ชมรมคน (เกือบ) เก่ง
“เฮ้ย! เธอได้ยินข่าวยัง เกรทโดนประธานแล้วนะ!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงฮือฮาแรกในเช้าวันอังคาร ที่โรงเรียนมัธยมศิรินทร์วิทยา โรงอาหารอบอวลไปด้วยเสียงกรี๊ดเบาๆของกลุ่มสายติว โจทย์เคมีห้าวหาญยังไม่อาจกลบข่าวลือใหญ่ได้ หนึ่งในนั้นเป็น โอม เพื่อนสนิทของเกรท รีบหันไปหาเจ้าตัว
“ไอ้เกรท คำนี้แปลว่าประธาน หรือปัญหาวะ!” โอมเอามือก่ายหน้าผาก เกรทยักไหล่มั่นหน้า
“โอม นายดูเรียบร้อยไปเลยนะ ฉันน่ะ เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำโว้ย นายไม่เข้าใจหรอก”
“ไม่เข้าใจจริง ๆ นั่นแหละ…” โอมพึม รู้ดีว่าเพื่อนสนิทของเขา “มั่น” ทะลุจักรวาล ถึงจะเคยโป๊ะบ่อยจนขำกรามค้าง
บนโพเดียมหน้าโรงเรียน ครูพันธุ์ที่สวมแว่นกลม ท่าทางเหมือนใครขู่แมวดุ เข้ามายื่นประกาศสำคัญ
“ขอแสดงความยินดีกับ…เกรท นักเรียนผู้ได้รับเลือกเป็นประธานชมรมเฉพาะกิจคนใหม่!” ฝูงชนเงียบกริบเหมือนกดปุ่มปิดเสียง ก่อนเสียงขำกระจายเป็นวง ๆ
“ชมรมไรอะ?” “ชมรมอะไรวะ ไม่เคยได้ยิน!” เด็กในมุมหนึ่งกระซิบกันเป็นระวิง
เกรทยืดอก ยิ้มเกร็ง…เขาเองก็ไม่รู้จักชมรมนี้เหมือนกัน แต่ความมั่นใจไม่มีวันลด “เออ ก็ประธานน่ะสิ!”
หลังจบพิธี เกรทถูกเรียกเข้าห้องกิจกรรมทันที โอมโดนลากมาแบบงง ๆ เพื่อนเก่ากลายเป็นผู้ช่วยโดยไม่ได้สมัครใจ
“เกรท ฉันพลาดเองมั้ยวะ ถามจริง” โอมมองกระดานที่เต็มไปด้วยกระดาษโพสต์อิทคำว่า “ระดมหาสมาชิก”
“ไม่น่า พลาดโอกาสทองแค่นี้คงไม่ทำให้ชีวิตนายพังก็ได้มั้ง” เกรทหัวเราะแห้ง ๆ แต่อยากจะเข้าใจว่าตัวเองเจ๋งจริงๆ
กลยุทธ์แรกเริ่มมาจากเกรท “เอางี้ เราจัดบูธรับสมัครหน้าโรงอาหาร! พรีเซ้นท์ให้ทุกคนรู้ว่าชมรมนี้ ‘จำเป็น’ แค่ไหน”
โอมถอนหายใจ “บูธที่ไม่มีใครรู้ว่าทำอะไรน่ะเหรอ?”
สองชั่วโมงถัดมา บูธประธานชมรมเฉพาะกิจป๊อปอัพขึ้นพร้อมป้ายกระดาษเขียนด้วยลายมือเกรท “เข้าร่วมขบวนการกิจกรรมคนรุ่นใหม่!” ภาพลักษณ์ทุ่มสุดตัวแต่ไร้คนเหลียวแล
อยู่ ๆ ก็มีเสียงเล็ก ๆ ตะโกนมา “พี่ครับ! สมัครยังไงครับพี่!” สายตาทุกคนหันไปมอง น้องบูรณ์ เด็กม.4 นักเรียนใหม่จากอีสาน แววตาซื่อใสยืนโบกมืออยู่หน้าโต๊ะ
“เอ่อ…น้อง สนใจอะไรของชมรมเรารึ?” เกรทแกล้งทำสุดทาง
“เห็นป้ายว่า ‘ขบวนการ’ เลยนึกว่ามีลับลมคมใน ผมชอบครับ อยากมีกลุ่มกับเขาบ้าง”
โอมเลื่อนสายตา “ขบวนการอะไรเนี่ย เกรท…”
“ขบวนการ รวมพลังช่วยเหลือสังคม!” เกรทพูดน้ำเสียงจริงจังแบบมั่วสุดขั้ว
บูรณ์เชื่อเต็มร้อย “โอ๊ย ดีครับพี่ ผมได้ยินว่ากรุณา คือ อนาคตของชาติผมเลย”
“ฮะๆ ถ้าอย่างนั้น น้องคือสมาชิกคนแรกของเรา เอ้า โอม รับลงทะเบียนไป!” เกรทยื่นกระดาษฉีกสมุดให้อย่างอลังการ
โอมสลับซ้ายขวา “แล้ว…จะหาสมาชิกพอได้ไหมเนี่ย ไอ้เกรท?”
