หอพักอลวน ชมรมคนซวย
เสียงออดนาฬิกาปลุกมือถือของต้นดังลั่น แต่มือเจ้าของก็ปัดซ้ำซากจนกลายเป็นการโยนมือถือหล่นลงไปใต้เตียง สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นคือ ทุกอย่างดูมืดกว่าปกติ ก่อนจะฉุกคิดว่า หม้อแปลงคงมีปัญหา—อีกแล้ว หลังจากเมื่อวานฝนฟ้าคะนองแล้วห้องไฟดับจนต้องต้มบะหมี่ด้วยน้ำร้อนเวฟจากเพื่อนข้างห้อง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“โอ๊ย เช้านี้ต้องรีบไปคุยกับผู้ดูแลแล้วมั้งเนี่ย” ต้นพูดกับตัวเอง เขาพยายามควานหาแว่นในความมืดแต่ดันสวมมันไว้ตั้งแต่เมื่อคืน หมึก เพื่อนร่วมห้องอีกคน ลืมตาอย่างงัวเงีย พึมพำเสียงต่ำ “ต้น ปิดไฟหน่อยจะแสบตา” แต่ไฟในห้องไม่มีแสงใด ๆ เลย
ต้นกลอกตา “หมึก ไฟมันดับตั้งแต่เมื่อคืน ยังจะปิดอีกเหรอ” หมึกนอนนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วตอบช้า ๆ “อ๋อ งั้นฝันดีนะ”
จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเคาะแรง ๆ พรึ่บพรับ กิ๊บ หนุ่มหัวฟูพูดไวรีบร้อนวิ่งเข้ามา “เฮ้ย! ไฟดับหมดทั้งชั้นเลยว่ะ ทุกคนไปปีนหาไขควงหรืออะไรยังวะ? หรือต้องปีนไปเปิดเซฟไฟเอง”
ซัน เด็กห้องข้าง ๆ ที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นโผล่หัวเข้ามาด้วย “ใจเย็นพวกนาย เดี๋ยวเราลองไปถามผู้ดูแลก่อน เดี๋ยวซ่อมไฟเองอันตรายนะ”
ต้นที่มั่นใจในตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ประกาศลั่น “ไม่ต้องกลัว! เดี๋ยวเราเองแหละ จะไปเจรจากับพี่อู๋ผู้ดูแลเอง ทุกอย่างต้องเป็นระบบ แบบมืออาชีพ พวกนายแค่รอดู!”
กิ๊บขมวดคิ้ว “นายจะแน่ใจเหรอต้น ว่าไม่ทำอะไรพังไปมากกว่านี้นะ” ต้นยิ้ม “มั่นใจมาก!” แล้วเดินออกประตูไปพร้อมหมึก กิ๊บและซันเดินตามแบบเสียไม่ได้
เดินไปเจอกลุ่มเพื่อน ๆ หออื่นๆ ที่วุ่นวายไม่แพ้กัน บางคนกำลังส่องมือถือหาไฟฉาย บางคนกำลังหาวิธีต้มบะหมี่ในห้องแบบไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ระหว่างทางเองก็เกิดการถกเถียงกันเล็กน้อย เพราะแต่ละคนมีแผนของตัวเอง
“เอาแบบนี้ดีกว่า—แบ่งหน้าที่เลย ซันไปถามข้อมูล กิ๊บไปช่วยประกาศ พวกเราสองคนไปกับต้น ไปตามหาผู้ดูแล” หมึกเสนอช้า ๆ แต่กิ๊บสวน “ยัง งง นายว่าใครไปประกาศอะไรกับใครนะ?”
ซันหัวเราะกับนิสัยคิดก่อนพูดของหมึก “โอเค เอาแบบนี้ พวกเราไปหาผู้ดูแลพร้อมกัน จะได้รู้เรื่องไปทีเดียวเลย”
กลุ่มเดินเลาะทางเดินหอที่เต็มไปด้วยเสียงบ่นเรื่องไฟดับ หมึกลูบท้องตัวเอง “แบบนี้ต้องกินมื้อเช้าช้าสินะ” ต้นพยายามปลอบทุกคนเหมือนทำเป็นผู้นำ “อย่าห่วง เดี๋ยวเราเคลียร์ปัญหา ให้ทุกคนซาบซึ้งใจกับความเป็นระเบียบวินัยของเราเอง”
กิ๊บบ่นเสียงดัง “ถ้าจบแบบนายต้องปล่อยน้ำจากตู้อัตโนมัตินะ”
เมื่อถึงประตูห้องผู้ดูแล กลับพบว่า ผู้ดูแลไม่อยู่! เหลือไว้แค่โน้ต ‘ไปรับลูกที่โรงเรียน จะกลับมาตอนสิบโมง’
ต้นนิ่งอึ้งก่อนจะเริ่มบ่น หัวเราะแห้ง ๆ “ฮะ ๆ สบายมาก งั้นเรากลับไปวางแผนใหม่ พวกนายคิดว่ายังไง ถ้าเราจะไปปีนกำแพงหลังหอไปหาสวิตช์ใหญ่”
ซันหน้าเครียด “ไม่ดีกว่าอันนั้นอันตราย… เอางี้ เราลองหากุญแจสำรองดีกว่า เห็นวางตะกร้าไว้หน้าห้องผู้ดูแลหลายทีแล้วนะ”
หมึกที่เข้าใจสถานการณ์ผิดแบบโลกส่วนตัว “หรือเราจะจดชื่อใครขโมยไฟไว้ก่อน เผื่อผู้ดูแลมาตรวจ”
กิ๊บถอนหายใจหนัก ๆ “โอ๊ย นายหมึก ไม่มีใครขโมยไฟหรอก มันหมายถึงไฟดับ ไม่ใช่ไฟหายนะ!”
