เงาไฟกลางป่าลึก
เสียงระฆังจากวัดกลางป่าแว่วเข้ามาจางๆ กลิ่นไม้สดแทรกมากับลมเย็นปะทะชานบ้าน ต้นน้ำหยุดกวาดหน้าต่าง สายตาแนบอยู่กับเงาเขียวหม่นของป่าที่ขยายตัวกลืนกินทุกสิ่งในยามร่ำค่ำ วันนี้เขาไม่เห็นเด็ก ๆ วิ่งเล่นบริเวณลานวัดเหมือนทุกเย็น มีเพียงควันไฟจาง ๆ จากบ้านแม่อ่อนที่ลอยเหนือหลังคามาแต่ไกล
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ต้นน้ำ มายกของที” เสียงแม่ร้องจากในครัว ต้นน้ำวางผ้าขี้ริ้ว เดินเข้าครัวแคบที่อัดแน่นด้วยเงาของตะกร้ามะม่วง แม่ยื่นชามข้าวเหนียวให้เขา “เอาไปให้ยายนางด้วย เดี๋ยวแก่ไม่มารับข้าวเย็นอีก”
เขารับชามนิ่ง ๆ สีหน้ามีร่องรอยคลางแคลง แม่สบตาเขาแวบเดียว สายตาหนักหน่วงเหมือนไม่ไว้ใจอะไรบางอย่าง “อย่าเดินลึกเข้าไปในป่าล่ะ” เธอกำชับ เขาผงกหัว ตาไม่สบของแม่
ต้นน้ำเดินข้ามสะพานไม้เก่า ผ่านกลิ่นดินเปียก คำเตือนของแม่ลอยวนอยู่ในหัว แต่วันนี้ดูเงียบกว่าทุกวัน ไม่มีเด็กวิ่งเล่น ไม่มีเสียงหัวเราะ มีเสียงนกกางเขนป่าขับขานโดดเดี่ยว
เมื่อเขาเดินถึงบ้านยายนาง สังเกตเห็นว่าประตูปิดสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบ เขาเคาะประตู เงียบเชียบอยู่นาน ยายไม่ตอบ ต้นน้ำถอนใจ วางชามกับบันได ก่อนหันหลังกลับ เสียงไม้เสียงกรอบแกรบจากชายป่าเบื้องหลังดังขึ้น ทำให้เขาชะงัก
“มีใครอยู่ตรงนั้นไหม?” เสียงต้นน้ำดังก้องในความมืดเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น เขารีบเดินกลับบ้าน คลื่นลมเย็นซัดเข้ามาสะท้านสันหลัง
เมื่อถึงบ้าน แสงจากตะเกียงสะบัดวูบไหว แม่ของเขานั่งเฝ้าที่หน้าต่าง น้ำตาไหลอาบแก้ม “ไอ้บอยยังไม่กลับ บ้านโน้นก็ไม่เห็นหัว ลูกลุงเปียกก็ยังหาย” เสียงแม่สั่นพร่า ต้นน้ำกัดริมฝีปาก เลี่ยงไม่สบตาแม่ เขารู้ดีว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในหมู่บ้านนี้
“พรุ่งนี้จะออกไปหากัน ทั้งหมู่บ้านนั่นแหละ” เสียงลุงหม่องเพื่อนบ้านดังลอดหน้าต่างเข้ามา ต้นน้ำเพียงพยักหน้าหงึก ๆ เงียบกริบในความกังวล ลมหายใจติดขัดเมื่อระลึกถึงอดีตบางช่วงที่เขาเองก็อยากลืมให้หมด
เช้าวันรุ่งขึ้น ความตึงเครียดปกคลุมทั่วหมู่บ้าน ใบหน้าทุกคนทรุดโทรมห่วงใย แต่ต่างพยายามไม่สบสายตากันเอง วงสนทนาเล็กรวมตัวกลางลานวัด ลุงหม่องคว้าขวดน้ำตาลแดง ขมวดคิ้วพูดเสียงต่ำ “ใครที่เห็นอะไรแปลกๆ เมื่อคืนนี้ ก็พูดมา”
“ฉันเห็นไฟลอยเหนือป่าทางเหนือ” ตายายบ้านท้ายหมู่บ้านกระซิบ ลุงหม่องฟังแล้วหัวเราะหยัน “ไฟผีอีกแล้ว? อย่ามาหลอกกัน”
แม่ของต้นน้ำมองหน้าเขานาน จนเขาต้องเมินสายตา “ต้นน้ำ… ถ้ารู้อะไรก็บอก” เธอเอ่ยเบา ๆ ต้นน้ำเงียบ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาเห็นอะไรกันแน่เมื่อคืน—แต่ประกายในสายตาแม่เต็มไปด้วยความกลัวปนความหวัง
บ่ายวันนั้นกลุ่มค้นหามุ่งเข้าสู่ป่า ต้นน้ำถือไฟฉายยืนข้างเพื่อนสนิทอย่างปัทมา หญิงสาวเงียบขรึมที่ไม่ค่อยพูดกับใครมานาน “นายกลัวอะไรหรือเปล่า” ปัทมาถามใต้ลมหายใจ เขาหลบตา “ไม่รู้สิ ฉันไม่ชอบป่านี้”
“ฉันก็เหมือนกัน” ปัทมาเงียบไปนาน “แต่แม่ฉันก็หายไปในป่านี้เมื่อปีก่อน นายจำได้ไหม”
คำพูดนั้นแช่แข็งต้นน้ำ เขาพยายามหาคำพูดใด ๆ แทนการปลอบใจ แต่ไม่สามารถ “ขอโทษ” เสียงเบาเกือบจะเป็นกระซิบ
“เฮ้ เด็กๆ มานี่เร็ว!” เสียงลุงหม่องกวักมือเรียก กลุ่มคนเร่งเดินไปรวมกัน หน้าต้นแมงกานีสยักษ์ พบรอยเท้าเด็กจมลึกลงไปในดินเละๆ และกองขี้เถ้าดำ กระจายเป็นวงผิดธรรมชาติ
“นี่มันอะไร” เด็กชายคนหนึ่งในกลุ่มพูดพลางผงกหัวดูใกล้ ๆ ลุงหม่องห้ามปราม “อย่าแตะ! เดี๋ยวมันติดตัว!”
