ระยะห่างระหว่างเส้นขอบฟ้า
สายลมหนาวยามเช้าที่ภูกระดึงตีกระทบหน้าพลอย ขณะที่เธอค่อย ๆ เดินก้าวขึ้นทางลาดชัน เธอหอบหายใจเล็กน้อย เพื่อน ๆ ขนาบข้าง เธอสวมหมวกไหมพรมสีเขียวอ่อน ไอหมอกลอยผ่านใบหน้า ทำให้ดวงตากลมดูมัว ๆ พลอยยกกล้องขึ้นถ่ายวิว วิ่งตามกลุ่มไป ก่อนจะชนเข้ากับใครบางคนที่เดินสวนมาจนทำกล้องเกือบหล่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คะ…ขอโทษค่ะ!” เธอรีบก้มเก็บกล้อง ในขณะที่ชายหนุ่มหน้าคมถือกระบอกวาดภาพโน้มตัวช่วยหยิบพร้อมกัน สายตาประสานกันวูบหนึ่ง
“ไม่เป็นไรครับ ระวังด้วย” เขายิ้มบาง ๆ เสียงแหบเจือความอ่อนล้า พลอยไม่พูดอะไรวิ่งแซงออกไป เพื่อน ๆ หัวเราะคิกคัก
ชั่วโมงต่อมา วงค่ายล้อมวงรอบกองไฟบนลานผา พลอยนั่งจ้องภาพวาดที่เด็กหนุ่มเมื่อเช้ากำลังร่าง เขาขีดสีบนกระดาษอย่างเงียบ ๆ มีคนเดินเวียนมาแซว
“เก้า วาดอะไรอะ ลายเส้นแกเหงาเหมือนเดิมเลยนะ”
เก้าเงยหน้าขึ้น เขายิ้มจาง ๆ สายตามองตรงเข้าตาเธอ พลอยขยับหลบ เธอคิดถึงรอยยิ้มเมื่อเช้า เหมือนไม่ได้ยิ้มจากใจ
คืนนั้นเสียงฝนพรำ พลอยนั่งมองมือถือใต้แสงไฟหัวเตียง เธอกดดูหน้าต่างไลน์กลุ่ม เพื่อนชวนคุยถึงกิจกรรมวันพรุ่งนี้ ต่างลงรูปวิว รูปอาหาร รูปบรรยากาศ แต่รูปภาพฝีมือเก้าที่หลุดเข้ามาในกลุ่ม กลับดึงความสนใจมากที่สุด
“แกรู้ปะ ภาพนี้มันเศร้ามากเลย” เพื่อนพลอยส่งไลน์มา
เธอไม่ตอบ นั่งใจลอย พลอยเปิดแชทใหม่แล้วลังเลนิ้วค้างอยู่บนชื่อ “เก้า” ก่อนจะตัดสินใจวางมือถือลง พลอยถอนใจ
เช้าวันต่อมา บนทางเดินเล็ก ๆ ระหว่างหมอกขาว พลอยเดินเดี่ยว ๆ เก้าทำทีว่าเดินผ่านแล้วหยุด เห็นเธอถ่ายรูปต้นไม้
“สนใจพวกต้นไม้ด้วยเหรอ?” เก้าถามเสียงเรียบ พลอยพยักหน้า
“ไม่นึกว่าคนชอบวาดรูปจะเข้าใจต้นไม้”
“ก็…มันเหมือนคนละ เหมือนแต่ละต้นมีปม มีแผล…” เก้ายิ้มขื่น ๆ
ทั้งคู่เงียบ พลอยรู้สึกแปลกใจที่ตัวเองนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ปกติไม่ปล่อยใครเข้ามาใกล้ใจง่าย ๆ
“พลอยอยู่เชียงใหม่เหรอ?”
“อืม กำลังจบโท อยากทำเรื่องสิ่งแวดล้อม…แล้วเก้าล่ะ?”
“กรุงเทพฯ สถาปัตย์ เขียนออกแบบตึกสูง….”
