คืนลับลานหิมะ
เสียงหัวเราะแตกกระจายท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายเหนือเมืองฮิคาริ เด็กสี่คนนั่งล้อมวงรอบแสงไฟกองเล็กๆ ริมลานน้ำแข็งของโรงเรียนมัธยม ทั้งผ้าพันคอ ผ้าคลุมหนา และถุงมือเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะที่เกาะพราว อาคาเนะ ดวงตาแจ่มใสแต่เต็มไปด้วยความกังวล แอบเหลือบมองริวที่นั่งอยู่ข้างขวา ริวนิ่งอยู่ในโลกของตัวเอง ส่วนไอริส—สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นรัสเซีย—ตั้งคำถามท่ามกลางเสียงรอบข้าง “ถ้าเกิดเราหายตัวไปแบบในตำนานหิมะจริง ๆ ใครจะหาตัวเราเจอเป็นคนแรกนะ?” โทโมะเด็กชายร่างผอมตอบพลางหัวเราะ “ฉันไม่หา จะอยู่บ้านให้สบายใจซะมากกว่า” ไอริสทำหน้าถูกตัดใจ แต่อาคาเนะฝืนหัวเราะ เบื้องหลังเสียงหัวเราะ มีเพียงเงียบงันเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่ในหัวใจแต่ละคน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อาคาเนะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาเพราะเริ่มรู้สึกว่าดึกเกินไป เธอเอ่ยเสียงนุ่ม “เรากลับกันได้ไหม? พรุ่งนี้ยังมีสอบอีกนะ” โทโมะตบไหล่อาคาเนะปลอบใจ “ไม่ต้องกลัวหิมะสิตั้งแต่เด็กถึงโต เราไม่เคยหลงกันจริง ๆ ” ริวแค่เป่าลมหายใจเบา ๆ ไม่พูดอะไร ไอริสเดินไปยังขอบลาน เอามือรับหิมะที่โปรยปราย พลางพูดเบา ๆ “แต่ปีนี้มันไม่เหมือนเดิมนะ สังเกตไหมว่าทุกอย่างเย็นชาไปหมด”
ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ ริวยืนลุกขึ้นเดินห่างออกไป อาคาเนะหันไปถาม “จะไปไหน?” ริวตอบเบา ๆ “อยากเดินคนเดียวหน่อย” โทโมะลุกขึ้น “ไปเป็นเพื่อนไหม เดี๋ยวหิมะกลืนหายไปนะ” ริวสั่นศีรษะ “ขอเงียบๆ สักครู่จะดีมาก” ไอริสมองตามริวจนลับตา สีหน้าเธอสั่นไหวเหมือนอยากพูดอะไรแต่เลือกจะกลืนมันไว้
หลังจากนั้นสามคนฝืนอยู่ต่ออีกครู่ ไอริสเริ่มเหม่อลอยชอบกล “เมื่อกี้…คิดว่าเห็นเงาดำข้างสนามโรลเลอร์สเกต” โทโมะเหลือบมอง สีหน้าผิดปกติ “จะมาแกล้งให้กลัวหิมะใช่ไหม?” อาคาเนะหัวเราะแห้ง ๆ “อย่าเล่นมุกพวกนี้ใกล้สอบเลยนะ” แต่ไอริสเงียบ ขนตาคลอด้วยน้ำแข็งเกาะ ไม่แน่ใจว่าเธอกลัวเงาจริง ๆ หรือแค่กลัวความจริงบางอย่าง
ไม่กี่นาทีถัดมา ไอริสขอแยกตัวกลับบ้าน อาคาเนะชะงักแต่ยิ้มให้ “ไว้เจอกันที่ห้องสอบนะ” ไอริสแค่มองสบตา รอยยิ้มเหนื่อยล้า สัมผัสเย็นเฉียบของมือที่แตะไหล่อาคาเนะส่งสัญญาณอะไรมากกว่าเพื่อน โทโมะก้าวตามหลังไปสองก้าวแต่เลือกหยุด ไม่มีใครรู้ว่านั่นเป็นภาพสุดท้ายที่เห็นไอริสในเมืองฮิคาริ
รุ่งเช้าอาคาเนะตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกผิดปกติ เธอหยิบโทรศัพท์แต่ไม่มีข้อความจากไอริส ริวก็ไม่ติดต่อมา โทโมะส่งแค่ข้อความสั้น ๆ “ไอริสโอเคไหม?”
