สมาคมคนเพี้ยนกับปฏิบัติการข้าวเช้าที่ซับซ้อนเกินไป
“แก! แกตื่นรึยัง? มีเรื่องใหญ่!” เสียงณัฐตะโกนลอดประตูห้องนอนไปยังอนุชิต แต่แทนที่จะได้ยินเสียงตอบกลับ มีแต่เสียงกุกกัก ๆ ตามมาด้วยเสียงเรอเบา ๆ จากอีกฝั่ง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เออ…อะไรของมันวะเช้า ๆ” อนุชิตบ่น เขายังนอนคว่ำหน้ากอดหมอนแน่น มองนาฬิกาบนโทรศัพท์ มันเพิ่ง 06.20 น. ของวันเสาร์ที่ไม่มีคลาส
“ฟังให้ดีนะ วันนี้เราต้องทำ ‘ข้าวเช้าใหญ่’ ให้จารย์สมคิด เห็นเปล่าเมลเมื่อคืน? เค้าจะมาตรวจห้องหอวันนี้!” ณัฐพูดรวดเดียวจบ ไม่หยุดหายใจ
“จารย์สมคิด? มาเช้าวันเสาร์? ทำไมอ่ะ” อนุชิตส่ายหน้า ยังครึ่งหลับครึ่งตื่น “เค้าแค่เดินดูความสะอาด ไม่ได้จะมาตรวจร้านอาหารนะ”
ในขณะที่สองเพื่อนกำลังถกกัน เสียงหญิงสาวพูดแทรกจากในครัว “ณัฐ…ตู้เย็นเรามีแต่ไข่กับซอส ฉันไม่ได้ฝันว่านายจะซื้อของนะ?” ปาริชาติ — เพื่อนหญิงในหอ ผู้ไม่เคยสนใจเรื่องตะกร้าผัก — กำลังควานหาของกินด้วยน้ำเสียงสุดเซ็ง
“ซื้อของ? ฉันนึกว่านายทำ!” ณัฐหันไปหาอนุชิตทันที
“อะไรวะ ฉันก็รอนายสองคน เฮ้ย สรุปว่าเราไม่มีอาหารเหรอ” อนุชิตตื่นเต็มตาแล้วตอนนี้
สามคนจ้องหน้ากัน เหมือนเพิ่งตระหนักว่าวันนี้ต้องมี ‘ข้าวเช้าใหญ่’ ให้บุคคลสำคัญ แต่ไม่มีวัตถุดิบ ไม่มีแผน และไม่มีความเข้าใจตรงกัน
“โอ๊ย จะรออะไร ไปตลาดดิ๊” ปาริชาติแย้ง “อีกครึ่งชั่วโมงจารย์อาจจะโผล่มาก็ได้!”
ณัฐหยิบเสื้อคลุม เผยสายตาเด็ดเดี่ยว “โอเค เราแบ่งหน้าที่กัน ฉันเป็นหัวหน้าทีมกำกับ ฉันวางแผน นายสองคนไปตลาด!”
อนุชิตลุกแต่ยังงัวเงีย “ฉันเพิ่งจำได้ว่าวันนี้เค้ามาตอนบ่าย…ปาริฉันว่าควรซื้อขนมปังกับแยมก็พอแล้วมั้ง อย่าเยอะ เดี๋ยวจะพัง”
คำพูดยังไม่ทันจบ ณัฐประกาศก้อง “เราต้องทำให้ยิ่งใหญ่กว่างานเลี้ยงรุ่น! เชื่อดิ เดี๋ยวจารย์จะประทับใจ!”
ปาริชาติถอนหายใจ “เหนือกว่าบ้านนายอีก นิยายแน่ ๆ”
สามคนออกจากหอแต่เช้า เดินสลึมสลือไปตลาดสด อนุชิตถือถุงในฝัน ส่วนปาริชาติคลำหาโพยรายการที่เขียนข้างเตียงเมื่อคืน (แต่ดันหยิบกระดาษการบ้านแทน) ส่วนณัฐเดินทำหน้ากำกับอย่างมั่นใจเต็มร้อย
ที่ตลาด … ปาริชาติหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน “สองขีดน้ำปลาปลาร้า สามขีดใบกะเพรากระเทย ของคาวสองอย่างหวานหนึ่ง”
อนุชิตขมวดคิ้ว “เฮ้ย กระดาษไรของเธอวะ”
“การบ้านคณิตปีที่แล้ว…” ปาริชาติหยิบผิด
ณัฐชี้มั่ว “ไม่เป็นไร! ซื้อน้ำปลากับกะเพราอะไรก็ได้ ฉันว่าคนที่มั่นใจเวลาสั่งมักจะเป็นคนได้รับชื่นชม อย่าไปกลัว!”
ทั้งสามเดินออกจากตลาดพร้อมของปนเป ตั้งแต่ผักบุ้งหนึ่งถุงยักษ์ ไข่เป็ด ผงวุ้น ถั่วเขียว และกระเทียมดอง
“ขอโทษ…ใครคือคนที่สั่งวุ้นกับกระเทียมดองมา?” อนุชิตถามแบบอ่อนใจ
ณัฐตอบเสียงเรียบ “ฉันมันสายคิดนอกกรอบ…เกิดจารย์สมคิดชอบละ?”