บทสนทนาหยุดลง คลื่นลมเบา ๆ ผสมความเงียบบางอย่าง เก้ามองมือพลอยสั่นนิด ๆ จึงหยิบขวดน้ำส่งให้
“มือเย็นขนาดนั้น ถ้าล้มไม่ต้องเขินอีกนะ”
“ใช่สิ เมื่อวานมันเขินจริง ๆ” พลอยหัวเราะ เก้ายิ้มเหมือนโล่งใจที่เห็นเธอยิ้ม
ค่ำวันนั้น งานกิจกรรมเริ่มครึกครื้น คนผลัดกันเล่าเรื่องผีรอบกองไฟ พลอยนั่งข้างเก้าโดยไม่รู้ตัว
“กลัวผีมั้ย?” เก้าถาม พลอยส่ายหน้า
“ไม่ค่อยกลัวผี…แต่กลัวคนหายไปดื้อ ๆ มากกว่า” เธอพูดเบา ๆ
เก้านิ่งพลัน สีหน้าวูบเศร้า เขาก้มหน้าตะเกียบคีบข้าวไปมา
“เราก็กลัวแบบนั้นเหมือนกัน” เก้าพูดทิ้งท้าย เสียงฝนตกกระทบใบไม้พลางแตะใจพลอย
พอจบค่ายต่างกลุ่มต่างแยกทาง ในรถกลับเชียงใหม่พลายนั่งซึม มองรูปที่ถ่ายคู่กับเพื่อน ๆ ไม่มีเก้า
เวลาผ่านไป พลอยมักได้เห็นรูปภาพวาดที่เก้าอัปลงในเฟซบุ๊ก รูปวิวสายฝน รูปมือวาดกล่องจดหมาย รูปการจากลาที่ว่างเปล่า เธอมักจะกดไลก์แบบกล้า ๆ กลัว ๆ
สามเดือนต่อมา เธอกลับมาเชียงใหม่เพื่อเริ่มงานวิจัย ทุกอย่างวุ่นวายจนไม่มีเวลาคิดเรื่องใคร แต่วันหนึ่ง กล่องข้อความขึ้นแจ้งเตือน “สวัสดีครับพลอย เก้านะครับ…”
พลอยนั่งลังเล เหม่อมองหน้าจออยู่นาน ก่อนจะตอบกลับ “สวัสดีค่ะ คุณยังวาดภาพอยู่ไหม”
ทั้งสองเริ่มพูดคุยกันบ้างผ่านข้อความ ในช่วงเวลาเงียบเหงาตอนกลางคืน บทสนทนาไม่เคยยาว ต่างคนต่างเว้นจังหวะนาน ประโยคสั้น ๆ มีความเงียบแทนความรู้สึกที่ไม่กล้าเปิดเผย
“งานช่วงนี้เหนื่อยมากเลยค่ะ เหมือนวิ่งไปไม่ถึงไหน” พลอยส่งข้อความ เค้นยิ้มฝืน ๆ ใส่มือถือ
“เหนื่อยเหมือนกันครับ …แต่ลองวาดรูปปล่อย ๆ ดู” เก้าตอบ พลอยกดดูภาพวาดเมฆบนเส้นขอบฟ้าใจลอย
ชั่วขณะที่ความสนิทค่อย ๆ ก่อตัว แม้จะพูดคุยไม่ถี่ ไม่มีเรื่องหวือหวา แต่ละประโยคมีบางอย่างซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด ความสัมพันธ์ที่เริ่มผ่านหน้าจอ
วันหนึ่ง พลอยโพสต์รูปดอกไม้ป่าในเฟซบุ๊ก เก้ามาคอมเมนต์ “สวยจังครับ” เธอตอบแค่ยิ้ม ๆ เพื่อนมาแซว
“เก้าใช่มั้ย แบบนี้ชอบแกแน่ ๆ”
“อย่าพูดบ้า ๆ น่า” พลอยเขินกลบเกลื่อนแต่ใจเต้นแรง
มีบางคืน เก้าส่งภาพวาดภูเขากับข้อความ “ถ้าวันนึงได้กลับไป จะมองวิวนี้กับใครดีนะ”
พลอยอ่านแล้วนั่งนิ่ง เฉย ๆ ไม่ตอบอะไร เธอรู้สึกว่าเก้าชอบปิดกั้นตัวเองไว้กับอดีตบางอย่าง
หลายครั้งที่พลอยนัดแฮงเอาต์กับเพื่อน คุยหัวเราะสนุก เก้าแทบไม่กล้าโทรมา เธอเคยรอให้เขาชวนคุยแต่เขาไม่โทรหา วันหนึ่งพลอยตัดสินใจพิมพ์ข้อความหยอดไป “เห็นหน้าแล้วเบี้ยวตลอด ทำไมไม่โทรมาเลย”
เก้านั่งนิ่งอยู่ไกล ๆ ที่กรุงเทพฯ เขายิ้มเศร้า “กลัวรบกวน ไม่อยากให้ลำบากใจ”
ความเงียบยาวผ่านไปเป็นสัปดาห์จนพลอยคิดจะตัดใจ แต่แล้วเก้าก็ทักมาชวนคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กลางดึกวันหนึ่ง หลังฝนตกหนัก เก้าตอบกลับช้า พลอยนอนไม่หลับ เห็นเขาโพสต์รูปเก่า ๆ เพื่อนคอมเมนต์ “รูปเมื่อสี่ปีก่อน?”
พลอยหยุดคิดสงสัย ก่อนจะตัดสินใจส่งข้อความ “ชอบเก็บของเก่าเหรอ?”
