ไฟในม่านหมอก
แสงไฟสีส้มอ่อนส่องลอดม่านผ้าฝ้ายของรถตู้เก่า ละอองหมอกขาวคลุมท้องถนนที่ซอกแซกไประหว่างหุบเขา พิชชา ขับรถด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย สายตาเงียบขรึม เธอไม่หันไปมองลูกชายท่ีกำลังนั่งกอดอกมองออกนอกหน้าต่างด้วยความรำคาญรุนแรง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ถึงไหนแล้ว เราจะไปอีกไกลไหม” ธันวาตะโกนแทรกเสียงเพลงเบาๆในรถ
พิชชาเหยียบเบรก รถตู้สั่นหยุด เธอหายใจลึก “อีกไม่ไกล ฟังแม่หน่อยเถอะ” น้ำเสียงหลบตา
“ฟังแม่ก็เรื่องเดิมๆ สักแต่หนี…” เขาสบตาผ่านกระจกหลัง
ท่ามกลางความเงียบ รถตู้ก็เคลื่อนไปต่อ ซากบ้านร้าง ขอนไม้เก่า สะพานขาด สะท้อนผ่านหน้าต่าง ธันวาหลบตา แววตาเปี่ยมด้วยความขัดแย้งข้างใน
เมื่อรถเข้าเขตหมู่บ้านบ้านห้วยม่วง หมอกยิ่งหนาหนักกว่าเดิม สนามหญ้ารกๆ ลู่หาที่พักกลางป่า
“แม่เลือกมาดีเนอะ ที่นี่แม่ก็ไม่รู้จัก” ธันวาเหน็บเสียงแข็ง
“ไม่มีใครมาหาเราที่นี่…” เธอกระซิบเหมือนกำลังปลอบตัวเองมากกว่าดูแลลูก
บ้านไม้สองชั้นเก่าตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นดินฝนและไม้ผุ ประตูสำลักเสียงลม พิชชาเปิดแสงไฟหัวเตียงหรี่ๆ ธันวาเดินสำรวจ กวาดสายตาไปยังรูปขาวดำเก่าๆ บนผนัง เจอรูปหญิงสาวในชุดไทยโบราณ ดวงตากลิ้งตามเขาไปมา
“ที่นี่เคยมีคนอยู่เหรอ”
“เป็นของญาติห่างๆ…” เสียงเบาราวพูดโกหก ธันวาไม่ได้ถามต่อ
กลางดึก เสียงฝีเท้าดังขึ้นบนชั้นสอง ธันวาลุกนั่งเงียบงัน มึนตึง ม่านหมอกขาวนอกหน้าต่างหนาขึ้น เขาเดินไปแง้มบานหน้าต่าง เงาดำช้า ๆ พาดผ่านสวนหลังบ้าน เหมือนร่างหญิงสาวลากเท้าในหมอก ธันวานิ่ง กลืนน้ำลาย
เช้าถัดมา แม่ลูกออกสำรวจหมู่บ้าน ชาวบ้านมองอย่างตื่นกลัว พิชชายิ้มแห้ง ไหนเลยจะรู้ว่าคนหนึ่งกระซิบกับอีกคน “บ้านป้าสุรีย์…กลับมาอีกแล้วเหรอ?”
ธันวาพยายามจะโทรหาเพื่อนในเมืองแต่ไร้สัญญาณ เขาเหม่อมองหมอกแทบกลืนหลังคาจากยอดเขา แม่เดินมาตาม เอื้อมจับไหล่
“หนูอยากกลับ”
“แต่เราไม่มีที่อื่นแล้วธัน…”
เสียงคำพูดขาดห้วง ธันวาสะบัดมือออก
กลางคืนอากาศเย็นขึ้น เสียงร้องจากป่าดังลอยมา ธันวาข่มใจปีนขึ้นเตียงตัวเองแต่ไม่นาน ด้านนอกมีเสียงประตูหน้าบ้านแง้มเองทีละนิด
ธันวาหยิบไฟฉายเดินลงบันได แสงไฟวูบไปมา เสียงลมหายใจใกล้เข้ามา ข้างหลังเงาผ่านบนผนังห้องนั่งเล่น หญิงสาวชุดขาว เธอยืนนิ่ง มือยาวเกินมนุษย์สะกดจ้องเขาอยู่
“แม่! แม่…” ธันวากรีดร้อง
พิชชาวิ่งลงมา เห็นเพียงประตูหน้าบ้านเปิดทิ้ง หมอกหนากระเพื่อมเข้าในบ้าน
เช้าวันถัดมา ธันวานั่งจับมือแม่ ตากลางเหม่อ “แม่…เมื่อคืนผมเห็นผู้หญิงในบ้าน”
“แม่ก็เหมือนกัน…” น้ำเสียงสั่น
ธันวาจับมือแม่แน่นขึ้น รอยร้าวบางอย่างเริ่มละลาย
ทั้งสองพยายามปรับตัว ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน เก็บกวาดห้องเก่าที่เต็มไปด้วยขี้ฝุ่น พิชชาเปิดลังเก่าในห้องใต้หลังคา ธันวารื้อดูของในลัง ทุกอย่างเป็นของผู้หญิงคนหนึ่ง รูปถ่าย จดหมาย รอยน้ำตา
เขาเปิดจดหมายอ่าน “…ฉันขอโทษ…”
พิชชากระซิบ “ญาติเราเคยหนีมาที่นี่เหมือนเรา”
ช่วงที่สองพบชาวบ้านในตลาด ธันวาได้ยินเสียงผู้หญิงแก่เตือน “เจ้าของบ้านนั้น เขาคิดถึงลูกมาก เหงามาหลายสิบปี…”
ธันวาไล่ถามต่อ “ใครกันเหรอป้า?”
