วุ่นรักรับน้อง (แต่ดันเข้าใจผิด)
เสียงนกหวีดแหวกอากาศแต่เช้า ตึกคณะมนุษยศาสตร์เต็มไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่งหน้าตาตื่นๆ เสียงวุ่นวายของซุ้มรับน้องประสานกับสายลมร้อนๆ มอส—เด็กปีหนึ่งรูปร่างผอมสูง ท่าทางประหม่า คิ้วขมวดเหมือนลืมเอางานมาส่ง ตั้งแต่อยู่หน้าประตูคณะจนถึงใต้ต้นหูกวางใหญ่ เขาพยายามฝึกยิ้มอยู่กับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่โทรศัพท์สั่นรัว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไอ้มอส! มานี่ดิ๊ เรามีงานด่วนให้แกช่วย” เสียงไผ่ดังมาจากฝูงเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันในวันปฐมนิเทศ แต่ละคนดูวุ่นวาย แตกตื่นเหมือนวัวถูกปล่อยเข้าทุ่งใหม่
มอสเดินไปแบบลังเล ท้องไส้ปั่นป่วนราวกับสั่งจองท้องเสียล่วงหน้า “อะไรเนี่ย เราเพิ่งจับกลุ่มได้ มึงก็ใช้กูเลย?”
ไผ่ผายมือไปที่กล่องพลาสติกใส่อะไรไม่รู้ดูน่าสงสัย “ฝากกล่องนี้ไปให้พี่แน๊ต—พี่รหัสที่ปีสองได้ปะ เขายืนอยู่ข้างสวนหย่อม กลุ่มคนที่ใส่เสื้อสีเหลืองนะ”
“แค่ส่งให้เองอ่ะนะ?” มอสเลิกคิ้ว ไผ่กับส้ม คู่หูสายตาเป๋รีบช่วยยัน “รีบไปสิ เขารอนานแล้ว!”
กล่องในมือน้ำหนักพอประมาณ มอสจ้องมันเหมือนมันคือระเบิด เวลาเดินช้าลงทุกย่างก้าว ภาพในหัวเริ่มจินตนาการ—ชัวร์! ในนี่มันต้องมีของลับสุดยอด หรือกล่องเงินใต้โต๊ะหรือเปล่า แล้วถ้ามีอะไรผิดพลาดจะโดนรุมด่าไหม หรือโดนเหมารวมว่าเป็นปีหนึ่งสร้างเรื่อง!!
เดินแหวกฝูงน้องปีหนึ่งใจเต้นรัว มอสจับกล่องแน่นขึ้น—ขอแค่ส่งให้ถึงมือแล้วเรื่องจะจบ…แต่เสียงมือถือดังขึ้นอีกหน
“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป พี่แน๊ตเปลี่ยนที่แล้ว ตอนนี้อยู่ในโรงยิมนะ” เสียงจากส้ม ส่งความงงแบบไฟแลบเข้าหัวใจ
คราวนี้มอสต้องเดินหอบกล่องเดินอ้อมไปอีกฝั่งคณะ ระหว่างทางเขาได้ยินกลุ่มปีสองพูดเรื่องรับน้องลับลับขึ้นมาแบบมีลับลมคมใน
“ปีนี้ต้องเด็ด พวกน้อง ๆ จะได้ไม่เบลอแบบปีก่อน” เสียงพี่แน๊ตเอง มอสแอบฟังโดยไม่ได้ตั้งใจ กล่องในมือหนักขึ้นทันที สมองคิดไปไกลว่า กล่องนี้เกี่ยวอะไรกับแผนรับน้อง ‘เด็ด’ หรือเปล่า?
พอเข้าไปในโรงยิมก็เกิดเรื่องอีก พี่แน๊ตยืนรวมกับแก๊งเพื่อน ดูเหมือนรอฟังอะไรบางอย่าง แต่มอสยืนลังเลจะเข้าไปดีไหม—ลูกกลิ้งเส้นผมเล็ก ๆ เกาะอยู่ตรงชายเสื้ออย่างไร้ความหมาย แต่มอสคิดว่ามันคือสัญลักษณ์ลับอะไรสักอย่าง
อยู่ ๆ พี่แน๊ตก็เดินมา “น้องมีไรกะพี่เหรอ?”
มอสชะงัก “เอ่อ…คือ แบบว่า อันนี้…เพื่อนฝาก กล่อง…ไว้กับพี่…” เสียงเขากลายเป็นกระซิบ
พี่แน๊ตงง “กล่องอะไร? พี่ไม่รู้นะ”
มอสหน้าเหวอสุดขีด—ทำไมนางปฏิเสธหนักแน่นขนาดนี้ หรือเขาถูกใช้เป็นแพะ? หรือกล่องนี้เป็นของเถื่อน!? พี่แน๊ตเหลือบมองซ้ายขวา “เอ๊า เอากล่องอะไรไปฝากพี่ แล้วมาแอบ ๆ แบบนี้ทำไมอ่ะ?”
