ฟองอากาศในฤดูร้อน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างกระทบใบหน้า ณฟ้า สาวปีสามเอกดนตรีที่กำลังทดลองเล่นเปียโนโน้ตใหม่ในห้องชมรมดนตรี ริมอาคารเก่าใกล้ชายหาด เธอหลับตา ฟังเสียงคลื่นที่ลอดเข้ามาราวกล่อมจังหวะการกดคีย์ เธอหยุดมือ และถอนหายใจเบา ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงเคาะประตูดังขึ้น อิฐ เพื่อนสนิทที่เรียนวิศวะกรรมโยธาโผล่หน้าเข้ามาในห้อง “ลองเพลงใหม่อีกแล้ว? โห ฝึกหนักจังนะ” แม้จะพูดหยอกแต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เผยออกมาไม่หมด
ณฟ้าเงยหน้าขึ้นถึงจะยิ้มให้แต่ดวงตาดูปริ่มเศร้า “แค่…อยากลองแต่งเพลงให้ลงตัวก่อนรอบคอนเสิร์ตหน้าร้อน”
อิฐวางกระเป๋าลง เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ “งั้นให้ช่วยฟังมั้ย?” เขาถาม น้ำเสียงจริงจังต่างจากปกติที่มักหยอกล้อ
ณฟ้าหลบตา แล้วฝืนยิ้ม “ไม่เป็นไร วันนี้ยังไม่กล้าให้ใครฟัง เละไปหมด” มือไม้เธอสั่นเล็กน้อย
อิฐเหลือบมอง เห็นความลังเลในตัวเพื่อน เขาเอื้อมไปหยิบสมุดเพลงมาเปิดดู “มันไม่เละแบบที่ณฟ้าคิดหรอก เธอแค่กลัวจะไม่ดีพอใช่ป่ะ”
ณฟ้านิ่งไป แล้วถอนหายใจเหมือนไม่อยากพูดต่อ อิฐไม่เซ้าซี้ เขาหยิบปากกาในกระเป๋าเสื้อออกมา ร่างลายน้ำบ้า ๆ ใต้โน้ตเพลง “ถ้ามันกลัวก็ให้ฉันฟังเป็นคนแรกก็ได้ ฉันไม่หัวเราะหรอกนะ”
เธอมองซึ้ง ก่อนเบือนสายตาออกนอกหน้าต่างตรงไปที่ทะเลที่ไกลโพ้น “ถ้าฉันกล้าพอ…” เธอพึมพำเหมือนบอกกับตัวเอง
อิฐไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเพราะรับรู้ได้ถึงกำแพงบาง ๆ รอบใจเพื่อน เขายิ้มน้อย ๆ แล้วขยับลุกขึ้น “ไปกินข้าวกันมั้ย ฉันหิวแล้วเนี่ย”
ณฟ่ากดคีย์เปียโนอีกครั้ง กลืนน้ำลายเหมือนตัดสินใจบางอย่าง “วันนี้อยากเดินไปกินร้านอาหารทะเลใกล้หาด”
ระหว่างเดิน อิฐกับณฟ้าเงียบ งดการพูดคุยที่เคยคุ้น เสียงลมทะเลพัดจังหวะพอเหมาะ อิฐอยากพูดบางอย่างแต่ลังเล เขาถือโอกาสยิ้มเงียบ ๆ แล้วเตะทรายเล่นเบา ๆ
ณฟ้าก้มลงเก็บเปลือกหอย เธอมองเปลือกสีน้ำตาลอมม่วง “อิฐ นายว่าถ้าชีวิตคนมันพัง มันประกอบใหม่ได้เหมือนเปลือกหอยมั้ย”
คำถามคลุมเครือทำให้อิฐชะงัก เขานิ่งไป แล้วแกล้งยักไหล่ “ก็อาจจะไม่เหมือนเดิมเป๊ะ ๆ แต่มันก็ยังสวยในแบบของมันไหมล่ะ”
ณฟ้าเงยหน้ามองเขา “ฉันอยากเชื่อแบบนั้นเหมือนกัน”
ร้านอาหารริมทะเลช่วงบ่ายคนไม่มาก ทั้งคู่เลือกนั่งโต๊ะติดหน้าต่าง อาหารเต็มโต๊ะแต่ต่างคนต่างคีบจานตรงหน้า ไม่กล้าสบตา อิฐรวบรวมความกล้า “ฟ้า เธอ…ยังไม่ลืมเรื่องปีนั้นใช่มั้ย”
ณฟ้าอึ้ง ดวงตาหรี่ลงเหมือนเก็บซ่อนบางอย่าง “บางความทรงจำมันแค่ไม่ยอมจางไป ใช่มั้ยนาย”
