ในเงาของบรรทัดเดิม
เสียงฝนตกกระทบกระจกหน้าต่างเป็นจังหวะเบา ๆ ขณะทองพัน ธีระวัฒน์ ก้มลงพิมพ์บนโน้ตบุ๊คในห้องทำงานแคบ ๆ ของเขา หน้าออฟฟิศจักราศิลป์พับลิชชิ่ง เทียนไขส่องแสงข้างนอกทำให้ห้องอบอุ่นกว่าความจริง ทองพันหยุดมือเมื่อเสียงข้อความไลน์ดังขึ้น “ต้นฉบับเดือนนี้ทันใช่ไหมคะพี่ทอง? – ไอยลดา” เขาอ่าน ขมวดคิ้ว เลิกคิ้วเหมือนจะตอบ “ครับ…ขอคืนวันศุกร์นะครับ” ลังเลพิมพ์ทิ้งไว้ ไม่กดส่งทันที
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นิ้วชั่งใจอยู่อย่างนั้น จนฝนหยุดตก เสียงรองเท้าหนังแตะพื้นทางเดิน ทำให้ทองพันละสายตาจากหน้าจอ เขาเห็นไอยลดา บุญเรืองเดินผ่านประตู มัดผมตึง ใบหน้าจืด ชุดทำงานเรียบร้อย วางแฟ้มเอกสารลงโต๊ะโดยไม่พูดแม้แต่คำ ทองพันแสร้งเหลียวมองหน้าต่าง
เธอวางกาแฟร้อนให้เขาหนึ่งแก้ว “พรุ่งนี้แต่เช้าอย่าลืมประชุมนะคะ” เสียงเรียบแต่ฟังแล้วอ่อนโยนแปลก ๆ
“ขอบคุณครับ” ทองพันรับแก้ว นิ่งดูกาแฟ เห็นริมฝีปากของเธอกระตุกน้อย ๆ คล้ายกำลังกลั้นขำ เธอยิ้มจาง ๆ แล้วเดินจากไป ทองพันยังจมนิ่งกับกลิ่นกาแฟ ความเงียบชวนให้เขาคิดย้อนไปถึงอดีตที่เขาพยายามหนี ไอยลดาไม่เคยถามถึงเรื่องนั้นเลย แม้เขารู้ว่าเธอแอบรู้บางอย่าง
เช้าวันต่อมา ห้องประชุมเล็ก ๆ กลับคับแคบยิ่งกว่าทุกวัน ทองพันนั่งเยื้องกับไอยลดา สองตาระวังกันและกัน ฝ่ายฝ่ายหนึ่งเก็บเรื่องราวอดีต อีกฝ่ายสร้างกำแพงจากความกลัวการสูญเสีย ทองพันนั่งหลังตรง มือกางโน้ตบุ๊ค แต่ใจลอยไปไกล
“มีใครอยากเสนออะไรไหมสำหรับโปรเจกต์ใหม่?” เสียงไอยลดาชัดแต่เย็นชา
“…ถ้าลองเปลี่ยนแนว เขียนอะไรที่มันจริงกว่าเดิม…” ทองพันพูดเบา ๆ
“จริงยังไงคะ?” เธอเงยหน้าพร้อมปากกาจ่อกระดาษ ทองพันวางมือ เสียงฝนลอยลอดเข้ามาอีกครั้ง
“แบบ…ที่เจ็บจริง รักจริง…แต่ไม่จำเป็นต้องสมหวัง” อากัปกิริยาเขาเงียบลง
ไอยลดาหลบตา “แต่ผู้อ่านอยากให้ตัวละครรักสมหวังนะคะ” เธอตัดบทเร็วเกินไป ทั้งสองคนเงียบ ระยะห่างระหว่างกันขึ้นมาอีกครั้ง
เลิกประชุม ทองพันเดินออกมา ไอยลดามองตาม สีหน้าเหนื่อย ๆ เธอถอนหายใจ กอดแฟ้มแน่นเหมือนใช้เป็นเกราะ
วันหนึ่งตอนเย็น ไอยลดาทำงานดึกเหมือนทุกวัน ทองพันเดินผ่านมา เห็นเธอนั่งซบหน้ากับโต๊ะ เงียบบนทางเดินจนได้ยินแต่เสียงนาฬิกา เธอสะดุ้งเมื่อเขาเคาะประตูเบา ๆ
“ดังคงล้า…ผมซื้อข้าวไข่เจียวมาเผื่อ” เขายืนกระอักกระอ่วนถุงพลาสติกร้อน ๆ ในมือ
ไอยลดาหน้าตกใจนิด ๆ “ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องลำบาก…”
“ผม…อยากกินข้าวเป็นเพื่อนมากกว่า” ทองพันวางถุงลง เว้นเสียงอึดใจยาว “ถ้าคุณไม่รังเกียจ”
เธอยิ้มบาง ๆ รับกล่องข้าว ทั้งสองนั่งกันเงียบ ๆ อยู่พัก ไอยลดาหยิบช้อนขึ้นแต่ไม่แตะแม้คำแรก
“คุณไม่กิน?” ทองพันถามเสียงแผ่ว
“บางที…มันเหนื่อยนะคะ เรื่องเดิม ๆ ไม่จบสักที” เธอพูดเหมือนคุยกับตัวเอง