แถวนั้นเกิดวงนินทาเบา ๆ เพื่อนปีหนึ่งในคณะเหลียวมองเหมือนเป็นฉากจับผิด โป๊ะแตกแล้วสิ!
“อย่านะ หนูแค่…ได้รับคำสั่ง! เอ่อ ฝากกล่องนี้ให้พี่ แต่ถ้าพี่ไม่รับก็…” มอสยื่นกล่องไปให้แบบเป๋ ๆ
“ขอถามก่อนนะ—ในนี้มันของใคร ท่าทางแปลกมากเลย กล่องลับอะไร?”
ส้มกับไผ่วิ่งกระหืดกระหอบตามมา “เฮ้ย ๆ ไอ้มอส! ไม่ใช่พี่แน๊ตคนนั้น เขาหมายถึงแน๊ตฟ้า!” ไผ่พูดเร็วปานรถไฟเหาะ
มอสหน้าซีด กล่องสั่นในมือ มองพี่แน๊ต (ผิดคน) สลับกับพี่แน๊ตฟ้า (คนที่ควรส่ง) ที่ยืนอยู่อีกฝั่งของโรงยิม “แหม่…วันแรกกูก็เกือบสร้างคดีความใหญ่โตเลย!”
เสียงหัวเราะพรึบพรั่บ ปีหนึ่งรอบข้างเริ่มขบขันกับสถานการณ์ที่ไม่เข้าท่า มอสหลุดขำตามจนเผลอหัวเราะกลบความอาย
ไผ่ตบบ่า “เปลี่ยนชื่อเป็นมอสสายส่งได้เลย สายลับพลาดเป้า!”
แต่เนื้อหายังไม่จบ เรื่องวุ่นวายจริง ๆ เพิ่งเริ่ม เมื่อมอสและเพื่อน ๆ ต้องหาทางส่งกล่องนี้ให้ถึงพี่แน๊ตฟ้า โดยไม่ตกเป็นเป้าทุกสายตาอีก
“มึงเอากล่องนี้ไปซ่อนในห้องน้ำก่อน เดี๋ยวเราทำทีเข้าไปรับแทน” ส้มวางแผนทันที
มอสลังเล “แต่…แล้วถ้ามีใครเข้าห้องน้ำ แล้วเจอกล่องนี้ล่ะ จะไม่โดนเข้าใจผิดเหรอ?”
ไผ่สวนกลับ “งั้นเอาซ่อนไว้หลังห้องประชุม เดี๋ยวทำหล่นยิ่งแย่อะ!”
ในที่สุด มอสเลือกหลบมุมข้างห้องน้ำ ตั้งใจว่าจะแกล้งทิ้งถุงขยะไว้ที่กล่อง (เพื่อความลับ!) แต่กลับเจออาจารย์พอดี
“น้อง ๆ มาซ่อนของอะไรกันตรงนี้ กล่องอะไรเอ่ย?” อาจารย์ถามด้วยเสียงสงสัยเจือยิ้ม
“เอ่อ…ไม่มีอะไรครับ ของเพื่อนครับ เดี๋ยวจะหยิบไปเดี๋ยวนี้เลย ถุงขยะเฉย ๆ ครับ…”
อาจารย์หัวเราะ แล้วพูดเบา ๆ “ไม่ต้องรีบขนาดนั้น ถึงจะเป็นปีหนึ่งก็ไม่ต้องเครียดขนาดนั้น โดนสั่งให้ฝากของหรือสืบข่าวด่วน?”
มอสหน้าแดง ส้มกับไผ่รีบพากล่องออกมาในสภาพเป๋ ๆ หัวเราะคิกคัก
ระหว่างหาทางใหม่ เสียงโทรศัพท์ดังจากไผ่ “อ้าว พี่แน๊ตฟ้าอยู่ตรงโรงอาหารสาขาแยก ไงจะให้ไปฝากหรือจะไปกินข้าวด้วย?”
กลุ่มเพื่อนต้องลัดเลาะผ่านบรรยากาศรับน้องวุ่นวาย ตั้งใจไม่ให้ใครสังเกต มอสจินตนาการอีกแล้ว—ปลายทางต้องเจออะไรแน่ ๆ ยิ่งต้องเดินผ่านกลุ่มปีสามที่พูดเป็นปริศนา
“กล่องปริศนาเหรอ? ใครฝากอะไรมาฟะ ดูน่าสงสัยจัง!”
“อย่าไปยุ่ง เดี๋ยวกลายเป็นเรื่องใหญ่” อีกคนเสริม
ภาพกล่องในมอสยิ่งสำคัญขึ้นไปทุกวินาที
ระหว่างนั้น ไผ่เริ่มสปีคคุยกับคนข้าง ๆ
“ไอ้มอส ดูมึงเครียดเหมือนจะรับสมัครเป็นสายลับประเทศอ่ะ”
มอสถอนใจ “ถึงวันสาบานตนจะล้มแผนรับน้องโรงเรียนยังน่าตื่นเต้นน้อยกว่านี้ มึงอีก เดี๋ยวค่อยเข้ากลุ่มลับดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยฝากกล่อง!”
