ซ่อนรักกลางสายฝน
เสียงโทรศัพท์มือถือสั่นเบา ๆ บนโต๊ะ พัทธ์ปรายตามอง ก่อนจะละสายตาจากยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ สายฝนตกพรำ ๆ ด้านนอกหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศของออฟฟิศเงียบสงบกว่าทุกวัน ห้องโล่งที่มุมเล็ก ๆ ติดกระจกใสมีเพียงเขากับเสียงกดแป้นพิมพ์
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงรองเท้าส้นเตี้ยคล้ายเร่งรีบดังขึ้น โรสเดินสวนฝนเข้ามาด้วยเสื้อกันฝนสีฟ้าอ่อน เลาะขอบน้ำที่ขังหน้าทางเข้าด้วยความระวัง เธอเบนสายตามองพัทธ์ที่ก้มทำงานอยู่ ปากเม้มเล็กน้อยอย่างลังเล ก่อนเดินผ่านเขาไปโดยไม่พูดอะไร
“วันนี้ฝนตกหนักจังเลยนะ” เสียงประโยคแรกลอดออกจากริมฝีปากโรสเบา ๆ เธอกำลังเทน้ำจากร่มเทใกล้โต๊ะเขา
พัทธ์เงยหน้า ส่งรอยยิ้มบางให้โดยไม่ตอบ โรสยืนนิ่งราวกับรอคำพูด สายตาทั้งสองสบกันแล้วเบนหนีแทบจะพร้อมกัน
“เอ่อ… รบกวนขอแฟ้มรายละเอียดค่าใช้จ่ายหน่อยได้ไหมคะ” โรสถามเสียงขาด ๆ เกิน ๆ
พัทธ์พยักหน้า คว้าแฟ้มกระดาษแล้วยื่นให้ กลิ่นน้ำฝนบนร่มลอยแตะจมูก โรสรับแฟ้ม มือสั่นนิด ๆ ไม่แน่ใจว่าเย็นเพราะฝนหรือเพราะเขิน
เสียงฝนยังเคาะเบา ๆ บนกระจก โรสหลีกสายตาแต่เดินกลับมายืนลังเลตรงโต๊ะเขาอีกครั้ง “เมื่อคืน พัทธ์อยู่ทำงานดึกเหรอ”
พัทธ์ลังเล ยิ้มบาง”ใช่ครับ… งานคอลเลกชันใหม่ ดีไซน์ยังไม่ค่อยลงตัว”
เธอพยักหน้าเชื่องช้า เว้นช่วงเหมือนจะพูดอะไรแต่เปลี่ยนใจ แล้วรีบเดินจากไป ทิ้งพัทธ์ไว้กับความเงียบและกลิ่นฝนในอากาศ
เวลาผ่าน นาฬิกาบนผนังลากเลขไปเรื่อย โรสแวะกลับมาหาเขาหนึ่งครั้ง บางทีแค่ถามถึงสีเสื้อผ้าในงานออกแบบใหม่ หรือบางทีแค่ส่งรอยยิ้มจาง ๆ ให้โดยไม่มีเหตุผล
ค่ำวันหนึ่ง พัทธ์ลงลิฟต์มาพร้อมแฟ้มงาน ฝนยังคงหล่นพรำ เห็นโรสนั่งใต้ชายคาคนเดียว กอดตัวเอง สะโพกเปียกน้ำฝน เธอชะงักเมื่อเห็นเขา สายตาเหลือบหลบเหมือนมีอะไรปิดบัง
“รถยังไม่มาเหรอ?”