“ผมก็เหมือนกัน” ทองพันสบตา รอยร้าวในแววตาชัดเจนขึ้น
ความเงียบครอบคลุมพวกเขา พอที่จะเข้าใจว่า ต่างฝ่ายต่างมีอดีตที่ไม่พร้อมให้ใครล่วงรู้
“ต้นฉบับใหม่เขียนถึงใครเหรอคะ?” ในเย็นถัดมาขณะไอยลดาเช็กเอกสาร ทองพันวางแฟ้มแนบมือ ใจเต้นแปลก ๆ
“คนที่กลัวความผิดพลาดครับ” เขาตอบ พลางเว้นจังหวะ “คนที่กลัวจะรักแล้วต้องเสีย…ไม่กล้าก้าวต่อ”
ไอยลดาวางแฟ้มลง เธอลังเลจะพูดต่อหรือไม่ ท้ายสุด ยิ้มเจื่อน “งั้นขอให้บทสรุปดีกว่าของ…ของจริง”
เสียงฝนตกอีกครั้ง คล้ายเป็นคู่สนทนาในความมืด ทองพันยิ้มจาง ๆ อย่างปิดบัง ก่อนกล่าวเบา ๆ
“แต่ผมไม่รู้ว่าจะลงเอยยังไงเลย…”
“บางที…เรื่องจริงก็แค่กลัวไปเองค่ะ เราเลือกตอนจบไม่ได้ทั้งหมดหรอก”
ความใกล้ชิดของทั้งสองถูกถักทอขึ้นอย่างช้า ๆ คืนแล้วคืนเล่า จากกาแฟแก้วเล็ก ๆ จากมื้อดึกที่แชร์กันโดยไม่มีคำจำกัดความใด ๆ
เย็นวันหนึ่ง ไอยลดาเห็นเพื่อนร่วมงานเรียกทองพันไปนั่งกินข้าวกลุ่ม แต่ทองพันปฏิเสธ นิ่งงันสบตาเธอพักหนึ่ง แล้วเดินออกไป เธอรู้สึกแปลบในใจโดยไม่เข้าใจ
คืนนั้น ไอยลดาเปิดต้นฉบับที่ทองพันส่ง ข้อความในบรรทัดแนบแฟ้มว่า “ขอบคุณสำหรับการฟังที่แท้จริง”
เช้าวันถัดมา ทองพันดูเหนื่อยกว่าปกติ เขาส่งยิ้มให้เธอแต่หัวใจดูห่างเหิน ไอยลดาอยากถามแต่ไม่กล้า จึงได้แต่อ่านต้นฉบับเขาซ้ำ ๆ
“จะเขียนอะไรต่อไป?” เธอลองถามในลิฟต์ออฟฟิศ แววตาเขาคล้ายสั่นไหวชั่วขณะ
“ไม่รู้…อาจจะพักยาว ๆ” ทองพันพูดยิ้มจาง ๆ แล้วซ่อนมือไว้ในกระเป๋า
วันต่อมาไอยลดาได้รับอีเมลจากทองพัน ข้อความสั้นมาก “ผมจะขอหยุดงานสักพัก ฝากดูแลให้ผมทีนะครับ”
วันที่ไม่มีทองพัน ไอยลดารู้สึกสูญเสียอย่างประหลาด เธอเริ่มผิดพลาดกับงาน รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ขยายใหญ่กว่าเดิม
เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ไอยลดาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เธอกำลังกลัวอะไร กลัวสูญเสีย หรือกลัวเจออดีตแบบที่ทองพันเผชิญอยู่?
ค่ำคืนวันหนึ่ง ไอยลดานั่งอยู่บนดาดฟ้าออฟฟิศ มองกรุงเทพยามฝนพรำ เห็นทองพันยืนอยู่ตรงมุมหนึ่ง เธอเข้าไปหาช้า ๆ
“หายดีแล้วเหรอคะ” เธอถามเสียงเบา
“ก็ยัง…แต่ดีขึ้นมากเพราะกลับมาที่เดิม” ตาสองคู่สบกันในความเงียบ
“ฉันคิดถึงเวลาเราเงียบด้วยกันนะ” เธอยิ้ม เศร้า ๆ
“ผมด้วย…แต่ก็กลัวเหมือนเดิม กลัวจะเสียอะไรบางอย่าง”
“ไม่มีใครไม่กลัว…”
สายลมวูบหนึ่งพัดผ่าน ต่างคนต่างนิ่งไปพักหนึ่งเหมือนกำลังรอให้หัวใจพูดแทนถ้อยคำ
“จะลองเขียนบทสรุปใหม่ไปด้วยกันไหมคะ” ไอยลดาเว้นจังหวะ แล้วค่อย ๆ เอื้อมมือไปแตะมือทองพันเบา ๆ
ทองพันกุมมือนั้นไว้ เงียบแต่แน่นแฟ้นกว่าคำพูดใด
ใต้เงาสายฝนบนดาดฟ้า ชายหญิงสองคนยิ้มให้กันเป็นครั้งแรกอย่างจริงจัง ไม่มีคำสารภาพ ไม่มีรอยจูบ มีเพียงสองหัวใจที่เลือกจะให้อภัยอดีตและเดินร่วมกัน บทสุดท้ายรอให้เขียนอยู่บนบรรทัดใหม่ของชีวิต