อาคาเนะรีบเดินออกไปใต้หิมะ มุ่งตรงไปยังบ้านของไอริสแต่พบประตูปิดสนิท ไม่มีใครตอบรับ เธอกดกริ่งซ้ำ ๆ เสียงในใจเริ่มตะเบ็งแรงขึ้น เมื่อแม่ของไอริสเปิดประตูด้วยตาบวมช้ำ “ไอริสยังไม่กลับบ้าน…”
โรงเรียนถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศกดดัน ครูใหญ่ประกาศกลางหอประชุมถึงการหายตัวของไอริส เพื่อน ๆ ซุบซิบถึงข่าวลือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปิศาจหิมะ หรือการหนีออกจากบ้าน อาคาเนะนั่งแทบไม่ติดที่ โทโมะเองก็ก้มหน้ากอดเข่า ริวปิดปากเงียบตลอดวัน จนกระทั่งพักเที่ยง ริวตะคอกใส่กลุ่มเพื่อน “ใครก็ตามหาที่สนามรักบี้”
เสียงจ้อกแจ้กในห้องเรียนดังกึกก้องขึ้น เด็กหลายคนพูดจาเสีย ๆ หาย ๆ “เห็นพวกเธอทะเลาะกันเมื่อคืนมั้ย?” “ทำไมริวไม่พูดอะไรเลย?” “โทโมะทำตัวแปลก ๆ ตลอด”
อาคาเนะพยายามติดต่อกับริวโดยตรง เธอเดินเข้าหาเขาในห้องเก็บของเล็ก ๆ ข้างโรงยิม “เราต้องคุยกัน นายรู้ใช่ไหมเมื่อคืนไอริสรู้สึกยังไง?” ริวสบตาเธอ สีหน้าสั่นเทา “ฉัน—ไม่รู้จะพูดยังไง เธอเองก็มีบางอย่างไม่พูด…อย่ามาโยนทุกอย่างให้ฉัน”
ความตึงเครียดในมิตรภาพกลุ่มค่อย ๆ โป่งพองขึ้น อาคาเนะเริ่มซักถามทุกคนย้อนหลังถึงเหตุการณ์คืนนั้น โทโมะยังคงนิ่ง ไม่กล้าสบตาใคร ริวเก็บตัวมากขึ้น ความลับที่ไอริสทิ้งไว้ในอากาศเย็นเยือกกลายเป็นเงาที่ไม่มีใครกล้าเผชิญตรง ๆ
ตำรวจท้องถิ่นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง สอบถามข้อมูลจากกลุ่มเพื่อน ๆ อย่างไม่ลดละ อาคาเนะถูกเรียกไปสอบปากคำ พลางเหลือบแอบมองริวที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ ไฟในห้องสืบสวนสว่างจ้าที่สุดเท่าที่เคยรู้สึกมาก่อน เจ้าหน้าที่ถามเสียงแข็ง “อยากรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนเธอ?” อาคาเนะเม้มปาก เธอไม่เข้าใจตัวเองว่าต้องกลัวอะไรมากกว่ากัน—ความจริงของไอริส หรือความผิดตัวเองที่ไม่ทันสังเกตสัญญาณขอความช่วยเหลือของเพื่อน
บ่ายวันนั้น ริวเดินหาอาคาเนะที่ห้องสมุด เธอซ่อนตัวอยู่ระหว่างชั้นหนังสือสูง ริวกระซิบเสียงต่ำ “ระหว่างฉันกับเธอ…ใครกันแน่ที่ใกล้ไอริสมากที่สุด” อาคาเนะนิ่งไปนาน ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว “ไม่ว่าจะใคร ก็ไม่มีใครเห็นว่าจริง ๆ ไอริสเคยร้องไห้ใช่ไหม?” ริวหลุดหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
