ดวงใจใต้เงาไฟ
เสียงสัญญาณไฟจราจรชั้นล่างสุดของอาคารสตูดิโอศิลปะ “อาร์ติเซีย” สมานับคีย์บอร์ดเบาๆ กับเสียงสนทนาระคนข้างถนน ไอด้าผลักประตูเหล็กของตึกโบราณเข้าไปเมื่อเวลา 8 โมงกว่าๆ นาฬิกาหัวใจเธอเต้นแรงแปลกประหลาดทุกครั้งที่ก้าวผ่านประตูไม้แกะลาย เธอหายใจลึก กำพู่กันในกระเป๋าแน่นหนา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ภายในสตูดิโอ กลิ่นทินเนอร์กับฝุ่นสีเก่ากรอกรอบตัว เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นไม้สลับกับเสียงฝีเท้าผู้ช่วยครูศิลป์สาวผมหยิกชื่อ “ข้าวหอม” ข้าวหอมเงยมองสบตาไอด้าก่อนจะผงะน้อยๆ
“ทำไมค้างคืนน่ะ?” ข้าวหอมถาม ออกเสียงเบาเหมือนกลัวจะกวนอะไรบางอย่างในห้องนี้
“นอนไม่หลับ… เลยวาดต่อ เช้าแล้วเหรอ?” ไอด้าตอบ พลางหลบตา
ข้าวหอมยิ้มแห้ง “ก็รีบลงมากินข้าวนะ เดี๋ยวสาย”
ในหัวใจของไอด้ายังตึงเครียด เธอรู้ว่าที่ไม่ยอมหลับเพราะภาพสะท้อนในกระจกเมื่อคืน เงาร่างผู้หญิงผมหยักศกนั่งมองตรงมาที่เธอจากอีกฝั่ง
วันแรกของภาคฤดูร้อนในสตูดิโอแห่งนี้ สาวๆ หอพัก “ศิลป์ร่วมใจ” ที่ไอด้าเพิ่งย้ายเข้าใหม่ ห้อมล้อมกันในครัวติดกระจก รอยยิ้มประหลาดใจปรากฏบนหน้า “ติณห์” เพื่อนร่วมห้องหน้าเฉย ผมตัดสั้น
“กลับดึกทุกวันเลยนะ กลัวรูปปั้นข้างห้องไม่?” ติณห์ฝืนหัวเราะ เบี่ยงสายตาจากไอด้าไปหาแก้วน้ำ
“ก็…มันน่ากลัวนี่นะ” ไอด้าเผลอขมวดคิ้ว นึกถึงกลิ่นเก่าๆ ที่ไม่เคยอธิบายได้ในห้องนั้น ยิ่งคืนที่ฝนตั้งเค้า ลมโชยมาแรง เสียงประตูไม้เอี๊ยดอ๊าดที่ไม่มีใครแตะต้อง
“เอ้า อย่าเงียบดิ แค่ศิลปินนั่งดึก กลายเป็นเรื่องผีซะแระ” “ม่านฟ้า” นักศึกษาปีสี่ ผู้พูดจาตรงไปตรงมา เสียงหัวเราะของเธอกระจายแรงเบากับเสียงเข็มนาฬิกาบนฝาผนัง
ในวันเดียวกันนั้นเอง อาจารย์อนุชา เจ้าของสตูดิโอในวัยกลางคน เดินวนดูงานนักศึกษาทุกมุม ก้มดูภาคร่างภูติสาวของไอด้าบนผ้าใบใหญ่ เขาหยุด สบตา
“ลึกซึ้งนัก ทำไมวาดผู้หญิงหันหลังหลบตา?”
ไอด้าทำท่าอึกอัก “แค่…มันเหมือน…ใจไม่กล้าหันกลับไปมอง”
“กล้าเผชิญอดีตไหม?” อาจารย์พูด น้ำเสียงหนักแน่นแฝงเมตตา
ไอด้านิ่ง คำตอบในใจจริงกลับเต็มไปด้วยความกลัว ความผิดบาปเก่าแก่ในอดีตไม่เคยให้อภัยตัวเองได้เลย
หัวค่ำของวันนั้นเอง เสียงหวีดสูงลอยออกมาจากห้องพักด้านบน ม่านฟ้าวิ่งลงมาทางบันได ไอด้าตามไป เห็นข้าวหอมนั่งกอดเข่า น้ำตาไหล เธอชี้นิ้วไปยังประตูห้องเก็บอุปกรณ์ “มีเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ…ตอนฉันผ่านไป เหมือนเสียงเด็ก”
ติณห์เดินนำขึ้นไปสำรวจ เธอเปิดไฟฉาย ผนังถลอกเกิดเงาใหญ่ๆ ตามแรงไฟ อากาศเย็นวาบจนขนลุก ไอด้าเดินตามอย่างลังเลพลางถอยกลืนน้ำลาย เสียงประตู…มันเคลื่อนไหวเองหรือแค่จินตนาการ?
