเปิดออก แชมป์ในชุดลำลองเต็มไปด้วยความอ่อนล้า เขาหลบตาเธอ “เชิญเข้ามาก่อนครับ”
บรรยากาศห้องนั่งเล่นชวนอึดอัด ต่างคนต่างเก็บความรู้สึกเงียบงัน อิงฟ้านั่งลงข้าง ๆ “ถ้าอยากเล่า… พี่ฟังนะ”
แชมป์สูดหายใจลึก สองมือกำเสื้อไว้แน่น “เมื่อก่อนผมถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย…เพราะไปมีส่วนกับเรื่องที่ไม่ควรยุ่ง…” เสียงเขาสั่นสะท้าน เขาเลี่ยงสบตา “ผมพยายามเริ่มใหม่แล้ว แต่พอมันหลุดออกมา ทุกอย่างมัน…”
อิงฟ้าวางมือบนหลังมือเขาเบา ๆ “สิ่งที่พี่ประทับใจในตัวแชมป์…คือเวลามีปัญหา แชมป์ไม่เคยทิ้งใครไว้ข้างหลังเลยนะ”
ชายหนุ่มน้ำตาซึมแต่พยายามเก็บ “พี่เชื่อว่าความผิดพลาดไม่ได้ทำให้แชมป์เป็นคนไม่ดี…แต่อาจทำให้แชมป์เข้าใจคนอื่นมากขึ้นต่างหาก”
เสียงฝนยังคงโปรย อิงฟ้ากับแชมป์นั่งเงียบไปอีกพักใหญ่ ก่อนที่เขาจะพูดเสียงเบา “ขอบคุณนะครับ… ถ้าไม่มีพี่ ผมคงแย่กว่านี้”
วันรุ่งขึ้น ทั้งคู่ต้องเข้าประชุมกับคณะกรรมการฝ่ายบุคคล แชมป์พูดตรงไปตรงมาว่าเขาเคยผิดพลาดและตอนนี้ขอโอกาสแก้ไข ทีมงานรวมถึงอิงฟ้าช่วยยืนยันในความตั้งใจและผลงานของเขา
สุดท้ายบริษัทเลือกให้แชมป์พิสูจน์ตัวเองต่อในโปรเจกต์สำคัญ แต่ด้วยเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่าเดิม วันประชุมหลังจบลง อิงฟ้าหันมาส่งยิ้ม “ยินดีด้วยนะ ต่อไปนี้ต้องเข้มแข็งกว่าที่เคยแล้วนะ”
แชมป์ยิ้ม ยกมือเกาหัว “ผมจะพยายามครับ…ขอบคุณจริง ๆ นะที่เชื่อใจ”
บรรยากาศระหว่างโปรเจกต์รอบไฟนอล สองคนเริ่มมีสายตาที่เปลี่ยนไป อิงฟ้าเปิดรับความไม่สมบูรณ์ของทั้งตัวเองและฝ่ายชายมากขึ้น แชมป์กล้าพูดถึงอดีตตัวเองโดยไม่อาย เธอเองก็ยอมรับว่า ‘ความเป๊ะ’ ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขเสมอไป
ช่วงพรีเซนต์ไฟนอลในห้องประชุม แชมป์ยกประโยค “ความรักคือโอกาสครั้งใหม่ ไม่ใช่ที่หลบซ่อนความผิดพลาด” ไว้เป็นสโลแกนหลัก
สิ้นเสียงปรบมือ อิงฟ้าหันไปสบตาแชมป์ — ทั้งคู่เข้าใจแล้วว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบต่อกัน แต่ต้องซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง
วันสุดท้ายของโปรเจกต์ ฝนค่อย ๆ ซา แชมป์เดินไปหาอิงฟ้าที่กำลังจัดโต๊ะ เขามองหน้าเธอเงียบอย่างลังเล
“ขอบคุณจริง ๆ นะสำหรับทุกอย่าง ถ้า…ถ้าพี่ไม่รังเกียจ ขอผมนั่งกินข้าวหน้าฝนกับพี่ไปอีกนาน ๆ ได้ไหม”
อิงฟ้าหัวเราะ หันไปยิ้มให้เขา “งั้น… พรุ่งนี้กาแฟที่ชงเอง ไม่ใส่น้ำตาลให้เลยนะ”
แชมป์ยิ้มกว้าง น้ำตาคลอ ปล่อยให้เสียงฝนจางลงในความทรงจำใหม่ที่กำลังเริ่มต้น