“ของแค่นี้ เดี๋ยวจัดเอง นายเชื่อมือฉันหน่อยสิ!”
วันรุ่งขึ้น เกรทเดินภาคภูมิไปยังห้องกิจกรรม พบใบสมัครใหม่บนโต๊ะ เขาดีดนิ้ว “เห็นมั้ย ไอ้โอม ว่าฉันเอาอยู่!”
โอมเหล่ไปดู รายชื่อเขียนด้วยลายมือน่ารัก ๆ ‘บูรณ์, เกรท, โอม’ …คนเดิมครบถ้วน ไม่มีใครเพิ่ม!
“นายกรอกใบสมัครเผื่อหรือไง?” โอมถามเสียงแผ่ว
“กันพลาดสิ!” เกรทตอบเสียงแข็ง
“แล้วกิจกรรมแรกจะเอาไง?” โอมถามแบบเหนื่อยใจ บูรณ์สวนทันที “พี่! ผมเสนอกิจกรรมปลูกต้นไม้ในโรงเรียน!”
“แจ่ม!” เกรทฉีกยิ้ม “ง่ายมาก จัดไป!”
วันปลูกต้นไม้มาถึง ทั้งสามแบกต้นกล้าแต่ไม่ทันดูแล มุมหนึ่งของสนามกระจายไปด้วยกองดินเตะ จอบเหล็กบูรณ์พุ่งผิดทาง เกรทอ่านคู่มือวิธีปลูกจากโทรศัพท์พร้อมสั่งการมั่วซั่ว ส่วนโอมพยายามหยุดความปั่นป่วนแต่กลับโดนดินกระเด็นใส่เต็มหน้า
หลังผ่านไปชั่วโมง ต้นไม้เอียงกะเท่เร่ บูรณ์เอื้อมไปจับพยุง “พี่ ผมว่าต้นนี้ไม่ชอบหน้าผมนะครับ มันหันหน้าไปทางอื่น!”
เกรทเค้นเสียงฮา “มันอยากหนีความล้มเหลวเรามั้ง?” โอมเหนื่อยใจ แต่อดขำตามไม่ได้
ครูพันธุ์เห็นเข้ามาพอดี “เอ่อ…นี่เหรอกิจกรรม ‘ขบวนการ’ ของพวกเธอ”
“ครับครู! พวกผม…กำลังสร้างระบบนิเวศแบบใหม่!” เกรทตอบหน้าไม่แดง
ครูแกล้งนิ่งก่อนส่ายหน้า “ขอให้ต้นไม้รอดด้วยเถอะ…”
แต่บูรณ์กลับหันมา “พวกเราทำดีแล้วใช่ไหมครับ?” โอมพยักหน้า “ดีแหละ…แต่น่าจะดีขึ้นถ้าทุกคนเข้าใจความหมาย ‘ปลูก’ ตรงกัน”
วันถัดมาหัวหน้าฝ่ายปกครองเรียกประชุมชมรม เกรทคิดว่าคงต้องเซ็นรายงานกิจกรรมที่เสร็จสิ้นแล้ว แต่กลับเจองานใหม่ “อาทิตย์หน้ามีงานโรงเรียน ชมรมเฉพาะกิจต้องจัดโชว์ประชันกับชมรมอื่น สร้างชื่อเสียงให้ธรรมเนียมใหม่!”
โอมตาโต “หมายความว่า…ให้เราขึ้นเวทีเหรอ?!”