แต่โชคก็เล่นตลก กลุ่มเจอตะกร้าล็อกด้วยรหัส ต้นเริ่มกดรหัสแบบมั่นใจ “1111… หรือ 1234… หรือ 4321… คงไม่ยากหรอก ใครจะใส่อะไรยุ่งยาก”
อยู่ดี ๆ มีน้องปีหนึ่งที่เพิ่งย้ายมาปีนเกลี่ยกล่อมข้าง ๆ ว่า “รหัสต้องเป็นวันเกิดพี่อู๋แน่เลย เห็นแกชื่นชอบเลข 25 มากว่าพี่นักศึกษายังไงก็ลืมแน่นอน”
กิ๊บถาม “แล้วนายรู้มั้ยน้อง วันเกิดผู้ดูแลวันไหน” น้องส่ายหน้า “ไม่รู้ครับ แต่เมื่อวานแกโพสต์ในกลุ่มเรื่องซื้อเสื้อใหม่ล้านหนึ่ง เอาไปแทงหวยได้รวยทั้งหอ”
กลุ่มเริ่มงงว่า ‘ล้านหนึ่ง’ คืออะไร ซันเริ่มค้นมือถือด้วยแบตสำรองในความมืด พยายามค้นหาข้อมูล เกิดการวิเคราะห์รหัสผ่านแบบคณิตศาสตร์ข้ามศตวรรษ ทุกคนพยายามเสนอวิธีของตัวเองจนเริ่มสับสน
ต้น มั่นใจผิด ๆ ว่าห้องสต๊อกเครื่องครัวที่ไม่มีใครเข้าได้ ปกติจะมีของสำรอง “งั้นเราไปงัดห้องนั้นละกัน!” ทุกคนค้านหัวชนฝา แต่ต้นปลุกความเป็นผู้นำในตัวอย่างไม่ลดละ ทำให้ทั้งกลุ่มตามแบบจำยอม
ห้องสต๊อกกลายเป็นสมรภูมิกลางแสงไฟธรรมชาติจากหน้าต่าง หมึกพยายามใช้บัตรนักศึกษาแงะ เจอบัตรเบี้ยวไปสองใบ กิ๊บค้นลิ้นชักเปล่า ๆ เจอแต่พวงกุญแจที่เขียนตัวเลขสุ่ม ภายในห้องยังเจอตุ๊กตาหมีที่เขียนชื่อ ‘อู๋’ ปักวันเกิดไว้ ซันถึงกับตาโต “นี่ไง วันเกิดผู้ดูแล 9 พ.ย. 2532!”
ความหวังจุดใหม่ ต้นแอบตื่นเต้นรีบไปกดรหัส 9112532… แต่ตะกร้าก็ยังล็อกแน่น
กิ๊บตัดบท “เอางี้ กลับไปตั้งหลักที่ห้องก่อนไหม เผื่อมีอะไรนึกออก” ระหว่างเดินกลับแต่ละคนเริ่มถกกันแบบไร้ทิศ ท่ามกลางเสียงบ่น เสียงขำ เสียงล้อกันไปมา ซันสอบถามน้องปีหนึ่งถึงเรื่องเลขล้านหนึ่ง กลับโดนตอบว่า “ผมหมายถึงแกใส่เบอร์เสื้อลูกสาวแกไว้ที่ตะกร้า ผมเห็นเองกับตา!”
หมึกถามเบา ๆ “ลูกสาวพี่อู๋อายุเท่าไหร่นะ” กลุ่มนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง ไม่มีใครรู้เลย
ต้นที่ไม่ยอมแพ้คิดว่าเดินไปถามคนดูแลร้านค้าหน้าหอ อาจจะได้คำตอบ ทุกคนเลยไปต่อ ร้านค้ามีเจ้าส้มเจ้าของร้านใจดีแต่ขี้ช่างสังเกต ป่วนไปกับทุกประเด็น เจ้าส้มฟังแล้วสรุป “คนดูแลเอากุญแจไปซ่อนไว้ใต้หมอนทุกครั้งที่ไม่อยู่ แต่หมอนนั้นซ่อนไว้ในห้องเก็บของใต้บันไดนะจ๊ะ”
ซันยิ้มแป้น “แบบนี้ง่ายละ!” ต้นเดินนำอย่างมั่นใจ แต่เมื่อไปดูพบว่า ห้องเก็บของก็ล็อก!