ในห้องเก็บของ หลังกล่องสีและกรอบรูปเก่า มีภาพติดฝาผนังหนึ่งซ่อนอยู่ ม่านฟ้าดึงออกมา เผยภาพเด็กสาวสวมชุดนักศึกษาศิลปะ นาม “วาดดาว” เขียนปี พ.ศ.2555 ตัวเลขจมหายครึ่งหนึ่งราวกับตั้งใจลบออก
ข้าวหอมผวา “เธอ…คนนี้…ตอนนั้น…อยู่ดีๆ ก็หายไป ไม่มีใครพบศพ!” เธอสะอื้นต่อหน้ากลุ่มเพื่อน หนังตาของไอด้ากระตุก ความรู้สึกบีบคั้นตีรวนในอก
คืนวันเดียวกัน ไอด้ากลับเข้าห้อง ภาพในกระจกยังเป็นรอยเลือน แต่วันนี้เธอเห็นมือใสแตะด้านในกระจกก่อนตาโตๆ ที่จ้องมองมา “ช่วยฉันด้วย” เสียงกระซิบขาดห้วงดังขึ้นราวลมผ่าน ก้อนสะอื้นติดคอ เธอยืนนิ่งขยับตัวแทบไม่ได้
เช้าตรู่ ม่านฟ้าเอ่ยถามขณะนั่งกินข้าว “เมื่อก่อนมีเด็กศิลป์ที่นี่หายตัวไปจริงเหรอ?”
อาจารย์อนุชาวางช้อนช้าๆ “ใช่ วาดดาว เธอเป็นเด็กมีพรสวรรค์มาก แต่…”
“แต่?”
“มีบางคืน วาดดาวถูกพบเดินร้องไห้แถวห้องเก็บของ วันถัดมาก็ไม่เจอกันอีกเลย เราแจ้งตำรวจ…แต่ไม่มีร่องรอย”
ข้าวหอมสั่นศีรษะ “ฉันได้ยินเสียงแปลกทุกคืน ตั้งแต่ย้ายมา”
ไอด้าชะงัก หัวใจหนักอึ้ง ใบหน้าวาดดาวจากรูปติดฝังในความคิด คืนต่อมา เธอทดลองวางกล้องโทรศัพท์บันทึกเสียงในห้องเก็บของ
เสียงยามค่ำคืนนั้น แจ่มชัดในคลิป คือเสียงลมหายใจถี่ร้องไห้สลับคราง “เห็นฉันไหม”
ช่วงสายของอีกวัน ติณห์นำกลุ่มสำรวจห้องเอกสารของสตูดิโอ เธอค้นแฟ้มเก่า “ดูนี่…รายงานการสืบสวนตำรวจ จบแบบจืดๆ ไม่มีใครโดนดำเนินคดี”
ม่านฟ้าขมวดคิ้ว “หรือ…วาดดาวไม่ได้หนี แต่ถูกเก็บงำความจริง?”
การค้นหาเริ่มต้น ไอด้าตัดสินใจพูดกับข้าวหอมตรงๆ “เมื่อคืนฉันเห็นเงาในกระจก…มันไม่ใช่แค่จินตนาการ ฉันคิดว่า…วาดดาวยังอยู่ที่นี่”
ข้าวหอมเบิกตากว้าง สะอื้นราวถูกตอกย้ำบาดแผล เธอปิดหน้าตัวเองนาน ก่อนจะเอ่ยช้าๆ “ถ้าเราช่วยเธอได้…เธออยากให้เราทำอะไรกันแน่?”
ในสมุดบันทึกเก่าที่ข้าวหอมค้นพบใต้เตียง มีหน้ากระดาษเปื้อนสีซ่อนรูปวาดเศร้าสร้อยอยู่ “ต้องมีใครรู้…ผู้ใหญ่ในนี้ต้องรู้” ม่านฟ้าพูดขณะพับหน้ากระดาษส่งให้ไอด้า
คืนนั้นกลุ่มเพื่อนทั้งสี่รวมหัวกันแอบปีนเข้าห้องอาจารย์อนุชา เงาไฟสลัว ดวงตาเตียงเสียสั่นคลอนใต้ฝ่าเท้า ติณห์หยุดฟังเสียงพูดคนเดียวเก่าๆ คล้ายเสียงครุ่นคิด “เราปกป้องเธอไม่ได้”
ม่านฟ้าพึมพำ “อาจารย์อนุชา…หรือเกี่ยวอะไรกับการหายตัวไป?”