อิฐถอนใจแล้วแทรกบทสนทนาเป็นเรื่องบอลทีมโปรดแทน แต่แววตายังกังวล
เย็นนั้น ทั้งสองแยกย้าย ณฟ้านั่งบนพื้นห้อง เปิดสมุดจดเพลง สำเนียงเปียโนเดิมลอยวน เธอกดโน้ตซ้ำไปมาเหมือนหาอะไรบางอย่างในเสียงดนตรี มือเธอสั่นเพราะกลัวจำคำวิจารณ์วันประกวดเมื่อสองปีก่อนยังติดค้างในใจ
วันรุ่งขึ้น อิฐชวนณฟ้าไปหาดอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นกิจกรรมเก็บขยะของชมรมวิศวะที่จะช่วยเพิ่มคะแนนโครงการ อิฐยื่นถุงดำให้ณฟ้า “ไปเก็บด้วยกันหน่อย เธอจะได้พักบ้าง สมองจะได้ปลอดโปร่ง”
ณฟ้าดูเหนื่อยล้าแต่ก็รับถุงขยะ ยิ้มแห้ง ๆ “ขอบใจที่พยายามลากฉันออกมาจากความคิดตัวเองตลอดเลยนะ”
อิฐกลั้วหัวเราะ “เพราะคงไม่มีใครลากแล้ว นอกจากฉัน”
ทั้งสองเก็บขยะไปเรื่อยๆ เงียบ ๆ คละเคล้ามุกแกล้งและการหยอกล้อช่วงสั้น ๆ อิฐเดินนำหน้า โยนขวดพลาสติกใส่ถุงณฟ้า “ระวังโดนมือเชียว เปลี่ยนมาสร้างหุ่นยนต์เก็บขยะดีกว่าไหม จะได้ทำอะไรใหม่ ๆ บ้าง”
ณฟ้าหัวเราะเบา ๆ “ถ้าฉันเก่งกล้าเหมือนนายคงดีสินะ”
เสียงหัวเราะเงียบงันไปเมื่อทั้งสองเดินต่อไปอีก
วันต่อมา ในห้องสมุด อิฐนั่งอ่านตำราพร้อมกาแฟเย็นกลิ่นหวานฉุน เขาเปิดมือถือแต่ลังเลจะส่งข้อความถึงณฟ้า เขาลบข้อความที่พิมพ์ครั้งแล้วครั้งเล่า “อยากฟังเพลงเธอ…พร้อมรึยัง” แต่ก็ไม่กล้ากดส่ง
ณฟ้านั่งอยู่ริมหน้าต่างชั้นสอง เธอหยิบสมุดเพลงขึ้นมาแต่ไม่ใส่ใจเสียงรอบข้าง หัวใจหนักอึ้ง อดีตวันที่เธอเล่นเปียโนพลาดต่อหน้าคนดูยังเผาไหม้ความมั่นใจ เธอยังไม่ยกโทษให้ตัวเอง
คืนหนึ่ง หลังทำวงดนตรีซ้อมเลิก ณฟ้าถูกติวให้ลองร้องเพลงที่ตัวเองแต่ง อิฐกับเพื่อนคนอื่นล้อมวงอยู่ในห้องซ้อม เสียงเพลงกระทบความเงียบ ทุกคนเงี่ยหูฟัง
เมื่อเพลงจบ ทุกคนแสดงความเห็น อิฐสบตาเธอ “เธอแต่งเพลงนี้เพราะเธอกลัวเธอจะสูญเสียใครเหรอ”
ณฟ้าหลบตาทันที ยิ้มจาง ๆ “อาจจะนะ” เสียงเธอสั่น
อิฐไม่พูดต่อ แต่ในแววตาเหมือนอยากซักถามมากกว่านั้น
งานคอนเสิร์ตประจำปีมาถึง ณฟ้าต้องขึ้นเล่นเดี่ยวตรงกลางเวที เธอกระวนกระวาย ก่อนแสดง อิฐเดินมาให้กำลังใจ “ถ้าเธอกลัวก็ให้นึกว่าฉันนั่งข้าง ๆ เหมือนทุกครั้ง”
เธอมองตาอิฐ ใจเต้นแรงแต่ยังไม่กล้าพูดความในใจ เธอยิ้มจาง ๆ “นายก็… อย่าหายไปเหมือนปีนั้นนะ”
เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อณฟ้าขึ้นเวที เธอบรรเลงเปียโนด้วยแรงสั่นเทา เพลงที่แต่งเองเล่าความกลัวและความผิดพลาดในอดีต ทุกคนฟังเงียบงัน
จังหวะจบเพลงลง เสียงปรบมือลั่นห้อง ณฟ้ากั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ เธอรีบลงจากเวที พบอิฐยืนรอหน้าเวที