หญิงแก่มองตาเขินๆ “บางทีลูกเขาอาจหนีเหมือนหนูหน่ะ” แล้วหันหลังเดินจากไป
เย็นวันนั้น หมอกขาวคลุมสนามหญ้าหลังบ้าน ธันวายืนเหม่อคิดถึงพ่อ เขาอดทนไม่ได้ เดินไปถามแม่ตรงๆ
“แม่ ทำไมต้องหนี ทำไมไม่บอกความจริง…”
พิชชาชะงัก ชีพจรเต้นแรง สุดท้าย เธอพูดเสียงเรียบ “แม่…อยากปกป้องลูก เลยทำร้ายลูกตลอดมา” น้ำเสียงปนสะอื้น
ธันวาเดินไปนอนคนเดียว น้ำตาไหลบนหมอน คืนนั้น เขาฝันเห็นผู้หญิงลากผ้าแดงยาว สะอื้นอยู่กลางหมอก แล้วหันมาสบตาเป็นดวงตาแม่แทน
พวกเขาต่างพยายามอยู่ร่วมในบ้านเก่า ธันวาพยายามติดต่อโลกภายนอก ขุดหลุมฝังจดหมายเก่า ๆ ลงในสวนหลังบ้าน พิชชาช่วยลูกด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ ต่างฝ่ายต่างยอมลดอัตตา
คืนถัดมา เสียงฝีเท้าบนชั้นสองดังแรงขึ้น ประตูห้องธันวาค่อยๆเปิด หญิงสาวร่างยาวเดินเข้ามา ธันวานอนแข็ง ซ่อนร่างใต้ผ้าห่ม เงาดำยื่นมือเหนือหัว กระซิบเสียงแผ่วแบบเสียงลมหนาว “คืน…ลูก…ฉัน…”
ธันวากระโจนลงจากเตียง เสียงร้องแม่เรียกจากชั้นล่าง เขาวิ่งหนีออกนอกรั้วบ้าน หายเข้าไปในหมอก
พิชชาไล่ตามลูกเข้าไปในป่า ธันวาวิ่งพล่านจนล้มทรุดใต้ต้นไม้ใหญ่ เสียงกู่ก้องของผู้หญิงลึกลับทวีขึ้นรอบตัว
พิชชาวิ่งถึงตัวลูก เธอโผเข้ากอดธันวาไว้แน่น ธันวาตัวสั่น “แม่ ไม่อยากเป็นเหมือนผู้หญิงในบ้านนั้น”
พิชชาสั่นสะอื้น “เราต้องให้อภัยทั้งเขา ทั้งกันและกัน…ถึงจะไปต่อได้”
หมอกจางลงชั่วขณะ เงาร่างนั้นยืนห่างออกไป สายตาเต็มไปด้วยความเศร้า เงาร่างนั้นค่อยๆจางหาย เงียบไร้เสียง
ธันวาและแม่ กอดกันแน่น เหงื่อเย็นแทรกผิว หนึ่งยิ้มทั้งน้ำตา สายสัมพันธ์บางอย่างถูกเยียวยาอย่างเงียบงัน
รุ่งเช้า หมอกบางลงเป็นครั้งแรก แสงแดดทองจับบนหลังคา พิชชาและธันวาอดีตยังเป็นรอยแผล แต่บางอย่างในบ้านเก่าแห่งนี้ได้รับการปลดปล่อยแล้ว
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ สัญญาณกลับมา ธันวาส่งข้อความหาพ่อที่จากไปนานแสนนาน สั้น ๆ ว่า “แม่กับผม…อยู่กันได้แล้วนะ”
แม่และลูกชายเดินออกจากบ้าน เข้าสู่สายหมอกบาง ๆ ด้วยกัน แขนโอบกันไว้ สายตายาวไกลกว่าทุกวัน