เสียงลมพัดแรงขึ้นอย่างกะทันหัน ใบไม้ปลิวขวับ ใครบางคนสะดุ้งเมื่อเห็นเงาดำวูบหนึ่งผ่านสายตา โชติ เพื่อนบ้านมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง “เมื่อคืนผมเห็นผู้ชายเดินอยู่แถวนี้ แต่งตัวแปลก ๆ ผิวซีด…”
แม่ของต้นน้ำเพิ่งเข้ามาถึง จับแขนลูกแน่น หูตาไร้วี่แววที่จะพูดจา ต้นน้ำหลบสายตาแม่อย่างรู้สึกผิด เพราะเขาเคยเห็นบางอย่างในป่านี้… แต่เลือกที่จะเมินเฉยและไม่กล้าบอกใคร เขากลัวว่าความผิดพลาดในอดีตจะย้อนกลับมาอีกครั้ง
ฟ้ามืดเร็วกว่าทุกวัน ต้นน้ำกลับบ้านกับปัทมา สองคนเดินเงียบมาตลอดทาง “นายไม่ต้องโกหกฉันนะ” ปัทมากระซิบตอนใกล้ถึงบ้าน “ถ้านายเห็นอะไร นายต้องบอก”
ต้นน้ำลังเลเหมือนอยากบอกอะไรแต่กลับกลืนคำนั้นลงไป “ฉันแค่กลัว… กลัวจะโดนโทษเหมือนปีนั้น”
เสียงปัทมาเบาลงกว่าเก่า “ฉันก็กลัวเหมือนกัน แต่คนที่รู้มากสุด คือต้นน้ำ… ไม่ใช่เหรอ?”
คืนวันถัดมา ลมแรงจนบานหน้าต่างสั่น กิ่งไม้ขูดประตูเสียงดัง ต้นน้ำสะดุ้งตื่น เหงื่อซึมทั่วกาย เขาเดินไปที่หน้าต่าง เห็นไฟวูบวาบสีส้มแซมแดงลับขอบฟ้าทางป่า เขาหายใจติด ๆ ขัด ๆ นึกถึงคำสาปที่ยายเคยเล่า “ถ้าพบไฟเงาอย่าเดินเข้าป่า…”
เช้าวันถัดมา เด็กหญิงอีกคนหายไป เมื่อรวมกับไอ้บอยและแม่ของปัทมา ทุกคนในหมู่บ้านเริ่มแตกแยก กลัวและกล่าวโทษกันเอง ลุงหม่องโกรธเกรี้ยว ตะคอก “ใครแอบซ่อนอะไรก็พูด อย่ารอให้สายเกินไป!”
แม่ของต้นน้ำเริ่มหลีกเลี่ยงสายตาลูกชาย ต้นน้ำเองหัวใจสั่นไหว รอยแผลในอดีตที่เขาขังไว้เริ่มปริแตกออกมา
คืนนั้นต้นน้ำนั่งกับปัทมาใต้ต้นมะเดื่อ ชั่วขณะที่ไม่มีใครพูดอะไร จู่ๆ ปัทมาก็หยิบสร้อยข้อมือเส้นหนึ่ง “แม่ฉันให้ไว้ก่อนหายไป มันเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน”
ต้นน้ำมองนาน “เคยลองแกะดูไหม”
ปัทมาส่ายหน้า “กลัว…ความจริงบางอย่าง ฉันยังไม่กล้าเผชิญ”