อิฐยิ้ม “นายทำได้ดีมาก” เขาอยากพูดมากกว่านั้นแต่กลืนถ้อยคำไว้
ณฟ้ามองหน้าเขา น้ำตาคลอ “แต่ฉันยังกลัว… กลัวว่าอะไรจะเปลี่ยนไป”
หลังคอนเสิร์ตทั้งคู่เดินเงียบ ๆ ริมชายหาด ณฟ้าหยิบเปลือกหอยออกจากกระเป๋า “นายยังอยากฟังเพลงฉันต่อมั้ย ถ้าสักวันหนึ่งมันไม่เหมือนเดิม”
อิฐหยุดเดิน มองทะเลในแสงจันทร์ “ฉันอยากฟัง ไม่ว่าเธอจะกลัว ไม่ว่ามันจะออกมาไม่สมบูรณ์”
ณฟ้ากลืนน้ำลาย ลังเล “ฉันกลัววันหนึ่ง…เราจะห่างกันแบบครั้งก่อน”
อิฐนิ่งเหมือนเจ็บปวด เขาพยายามบังคับเสียงให้มั่นคง “ฉันเองก็กลัว กลัวเธอไม่ต้องการฉัน เอาจริง ๆ ฉันแอบรักเธอมาตลอด แต่อดีต…ทำให้ฉันไม่กล้าพอเหมือนกัน”
ณฟ้าตกใจเงียบ สองคนนิ่งงันใต้แสงจันทร์ มีเพียงเสียงคลื่นเป็นพยานเวลาหยุดนิ่ง
คืนเดียวกันนั้น ต่างคนต่างครุ่นคิดถึงอดีต—วันที่อิฐเคยบอกลาทั้งน้ำตา เพราะครอบครัวจะย้ายไปเมืองอื่น แต่สุดท้ายก็เลือกกลับมาเพราะคิดถึงชีวิตที่คุ้นเคยและคนที่พลาดไป นั่นคือณฟ้า
วันถัดมา ทั้งสองห่างกันไป อิฐเริ่มหันไปสนใจชมรมใหม่ ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนต่างกลุ่ม ส่วนณฟ้าทุ่มไปกับเพลงมากขึ้น เธอเริ่มแต่งเพลงเศร้า ๆ ในสมุดระบายความคิดถึง อิฐแอบมองเธอจากไกล ๆ และลังเลจะเข้าไปหา
เวลาเนิ่นนาน ผ่านไปเป็นสัปดาห์ ณฟ้าแวะมานั่งตรงริมทะเลคนเดียวในคืนฝนโปรย เธอเอาสมุดเพลงขึ้นมาถือบนตัก น้ำตาไหลเงียบ ๆ
อิฐเดินเข้าไปหา นั่งข้าง ๆ ไม่พูดอะไร เพียงแค่วางเสื้อคลุมกันฝนให้ นั่งเฉย ๆ
ณฟ้าบีบสมุดเพลงแน่น สะอื้นแล้วพูดเบา ๆ “ฉันทำพังเอง…ทุกอย่างเลย นายเกลียดฉันหรือเปล่า”
อิฐส่ายหน้า เงียบอยู่นาน “ฉันไม่เคยเกลียด แค่กลัวว่าเธอจะไม่เลือกฉันต่างหาก”
ทั้งคู่เงียบกริบ ท่ามกลางเสียงคลื่นและฝนเบา ๆ ต่างเผชิญความเปราะบางของหัวใจตัวเอง
หลังจากคืนนั้น ทั้งคู่เริ่มคุยกันทีละน้อย ไม่รีบร้อน อิฐซ้อมเล่นกีตาร์หน้าชมรมดนตรี ส่วนณฟ้าเดินฝึกเปียโนข้าง ๆ กลายเป็นช่วงเวลาที่ไม่ต้องพูดเยอะ แค่มีอีกคนนั่งอยู่ก็เพียงพอ
สุดท้าย ฤดูร้อนเวียนมาจบอีกครั้ง วันงานเลี้ยงอำลาเรียนปีสุดท้าย ณฟ้าแต่งเพลงใหม่เพื่อบอกลา เธอยื่นกระดาษโน้ตให้อิฐกลางลานทรายใต้แสงจันทร์ ทุกคนจับกลุ่มฟังเสียงเปียโนที่เธอเล่น อิฐนั่งอยู่แถวหน้า
ณฟ้าเล่นเปียโนจนจบ เพลงนี้คือเรื่องราวการเติบโตของหัวใจ ก้าวข้ามอดีตและยอมรับการเปลี่ยนแปลง
หลังจบเสียงปรบมือ ณฟ้ายิ้มให้ กล้าบอก “ขอบคุณที่ไม่ปล่อยมือฉัน… นายคือบ้านของฉันมาตลอดนะอิฐ”
อิฐยิ้ม น้ำตาซึม แม้จะไม่ได้รับคำว่ารักตรง ๆ แต่แววตาทั้งสองคนเต็มไปด้วยความเข้าใจ บนชายหาดที่ลมพัดแรง เพลงจบแต่ฤดูร้อนของหัวใจไม่มีวันจางหายไป