ทั้งกลุ่มเริ่มหัวเราะออกมาด้วยความสิ้นหวัง ต้นเริ่มเครียดแต่ไม่ยอมรับผิด “โอ๊ย ทุกคน ใจเย็น! มันต้องมีวิธีสิ ฝึกใจให้นิ่ง เราต้องไม่ตีโพยตีพาย” หมึกกระซิบเสียงเรียบ “ก็เห็นนายตีโพยตีพายตั้งแต่เช้าแล้ว”
กิ๊บสวนกลับ “ถ้าแผนยังมาจากต้น พวกเราคงได้เดินหาทั้งวันแน่!”
หลังการถกกันรอบใหม่ กิ๊บปิ๊งไอเดีย “งั้นไปถามป้าภารโรงดีกว่า ป้าต้องรู้!” กลุ่มจึงเดินไปหา ป้าภารโรงยิ้ม “กุญแจสำรองอยู่กับลุงยามหน้าหอ ฉันเพิ่งคืนไปเมื่อวานเห็นว่ามีใครแกะรหัสผิดจนตะกร้าพังไปข้างนึง”
หมึกมองหน้าต้นกับกิ๊บ “เมื่อวานที่นายสองคนเล่นกับตะกร้านั่นเหรอ” ต้นหัวเราะแห้ง ๆ
ทั้งหมดเดินไปหน้าหอ พบว่าลุงยามกำลังหลับ ซันพยายามปลุก “ลุงครับ ๆ …ขอกุญแจสำรองหน่อยครับ ลุง ๆ” ลุงงัวเงีย “เอ๊อ เหรอ ๆ กุญแจๆ” แล้วหยิบรีโมทแทนกุญแจให้ ทุกคนเงียบไปสามวิก่อนต้นจะเสียงแข็ง “อันนี้เปิดไฟไม่ได้ใช่มั้ยลุง”
ลุงทำท่างัวเงียกว่าเดิม ต้นกับกิ๊บทะเลาะกันไปมาเรื่องคำถาม กิ๊บคิดว่าต้นถามผิดเอง ต้นโทษว่าลุงง่วง สุดท้ายพยายามอธิบายกันวุ่นวายจนลุงยามยื่นกุญแจสำรองให้แบบงง ๆ
ทุกคนฮือฮา ซันรีบขอบคุณ หมึกทำหน้าเฉยชาดีใจในใจ กิ๊บพูดกลั้วหัวเราะ “นี่สินะพลัง teamwork… แบบงง ๆ”
เมื่อกลับมาที่หอเพื่อลองไขประตูห้องไฟ ทุกคนรุมกันออกความคิดเห็นแต่ต่างคนต่างเข้าใจไม่ตรงกันจนสุดท้าย หมึก อินดี้สุดๆ เดินไปทดลองเปิดเอง ปรากฏว่าไม่ได้ผล
ต้นเริ่มวางแผนใหม่ ส่งเสียงมั่นใจ “โอเค เดี๋ยวเราไขเอง ขอขวัญกำลังใจหน่อย!” แต่ไขแล้วก็ไม่ติดเหมือนเดิม สุดท้ายพบว่ามีกุญแจหลายดอก การทดลองแต่ละดอกทำให้แต่ละคนทะเลาะกันเรื่องตรรกะการไขประตูว่าไขแบบขวาสุดเอง ไขแบบบิดสามจังหวะ ฯลฯ
หลังพยายามผ่านไปหลายรอบและเหนื่อยจากการ argue ซันจึงชวนให้ลองถามเพื่อนข้างห้องซึ่งเคยเห็นผู้ดูแลปลดล็อกไฟมาก่อน สุดท้ายความลับเปิดเผย เพื่อนข้างห้องบอกว่า ไฟนั่นมันไฟจากเบรกเกอร์หลักที่อยู่ชั้นล่าง สวิตช์ก็อยู่ใกล้ ๆ ลุงยามนั่นแหละ!
ทุกคนอึ้ง หมึกบ่น “แบบนี้ไม่ต้องมีภารกิจเลยดีกว่า” กิ๊บขำ “แต่เราได้กุญแจสำรองมาแล้วนี่” ซันยิ้ม “อย่างน้อยวันนี้ก็ปลอดภัยดี ถึงไฟจะยังดับอยู่”
ระหว่างนั้นต้นสรุป “อย่างน้อยทุกคนก็ร่วมมือกัน ทั้งที่แผนเริ่มจากคิดมากเกินไปกับระบบ แต่ตอนจบ กลายเป็นเดินวนหาทางผิด ๆ แล้วมาเจอทางถูกเพราะยอมฟังกันจริง ๆ”
ไฟฟ้าค่อย ๆ กลับมา ทุกคนโห่ร้อง สุดท้ายเรื่องวุ่นวายจบด้วยเสียงหัวเราะ กิ๊บพูดทิ้งท้าย “อย่าลืมนะ ถ้าวันไหนไฟดับ…ก็ถามเพื่อนข้างห้องก่อนดีที่สุด!” ทั้งกลุ่มพร้อมใจหัวเราะกับบทเรียนสุดวุ่นวายในเช้าวันนั้น