ส้มขยับเข้าใกล้เสียงเบา “แค่เอาของไปฝากพี่รหัส มึงจะดราม่าเหมือนแบกบาปไปตลอดชาติไหม?”
แต่ยังไม่ทันข้ามถนนได้ ก็มีเหตุวุ่นวายอีกรอบ เมื่อมีคนในชุดรับน้องเดินปรี่เข้ามาหา
“น้อง ๆ ไปไหน กล่องอะไร—ห้ามถือของแปลกประหลาดช่วงกิจกรรม เข้าใจไหม?”
สีหน้ามอสกับเพื่อนเหวออีกครั้ง ส้มรีบแถ “ของเล่นเฉย ๆ ค่ะ จะเอาไปฝากให้เพื่อนปีสอง!”
“งั้นขอดูข้างในกล่องหน่อย…”
แค่ประโยคนี้ก็ทำให้ทุกคนยืนตัวแข็ง
“ถ…ถ้าเปิดกล่อง เดี๋ยวความลับพังหมด” มอสพูดเบา ๆ
“หืม ความลับไร กล่องปิ่นโตรึเปล่า?”
ไผ่กับส้มช่วยกันยืนขวางในจังหวะสุดท้าย “น้องขี้กลัวค่ะ ฝากเพื่อนค่ะ ของกินเอง เอ้า ไปเร็ว!”
มอสโดนเพื่อนลากออกมาอย่างกับหนีตำรวจไปฝากของผิดกฎหมาย คำถามในหัวก็ยิ่งงอกขึ้น “วุ่นแค่นี้ยังไม่เท่าไร ถ้าต้องทำงานกลุ่มกับพวกพี่ ๆ คงสลบแน่!”
พอไปถึงโรงอาหาร ทุกคนนั่งพักอย่างหมดแรง มอสพึมพำกับตัวเอง “วันเดียวได้ซ้อมหัวใจวายหลายรอบ”
ระหว่างรอพี่แน๊ตฟ้า เพื่อนก็เริ่มแซวกันเองทุกประโยค กล่องปริศนากลายเป็นตัวเชื่อมสายสัมพันธ์แบบไม่รู้ตัว
พี่แน๊ตฟ้าเดินมาด้วยท่าทีรีบ เพื่อน ๆ หัวเราะกันล่วงหน้าอย่างรู้ทัน
“น้อง ๆ ถือกล่องอะไร เดินทั้งวัน?”
“ฝากของค่ะ…ฝากมาทั้งชีวิต” ไผ่สวนเสียงต่ำ
“เดี๋ยวนะ เดี๋ยวพี่ดูให้—นี่อะไรกันเนี่ย…”
พี่แน๊ตฟ้าหัวเราะ น้ำเสียงอ่อนโยน “น้องคิดว่าของข้างในคืออะไร?”
มองหน้ามอส ทุกคนหยุดฟัง
“ข…ของสำคัญ…หรืออะไรที่พี่ฝากความหวังไว้ให้รุ่นน้อง…” มอสเสียงสั่น
“จริงเหรอ? หรือแค่อาหารเสริม พี่แม่ฝากมาให้เพื่อน พี่ไม่มีอะไรลึกลับขนาดนั้นหรอก!”
เสียงหัวเราะรอบโต๊ะบานปลาย ทุกคนโล่งอก ต่างคนต่างเริ่มพูดคุยกันด้วยความสบายใจ เรื่องเข้าใจผิดใหญ่หลวงนี้กลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ ท่ามกลางความสัมพันธ์ใหม่ ๆ
ก่อนแยกย้ายกันไปเรียน พี่แน๊ตฟ้าตบบ่า “ต่อจากนี้ ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น ทุกคนน่ะเคยเป็นสายลับรับน้องวันแรกหมดแล้ว”
มอสยิ้มกว้างด้วยความเขิน อายแต่ก็ดีใจที่ได้เพื่อนใหม่ กล่องใบหนึ่งสร้างเรื่องวุ่นวายเป็นสิบเท่า แต่ก็เปลี่ยนชีวิตปีหนึ่งธรรมดาให้มีสีสันอย่างไม่น่าเชื่อ
เสียงโทรศัพท์มอสดังขึ้นอีก “ขอบคุณนะมอส เออ รับฝากขนมไทยสองกล่องได้ไหม?”
มอสถอนหายใจแบบปริ่มจะขำ “ฝากกล่องอะไร แต่ละครั้งนี่หวังให้ธรรมดาสักครั้งไม่เคยได้จริง ๆ”
เสียงหัวเราะพลุนพลันของกลุ่มเพื่อนปิดฉากวันแรกในมหา’ลัย วุ่นวายแต่ก็เต็มไปด้วยมิตรภาพ—และกล่องลับที่ไม่มีวันลับอีกต่อไป