“เออน่า โอกาสทองอีกแล้ว…” เกรทมั่นใจแต่เริ่มเหงื่อซึม
ประชุมด่วนในห้องชมรม โอมบ่น “จะโชว์อะไร ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยนะ…” บูรณ์ตื่นเต้น “ผมร้องหมอลำได้อยู่นะพี่!”
เกรทคิดแป๊บเดียว “อ่ะ เดี๋ยวๆ… เอาแบบที่ทุกคน ‘ไม่ลืม’ เราง่าย ๆ… เต้นประกอบเพลงล่ะไง!”
โอมแย้ง “นาย…ไม่ได้ดูตัวเองเต้นในสัปดาห์กีฬาหรือไง…”
“นั่นมันซ้อมน้อยไง คราวนี้ของจริง!” เกรทยืนยันหนักแน่น
การซ้อมเต้นของชมรมเฉพาะกิจเป็นภาพชวนอึดอัดและขำขัน โอมเต้นเหมือนหุ่นยนต์หน้าง่วง บูรณ์ดีดแขนขาแบบคนเล่นงิ้ว ส่วนเกรทเป๊ะในหัวใจแต่ห่างไกลจังหวะจริง โดนหัวเราะโดยไม่ต้องพยายามตั้งใจ
วันงานจริงมาถึง ผู้คนแน่นโรงอาหารเวทีอยู่ตรงกลาง พลิกผัน เกรทเกิดเข้าใจผิดเพราะครูพันธุ์พูดตอนประชุมน้ำเสียงเบาๆว่า “โชว์ต้องเกี่ยวกับการเสียสละ” เกรทกลับตีความว่า “โชว์ต้องมีการสละร่าง”
แผนบ้า ๆ คลอดทันที—ให้บูรณ์ปีนขึ้นไปผูกผ้าแดงบนคิ้วปลอมขณะร้องหมอลำ โอมแต่งหน้าเป็นผู้นำชนเผ่าแบบไม่รู้ข้อมูล ส่วนเกรทจะเต้นคล้าย ๆ การอัญเชิญวิญญาณ—รู้ตัวอีกทีกลายเป็นโชว์เหนือธรรมชาติผสมสามัญประจำโรงเรียน
เสียงหัวเราะกระจายทั่วเวที เด็กนักเรียนบางคนอึ้ง บางคนคลุกตาม ครูพันธุ์อึ่มในใจ “อืม…ธรรมเนียมใหม่ สร้างสรรค์มาก…”
หลังโชว์จบ วงประชาชนยังขำไม่หาย เกรทจับไหล่เพื่อน “ดีไหมวะ แบบนี้!”
โอมตอบ “ไม่รู้สิ… อายมากมั้ยนี่?”
แต่บูรณ์ยิ้มกว้าง “สนุกที่สุดในชีวิตเลยแล้วครับพี่!”
“อย่างน้อยคนก็จำชื่อชมรมเราได้…แม้จะจำว่า ‘ชมรมนั้นแปลก’ ก็เหอะ” โอมสวน
“เฮ้ย ไอ้โอม…ฉันว่าเนี่ยคือชัยชนะในแบบเราแล้วล่ะ!” เกรทหัวเราะทั้ง ๆ ที่ยังเกร็ง ๆ อยู่
การเป็นประธานชมรมเฉพาะกิจของเกรทจึงเดินต่อไป แม้สมาชิกจะมีแค่สามคน แต่ความวุ่นวายและเสียงหัวเราะก็ไม่เคยขาดหาย บทเรียนจากความผิดพลาดเติมเต็มความหมายของมิตรภาพใหม่ ทุกปัญหาไม่ว่าเล็กใหญ่ ต่างก็กลายเป็นเรื่องตลกที่พากันขำในวันถัดมา
ในวันสุดท้ายก่อนปิดเทอม มีเด็กปีหนึ่งเข้ามาสมัครชมรมเฉพาะกิจเพิ่ม “พี่… หนูอยากเต้นแบบพี่บนเวทีโรงเรียน!”
โอมกับเกรทหันมองหน้ากันนิ่ง ๆ แล้วหัวเราะขำแรงที่สุดในรอบเทอม
แม้ชีวิตจะเป๋ แต่วุ่นวายแบบนี้…มันก็ชวนอบอุ่นตามแบบของพวกเขาจริง ๆ