โทโมะพยายามโทรเข้าเบอร์ของไอริสซ้ำ ๆ ตลอดค่ำคืนจนเสียงมือถือดับเงียบในหิมะ ทอดเงาเครียดทับทุกก้าวเท้าที่ผ่านลานน้ำแข็ง ซึ่งกลายเป็นเขตต้องห้ามของกลุ่มเพื่อนตั้งแต่วันนั้น อาคาเนะเดินตามหลังอย่างไร้คำพูด เธอก้มหน้ามองรอยเท้าตัวเอง ทุกฝีก้าวพลางคิดว่า “ถ้ากลับไปเมื่อคืน ฉันจะเปลี่ยนอะไรได้บ้าง…”
คืนคืนหนึ่ง อาคาเนะนั่งอยู่บนเสาน้ำแข็งหลังโรงเรียน จู่ ๆ ริวก็โผล่มานั่งข้าง ๆ “ถ้าไอริสยังอยู่…” อาคาเนะไม่ตอบ เธอเพียงแค่ถอนใจ “นายกลัวไหม?” ริวเงียบไปนาน “กลัว…กลัวว่าเราทุกคนไม่ได้รู้จักเพื่อนของเราจริง ๆ”
ไม่กี่วันถัดมา โทโมะเก็บกล่องเหล็กเล็กๆ ที่พบในหิมะใกล้สนามโรลเลอร์สเกต ข้างในมีจดหมายเขียนด้วยลายมือไอริส—ไม่ได้บอกลา แต่เป็นการขอให้อภัยต่อความลับที่เธอเก็บไว้ เธอสารภาพความรักที่มีต่ออาคาเนะและความรู้สึกผิดที่ต้องซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ท่ามกลางสายตาเย็นชาของสังคม
อาคาเนะอ่านจดหมายนั้นท่ามกลางความเงียบ กลั้นน้ำตา เธอไม่พูดอะไรกับใครเป็นสัปดาห์ ริวเห็นแต่เงาหลังเธอ โทโมะก็ไม่กล้าทำอะไรนอกจากส่งสายตาขอโทษอ้อม ๆ
ต่อจากนั้น ตำรวจเจอร่องรอยไอริสในป่าชายเมือง—ไม่มีศพ มีเพียงรอยเท้าเล็ก ๆ จางหายไปใต้หิมะเบาบาง ไม่มีคำอธิบายถึงจุดจบ มีแต่คำถามในใจทุกคน
ฤดูหนาวสิ้นสุดลงเร็วเกินไป อาคาเนะตัดสินใจเดินออกจากเมืองฮิคาริในวันประกาศผลสอบ เธอทิ้งจดหมายนั้นไว้ในลิ้นชักห้องสมุด เปิดโทรศัพท์พิมพ์ข้อความไปหาเบอร์ไอริส “ถ้าวันหนึ่งเธอกลับมา ฉันหวังว่าเราจะได้คุยกันแบบไม่ต้องซ่อนอีก”
ริวเดินมาส่งอาคาเนะที่สถานีรถไฟ สายตานิ่งสงบ ต่างไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ระหว่างอาคาเนะขึ้นรถไฟ เธอหันมาโบกมือให้เขา รอยยิ้มเติมความเศร้าบาง ๆ ริวเพียงแต่ยิ้มกลับ สีหน้าระคนระหว่างโล่งใจและโหยหา
รถไฟแล่นออกไปท่ามกลางหิมะโปรยปราย บนที่นั่งริมหน้าต่าง อาคาเนะหลับตาลงด้วยน้ำตาหยดหนึ่ง ราวกับในความเงียบของลานหิมะ เมืองฮิคาริและความทรงจำที่แสนหนักอึ้งนั้นยังซุกซ่อนเสียงของไอริสไว้ ทุกคนเติบโตและเจ็บปวดจากความจริงที่ไม่มีคำตอบ ก่อนที่หิมะก้อนแรกของปีใหม่จะตกอีกครั้ง