ไอด้ามองตาเพื่อนๆ ด้วยใจเต้นรัว “ความลับนี้มันกลืนกินคนในหอสตูดิโอมาเป็นสิบปี…”
รุ่งเช้าหลังค่ำคืนแปลกประหลาด ข้าวหอมกล้าพูดกับอาจารย์ “วาดดาว…เธอยังอยู่ที่นี่ใช่ไหมคะ?”
อาจารย์อนุชาหลบสายตา คำพูดหลุดสายลมหายใจ “ถ้าเรากล้าสารภาพความผิด อาจมีสักวันที่วิญญาณได้ปลดปล่อย”
ม่านฟ้ายืนมองหน้าไอด้า “เธอรู้สึกบ้างไหม เธอเองก็มีเรื่องในใจที่ยังไม่ยอมรับ?”
ติณห์ถามเสียงแผ่ว “ไอด้า…ที่เธอหนีออกจากบ้าน เพราะอะไร?”
ไอด้าชะงัก ใจบีบแน่น “ฉันทำผิด…ฉันทิ้งเพื่อนที่บ้านเกิด เพราะกลัวถูกมองว่าไม่เก่ง ทั้งที่สัญญาจะช่วยเหลือ แต่ตอนได้โอกาสก็ไปเอง ทิ้งไว้ให้เขาสู้คนเดียว”
มนต์ในสตูดิโอกดดัน ตีกรอบกลุ่มเพื่อนแต่ละคนกล้ำกลืนความลับส่วนตัว ภาพสะท้อนวาดดาวในกระจกเริ่มชัดขึ้นทุกคืน
เย็นวันหนึ่ง กลุ่มสาวๆ หาทางเจาะกำแพงบริเวณห้องเก็บของตามบันทึกวาดดาว ค้นพบกล่องเหล็กขนาดใหญ่ ในนั้นเต็มไปด้วยจดหมายที่วาดดาวเขียนแต่ไม่เคยส่งถึงใคร ไอด้าเปิดจดหมายฉบับนั้นด้วยมือสั่น
“ในคืนที่ไม่มีใครเห็น…ฉันหวังว่าสักวันจะมีใครกล้าบอกความจริงแทนฉัน”
กลุ่มเพื่อนตกลงใจกันว่าจะนำเรื่องราวทั้งหมดแจ้งความอีกครั้ง นำหลักฐานทั้งหมดส่งตำรวจ ทว่า ในคืนที่ไอด้าเฝ้ากล้องไว้ในห้องเก็บของ ภาพในกระจกสั่นไหว รูปร่างวาดดาวค่อยๆ ปรากฏขึ้น เสียงรำพัน “ความผิดของฉัน…ทำร้ายใครคนหนึ่ง…โปรดให้อภัย…”
ไอด้าเดินเข้าไปหน้ากระจก ผ่านความกลัวมหาศาล เธอหลับตาเอ่ยเบาๆ “ฉันขอโทษกับสิ่งที่ทำไม่ได้ ฉันจะไม่หนีอดีตอีกต่อไป” เงาของวาดดาวค่อยๆ สลาย เรียบเงียบลง
วันต่อมา ตำรวจเข้าตรวจค้นอาคารอาร์ติเซียอย่างเป็นทางการ มีการรื้อฟื้นคดีในอดีต อาจารย์อนุชาถูกตั้งข้อสงสัยในการปกปิดข้อมูล ม่านฟ้าและข้าวหอมกล้าวางใจเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี
ติณห์เดินตามไอด้าในทางเดินหน้าหอ “จะกลับบ้านไหม?”
ไอด้าส่ายหัว “ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อจนได้วาดภาพที่ดีที่สุด…และให้อภัยตัวเองจริงๆ สักที”
เสียงเท้าของเพื่อนๆ ดังก้องบนพื้นไม้ เสียงลมหายใจในห้องศิลป์เงียบสงบ วิญญาณที่เจ็บปวดได้พัก ไอด้ายืนมองแสงเช้าทะลุช่องหน้าต่าง เก็บกล่องพู่กันไว้กับอก
ม่านฟ้าเดินมายิ้ม “บาดแผลไม่เลิกง่าย แต่เราจะผ่านมันไปด้วยกัน”
ไอด้าหัวเราะกลั้วน้ำตา เธอหันกลับไปมองกระจกในห้อง เห็นเพียงเงาของตัวเอง…ที่ไม่หลบตาอีกต่อไป