เธอส่ายหน้า ยิ้มจาง ๆ “ขอโทษค่ะ ผมเปียกหมดเลย พอดีพี่ชายติดธุระ ไม่รับสาย เผลอทำมือถือเปียกน้ำด้วย”
พัทธ์ลังเลสักครู่ ก่อนถอดแจ็กเก็ตแล้วยื่นให้เธอ “เอาไปคลุมก่อน เดี๋ยวไม่สบาย”
เธอไม่กล้ารับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ตะกุกตะกักพูดขอบคุณ แล้วกอดแจ็กเก็ตไว้แน่น ในความเงียบน่าอึดอัดนั้น พัทธ์มองฝนที่ตกกับขอบฟ้า “ฉันอยู่รอเป็นเพื่อนก็ได้”
เธอแอบมองใบหน้าเขาในความมืด ฝนสาดเม็ดแรงขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะอากาศเย็นที่ทำเธอสั่น หัวใจเธอกลัว ความเงียบของพัทธ์ดูอบอุ่นแต่ก็เข้าถึงยาก ราวกับมีบางอย่างซ่อนอยู่ใต้สีหน้าเรียบนิ่งของเขา
วันต่อมา โรสแอบเอาแจ็กเก็ตไปคืน เหมือนกลัวคนในออฟฟิศเห็น เธอพยายามวางไว้ที่โต๊ะโดยไม่ให้เขารู้ตัวแต่พัทธ์กลับเดินมาเห็นพอดี
“โรสเอามาคืนเหรอ ไม่ต้องรีบหรอกนะ” เขายิ้มเนือย ๆ ก่อนหันกลับไปก้มทำงาน โรสจับผ้ากำแน่น มือสั่นเทา ๆ
ระหว่างพักเที่ยง มีเสียงหัวเราะของพนักงานแทรกบทสนทนาของทั้งสอง พัทธ์มักนั่งกินข้าวมุมเงียบ ๆ โรสฝืนใจนั่งห่างใกล้ ๆ ในทุกกลุ่มนั่ง เธอจะเหลือบมองเขาแวบ ๆ ก่อนรีบหลบตาถูกจับได้
ช่วงเวลาผ่านไป ทั้งสองเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้นในรายละเอียดเล็ก ๆ พัทธ์รู้ว่าโรสไม่ชอบกาแฟขม จึงซื้อน้ำหวานให้เธอในเวรดึก โรสแอบเติมโน้ตในแฟ้มงาน “สู้ ๆ นะคะ”
“ช่วงนี้ดูเหนื่อย ๆ นะ” โรสเอ่ยในวันที่พัทธ์ดูอิดโรยเป็นพิเศษ
เขาหลบตา “งานมันเยอะน่ะ แต่ก็โอเค ขอบใจนะ”
เธอหยุดคิดนิดนึง “ถ้าไม่โอเคก็บอกได้… ฉัน ฟังนะ”
พัทธ์พยักหน้าแต่ไม่พูดอะไร อึดอัดใจแว้บในแววตา
คืนหนึ่ง ทั้งคู่เดินออกจากที่ทำงานพร้อมกัน ฝนกำลังตก โรสใจกล้าเอ่ยถามเบา ๆ “พัทธ์… ทำไมถึงชอบอยู่เงียบ ๆ คนเดียว”
เขานิ่งไป สายฝนรินลงใบหน้า ก่อนจะพูดเสียงเบา “มันไม่ใช่ทุกทีหรอก แค่…บางที ก็กลัวคนจำอดีต”
“อดีตอะไรกัน?” เธอหยุดเดินจ้องหน้าเขา
“ไม่สำคัญหรอก” เขายิ้มบางๆ “แค่บางอย่างมันแก้ไม่ได้”
โรสเม้มปากแน่น ไม่กล้าถามต่อ เธอเองก็มีอดีตที่อยากหนีเช่นกัน
พัทธ์มองเธอ “แล้วโรสล่ะ กลัวอะไร?”
เธอนิ่ง สายฝนกลบเสียงรอบข้าง “กลัวกลับบ้าน กลัวคนพูดถึงแม่ กลัวว่า… ถ้ารู้ว่าพ่อยังอยู่ในคุก เขาจะรังเกียจ”
เสียงฝนยังไม่หยุด คนทั้งสองนั่งเงียบในความมืด โรสเปิดใจทีละนิด ส่วนพัทธ์กลับยิ่งปิดกั้นตัวเองจนน่าใจหาย
ไม่กี่วันถัดมา มีงานเลี้ยงบริษัท โรสกับพัทธ์ถูกบังเอิญจับคู่เต้นรำ เพลงช้า ๆ กับแสงไฟสลัว ทั้งคู่ลังเล พยายามรักษาระยะห่างขณะเต้น
“พัทธ์ ชอบใครในออฟฟิศหรือเปล่า?” เสียงโรสเบาและเหมือนหยอก
พัทธ์หลบตาชั่ววูบ “ชอบใครบางคน…แต่บางทีก็ควรแค่ชอบเงียบ ๆ”
โรสหัวเราะเบา กลบเก้อ “บางที ก็กลัว…รู้สึกตกหลุมรักคนผิดตลอด”
พัทธ์นิ่ง แล้วค่อย ๆ กระซิบ “ถ้าเธอรู้จักอดีตฉัน อาจไม่อยากมองหน้าด้วยซ้ำ”
เสียงเพลงจบ โรสเก็บความเศร้าไว้ในใจ เหลือเพียงการสัมผัสฝ่ามืออันสั่นไหว
เย็นวันหนึ่ง โรสถูกเจ้านายตำหนิเรื่องบัญชีผิด เธอนั่งร้องไห้ในห้องเก็บของ พัทธ์เข้ามาเจอโดยบังเอิญ
“ร้องไห้ทำไม?”