เก้าพิมพ์กลับมา “บางทีอดีตมันสบายใจกว่าปัจจุบันนะ”
พลอยนิ่ง อยากถามว่าหมายถึงอะไร แต่ไม่กล้า เธอคิดถึงแววตาเศร้า ๆ ตอนที่เขามองขอบฟ้าที่ภูกระดึง
หนึ่งเดือนต่อมา พลอยต้องไปกรุงเทพฯ เพื่อสัมมนา เธอลังเลอยู่นานก่อนชวนเก้าออกไปนั่งร้านกาแฟด้วยกัน
ร้านกาแฟใกล้สวนสาธารณะ บรรยากาศเย็น ๆ พลอยกับเก้านั่งฝั่งตรงข้ามกัน เก้ามาก่อนเวลามาก คนเงียบ ๆ อย่างเขาดูประหม่า เธอทักทายแบบตะกุกตะกัก
“อากาศไม่ค่อยร้อนนะวันนี้”
“ครับ…ร้อนในใจมากกว่า” เก้ายิ้มฝืน
บทสนทนาอึดอัด พูดกันสั้น ๆ เสียงจิบน้ำกาแฟดังในช่วงความเงียบ
“พลอยโอเคไหม ไปอยู่ทางเหนือตั้งนาน”
“คิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อน…แต่ก็ชินแล้ว”
“บางทีมันว่างเปล่ากว่าที่คิด” เก้าพึมพำ
พลอยสบตา เก้าหลีกตาไปนั่งวาดมือ
“เก้า…ทำไมชอบอยู่เงียบ ๆ คนเดียว”
“บางที…มันเหนื่อยน่ะ เหนื่อยกับคนที่ต้องห่าง…” เก้ายิ้มขื่น ทำให้พลอยรู้สึกผิดปนสับสน
หลังวันนั้น พวกเขาพบกันน้อยลง หลังสัมมนา พลอยกลับเชียงใหม่อย่างรวดเร็ว ไม่พูดอะไรต่อ
เวลาผ่านไปต่างคนต่างงานยุ่ง บางครั้งพลอยพยายามจะติดต่อแต่เก้าปลีกตัวไปเงียบ ๆ เสมอ ความรู้สึกเหมือนกำลังจะจางหาย
คืนหนึ่งในหน้าฝน พลอยนั่งมองฟ้าผ่าระหว่างรอผลวิจัย เธอเห็นภาพวาดใหม่ในไทม์ไลน์ “หากเมฆไม่ลอยผ่านเส้นขอบฟ้า เราคงไม่ได้พบกัน” เธอกดไลก์โดยไม่คิดอะไร แต่น้ำตากลับหยดลงบนหน้าจอมือถือโดยไม่รู้ตัว
วันรุ่งขึ้น พลอยบอกตัวเองให้ลืม แต่ภาพวาด ภาพถ่าย ข้อความสั้น ๆ ของเก้ากลับผุดขึ้นในใจครั้งแล้วครั้งเล่า
เธอเคยถามตัวเองว่าควรรอไหม ควรบอกให้เขารู้ความรู้สึกไหม ทุกครั้งที่พิมพ์ข้อความลบแล้วลบอีก ท้ายที่สุดเธอก็ตอบตัวเองแค่ “ไม่กล้า…”
ฤดูฝนละลายกลายเป็นฤดูหนาว พลอยไปตั้งแคมป์บนดอยอีกครั้งกับกลุ่มเพื่อน ขณะเดินชมวิวช่วงเช้ามีใครบางคนทักจากด้านหลัง
“วิวนี้…เหมือนกับที่เคยอยู่ด้วยกันไหม”
พลอยหันมาเจอเก้า สีหน้าเขาช้ำแต่ดวงตามุ่งมั่น เธอประหลาดใจ
“ทำไมถึงมา…?” น้ำเสียงเธอสั่น เก้าลังเลก่อนจะพูด
“เราไม่อยากอยู่กับอดีตอีกแล้ว…”
สายลมหนาวตีหน้า พลอยมองเขา น้ำตาคลอเบ้า ไม่กล้าก้าวเข้าใกล้ เก้าสั่นเทิ้ม สีหน้าเก้อเขินแต่ตัดสินใจยิ้ม
“พลอย…อยากเริ่มอะไรใหม่ ๆ ไหม แม้มันจะเหงา แม้มันจะไม่ง่าย…” เก้าหยุด เงียบไป “เราอาจจะกลัวอยู่…แต่ถ้ายังไม่ลอง ก็ไม่รู้ว่าจะไปถึงขอบฟ้าหรือเปล่า”
พลอยหัวเราะทั้งน้ำตา เธอกัดริมฝีปากคิด ก่อนจะตอบว่า
“เราเองก็กลัว…แต่ถ้าอยู่ด้วยกัน เราคงกล้าขึ้นนิดหนึ่ง”
เก้ายิ้มออกอย่างสบายใจ เขาผงกศีรษะเหมือนยอมรับความกลัวนั้น และพร้อมจะเดินไปข้าง ๆ กัน แม้ว่าวิวข้างหน้าจะเต็มไปด้วยเมฆหมอกอีกหลายชั้นก็ตาม
เสียงลมเย็นพัด ทั้งสองนั่งข้างกัน มองฟ้าต่อจากกันโดยไม่ต้องพูดอะไรอีก ระยะห่างระหว่างสองใจค่อย ๆ สั้นลงทุกขณะ เหมือนขอบฟ้าที่เคยไกลตาค่อย ๆ จางลง จนมองเห็นกันได้ชัดเจนอีกครั้ง