“กะ…ก็อาจจะชอบแบบนั้นจริง ๆ ก็ได้นะ” ปาริชาติยกมือเห็นด้วยเพื่อไม่อยากถกเถียงเช้า ๆ
กลับถึงหอ ทั้งสามช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร…แต่ไม่มีใครรู้สูตรอาหารเช้าเลยจริง ๆ
ณัฐหยิบแล็ปท็อป ขึ้นยูทูบ ทำเสียงราวกับเป็นพิธีกร “สวัสดีครับ วันนี้เราจะทำ ‘ข้าวเช้ามหาโกลาหล’ เมนูแรก…ไข่ต้มแบบบีบแตร!”
อนุชิตขัด “นายคิดขึ้นเองปะเนี่ย? ไม่มีในยูทูบชัวร์ ฉันเสิร์ชอยู่”
“น่าจะประมาณ…เอาขวดน้ำพลาสติกบีบแล้วต้มไข่ด้วย” ปาริชาติคิดเองตามใจ
ณัฐรับคำทันควัน “ใช่! คิดนอกกรอบเข้าไว้”
ทุกคนลงมือปฏิบัติการณ์ด้วยความงุนงงและตื่นเต้น จะไข่จะวุ้น หรือจะกลายเป็นอะไรสักอย่าง…ไม่มีใครเดาได้ ระหว่างนั้นแต่ละคนพูดจาไม่ตรงประเด็นโยนความผิดลอย ๆ
ในครัวอบอวลกลิ่นไข่ต้ม วุ้น กะเพรา และน้ำปลาปลาร้าเข้าด้วยกัน ณัฐขนอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่เคยใช้ทดลองเมื่อปีหนึ่งมาวางปะปนกับของกิน อนุชิตชี้ “นะ นายเอาวิทยาศาสตร์ชุดทดลองมากินกับเราไม่ได้!”
ณัฐยิ้ม “เชื่อฉัน นี่แหละสูตรใหม่ ผู้คนจะต้องจำ!”
เสียงเปิดประตูห้องสนั่นหวั่นไหว จารย์สมคิดเดินเข้ามาก่อนเวลา ทุกคนสะดุ้ง เรียงหน้าชะโงกออกมาแบบหมดคำจะพูด
“อ๊ะ…สวัสดีครับอาจารย์…เรากำลังจะเสิร์ฟข้าวเช้าสุดพิเศษ!” ณัฐยืนแถวหน้าอย่างกล้าหาญ อนุชิตกระซิบ “จบแน่” ปาริชาติเตรียมแก้ตัว
จารย์สมคิดมองโต๊ะด้วยความฉงน “ไหนใครบอกว่ามีอาหารเช้า จริง ๆ ฉันจะมาตรวจไฟรั่วกับดูน้ำในตู้เย็นเฉย ๆ…”
สามคนจ้องหน้ากันอ้าปากค้าง ณัฐแก้ต่าง “แล้ว…อาจารย์ไม่ทานข้าวเช้ากับพวกเรางั้นเหรอ?”
“ข้าวเช้า? ใครเป็นคนคิด!” จารย์หัวเราะ ทิ้งตัวนั่ง เก้าอี้โยกจริงจัง “แต่ไหน ๆ มาแล้ว เอาวุ้นกับไข่มานี่สิ ฉันชอบกินไข่ต้มกับวุ้นตั้งแต่เด็ก”
แต่พอชิมก็ถึงกับขมวดคิ้ว “นี่…ใส่ปลาร้าปะเนี่ย?”
ณัฐรีบยิ้มให้กำลังใจ “คิดใหม่ทำใหม่เพื่อสุขภาพอาจารย์ครับ!”
ทุกคนหัวเราะ ทิ้งเรื่องผิดพลาดไว้เบื้องหลัง
จารย์สมคิดเล่าต่อ “แท้จริงฉันแค่อยากรู้ว่าอยู่ด้วยกันสามคนนี้มีปัญหาอะไรไหม พวกเธออยู่รอดในโลกแห่งความเข้าใจผิดได้ก็โอเคแล้ว”
หลังจารย์กลับ ทุกคนนั่งที่โต๊ะ แลกเปลี่ยนกันว่า การพยายามทำอะไรที่เกินตัวและการไม่ยอมบอกความจริงกันตั้งแต่แรก คือมุกตลกที่สุดของวัน
อนุชิตสรุปเสียงอ่อน “รอดตัวไปปีนี้ แต่ข้าวเช้าคราวนี้…ถ้าอาจารย์ยังรอดคงเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติแน่ ๆ”
ปาริชาติหัวเราะ “ปีหน้าวุ้นกับไข่ต้องได้มิชลินละ!”
ณัฐยักไหล่ “เราน่าจะเปิดคาเฟ่ ‘ไข่-วุ้น-ปลาร้าคาเฟ่’ สู้มั้ย?” ทั้งสองแทบตกเก้าอี้ ก่อนทั้งห้องจะกลายเป็นบรรยากาศอบอุ่น ปนเสียงหัวเราะที่รอดผ่านความโกลาหลมาอย่างราบรื่น