“ฉันผิดเอง ทำให้บริษัทเดือดร้อน…” เธอเช็ดน้ำตา
พัทธ์นั่งลงข้าง ๆ “ทุกคนผิดพลาดได้ ไม่เป็นไรหรอก”
“แต่เจ้านายคงคิดอีกแบบ” เธอหัวเราะขื่น ๆ
เขาเว้นจังหวะ “บางที…เราแค่ยังไม่ได้เห็นค่าตัวเองเท่านั้นเอง”
เธอเงียบ กระบอกตาแดง ซึมซับความอ่อนโยนที่ไม่คาดคิด
หลังจากวันนั้น โรสเหมือนเปิดใจรับพัทธ์มากขึ้น ทั้งคู่นัดกินข้าวบ้างหลังเลิกงาน สนิทกันเรื่อย ๆ โดยไม่มีคำสัญญา ไม่นิยามความสัมพันธ์
คืนฝนตกหนักวันหนึ่ง พัทธ์กำลังส่งไฟล์งานให้หัวหน้าตอนดึก โรสหัวเราะออกมาเสียงเศร้า “นายดูทุ่มเทจัง มีคนรออยู่ที่บ้านไหม?”
เขานิ่ง “ไม่มีใครหรอก เคยมี แต่เค้าจากไปนานแล้ว”
เธอพยักหน้ารับ “ฉันก็ไม่มี จากไปเหมือนกัน”
บทสนทนายาวเหยียดนั้น กลับมีช่วงเงียบครอบงำ ยิ่งคุยกันมากเท่าไร ช่องว่างใจที่เคยกั้นไว้ก็ละลายลงทีละนิด
แต่แล้ว วันหนึ่งเรื่องราวในอดีตของพัทธ์ถูกเปิดโปงโดยไม่ได้ตั้งใจ ในที่ประชุม พนักงานใหม่เอาอดีตของพัทธ์มาตั้งคำถามเพราะเห็นข่าวเก่า ๆ ทางอินเทอร์เน็ตว่าครอบครัวพัทธ์เคยล้มละลายและพ่อของเขาถูกข้อหาฉ้อโกง เจ้านายยกเหตุผลนี้ใช้กดดันเขาในงาน พัทธ์อึดอัดอย่างมากจนเริ่มปลีกตัว ไม่ค่อยเข้าบริษัท หลีกเลี่ยงงานที่ต้องเจอผู้คน
โรสพยายามโทรหาแต่พัทธ์กลับเงียบขาดหาย เธอสับสน ไม่แน่ใจว่าควรยื้อหรือถอย เธอเขียนข้อความสั้น ๆ ว่า “ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ถ้านายพร้อม ฉันยังรอ”
วันเวลาผ่าน ความห่างไกลขยายขึ้น พัทธ์จมนิ่งในความผิด เธอเองถูกแม่เตือนเรื่องความสัมพันธ์ แม่โรสกลัวประวัติพัทธ์ทำให้ลูกสาวลำบาก เธอสับสน คล้ายต้องเลือกระหว่างความรักกับครอบครัว
คืนที่ฝนเทกระหน่ำ โรสเดินกลับบ้านคนเดียว น้ำตาคลอ เธอคิดถึงพัทธ์ คิดถึงคำพูดเก่า ๆ นึกหวนถึงวันที่รู้สึกกล้าจะมีใครสักคนเป็นที่พึ่ง แต่ทุกอย่างดูห่างไกล ว่างเปล่า
หลังฝนซา เธอหยิบมือถือส่งข้อความหาเขาอีกครั้ง “ฝนหยุดแล้ว แต่นายก็ยังไม่กลับมา”
สองสามวันถัดมา พัทธ์รวบรวมความกล้าเดินมาหาเธอที่ออฟฟิศ สีหน้าเขายังหม่น เธอนั่งอยู่มุมเดิมใต้หน้าต่างใส สายตาปะทะกันโดยบังเอิญ
“ขอโทษ… ที่ฉันหายไป”
โรสนั่งนิ่ง น้ำเสียงเคืองปนเศร้า “บางทีฉันก็ผิด…ที่ไม่กล้าปกป้องนายจากคำพูดคนอื่น”
พัทธ์ถอนหายใจ “ฉันเองก็หนี ไม่กล้าสู้กับมันด้วยซ้ำ”
ทั้งคู่เงียบ ราวสายฝนที่ตกแล้วซา ชั่วขณะนั้น โรสหยิบแฟ้มงานขึ้น “ถ้าอยากเริ่มใหม่…วันไหนก็มาเจอกันตรงนี้ได้เสมอ”
พัทธ์ยิ้มจาง ๆ น้ำตาไหลออกโดยไม่รู้ตัว “ขอบคุณ…ที่ยังอยู่”
บทสรุปที่ไม่มีคำสัญญา ไม่มีจูบ ไม่มีการให้อภัยง่าย ๆ แต่พร่ำสายฝนที่ล้างอดีตทิ้ง ความสัมพันธ์ของทั้งสองเดินหน้าท่ามกลางความไม่แน่นอนด้วยความหวังเล็ก ๆ ในใจ ผลิบานช้า ๆ อย่างสมจริง