คำสาปเงาแหล่งน้ำ
เสียงล้อรถบดอัดดินแดงในฤดูแล้งลั่นดังลั่นบนถนนเข้าสู่หมู่บ้านริมแม่น้ำ ชายหนุ่มในวัยสามสิบต้น ๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีหม่น นั่งเบียดอยู่ท้ายรถสองแถว สายตาหลบเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัด ท่ามกลางผู้โดยสารเงียบงัน ศักดิ์หรี่ตามองผ่านกระจกเก่า ๆ เห็นเงาน้ำวับวาวลึกสุดขอบฟ้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ศักดิ์…ใช่ไหม?”
เสียงหญิงชราข้าง ๆ สะกิดเบา ๆ มือเหี่ยวย่นแตะต้นแขนเขา สายตาเธอขุ่นคล้ายจับผิด
“ครับ…ป้าจัน ผมเอง”
“กลับมาเพราะพ่อสินะ”
คำพูดที่ฟังราบเรียบแต่เหมือนมีน้ำหนักบางอย่างกดทับบรรยากาศ ศักดิ์เพียงพยักหน้า เหงื่อซึมขมับ มือกำกระเป๋าหนักแน่น
เมื่อรถจอดหน้าศาลาประชาคม ศักดิ์เดินผ่านกลุ่มชาวบ้านที่พูดคุยกันเบา ๆ เสียงแว่ว ๆ ถึง “ศักดิ์ลูกลุงสมาน” กับ “คนที่หนีไป” เขาเดินลัดเลาะไปยังบ้านไม้ริมน้ำหลังเดิม เงาร่มไม้ใหญ่ทำให้บ้านดูมืดทึบผิดปกติ
เสียงประตูไม้เก่าดังกึก เขาก้าวเข้าไป กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นธูปแผ่ว ๆ ลอยตลบ ห้องโถงว่างเปล่า รูปพ่อแขวนบนผนัง หน้าตาเศร้าสร้อย ถัดไปคือโลงศพวางเด่นอยู่กลางบ้าน มีเทียนไขสองเล่มส่องแสงวูบไหว
“กลับมาแล้วเหรอ เอ็ง…สุดท้ายก็หนีอะไรไม่พ้น” เสียงหญิงวัยกลางคนดังจากมุมมืด แม่เขาทรุดตัวอยู่ข้างโลงศพ ตาแดงก่ำ
“แม่…ผมขอโทษที่ช้า” ศักดิ์เอื้อมมือไปจับมือแม่ กลิ่นน้ำตาและน้ำอบผสานกัน
แม่ไม่ตอบ แค่ลูบหลังมือเขาเบา ๆ หันหน้ามองไปยังเงานอกหน้าต่างที่ทาบทับพื้นไม้ เงานั้นยาวและบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ
ค่ำคืนแรก ศักดิ์นอนพลิกตัวไปมา ได้ยินเสียงน้ำจากแม่น้ำหลังบ้านซึมเข้ามาในความเงียบ เสียงปลาไล่ฟองอากาศ เสียงกบ เสียงไม้แห้งลั่นเหมือนมีบางสิ่งไต่ขึ้นบนฝ้าเพดาน
เวลาผ่านไป เขาได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับลมพัดลอดเข้ามา “อย่า…กลับมา…อย่า…”
ศักดิ์ลุกพรวด เหงื่อซึมทั่วตัว เขามองไปรอบห้อง ไม่มีใคร นอกจากความมืดและเงาจากหน้าต่างที่เหมือนขยับไปมา
เช้าวันถัดมา ศักดิ์เดินไปริมท่าน้ำ เห็นพ่อใหญ่คง กำลังงมหอยอยู่ในน้ำตื้น ชายชรามองมาด้วยสายตาประหลาด “เอ็งกล้ากลับมาจริง ๆ สินะ”
“ผมต้องจัดการเรื่องพ่อ” ศักดิ์เสียงสั่นคล้ายไม่มั่นใจ
“พ่อเอ็ง…เขาไม่ได้ตายเพราะแก่มั้ง” พ่อใหญ่คงว่าเบา ๆ ละสายตากลับไปยังน้ำขุ่น ๆ
ศักดิ์ลังเลแต่ใจเต้นแรง “หมายความว่าไง?”
พ่อใหญ่คงเงียบไปนาน “เอ็งเคยได้ยินเสียงตอนดึก ๆ มั้ย…เสียงที่มันดังจากน้ำ?”
ศักดิ์ไม่ตอบ สายลมเย็นวูบหนึ่งพัดมา น้ำในแม่น้ำเป็นริ้วคลื่น เงาไม้เหนือหัวขยับไหว
“อย่าไปสนใจมันมากนัก…ถ้าไม่อยากเจอแบบลุงสมาน”
ศักดิ์เดินกลับบ้านด้วยใจสั่น ๆ ขณะเดินผ่านทุ่งหญ้ารก ชาวบ้านสองสามคนหยุดคุยทันทีที่เห็นเขา สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดระแวง
บนเรือน ศักดิ์ช่วยแม่เตรียมของเซ่นไหว้ เขาถามถึงพ่อ “แม่…พ่อเคยพูดอะไรแปลก ๆ มั้ยก่อนตาย?”
แม่หลบตา “ก็แค่บ่นเรื่องคนแปลกหน้า…กับเสียงที่ได้ยินจากน้ำ…”
“เสียงอะไร?”
แม่เงียบอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจ “บางที…มันอาจเป็นกรรมเก่า”
ศักดิ์ค้างอยู่กับคำพูดนั้น คืนนั้นเสียงกระซิบกลับมาอีกครั้ง หนักแน่นกว่าเดิม “ออกไป…อย่าอยู่ที่นี่…” เสียงปะปนกับเสียงน้ำกระเพื่อมเบา ๆ
ศักดิ์เอาผ้าห่มปิดหน้า ใจเต้นแรง รู้สึกเหมือนได้กลิ่นดินเปียกชื้น กว่าหลับไปด้วยความหวาดกลัว
วันรุ่งขึ้น ศักดิ์พบกับแสง เด็กหนุ่มวัยยี่สิบปลาย ๆ ที่บ้านใกล้กัน แสงเคยเป็นเด็กหัวอ่อนแต่วันนี้ดูผิดไป ใบหน้าซูบซีดเหมือนคนอดนอน
“พี่ศักดิ์…เห็นอะไรตอนกลางคืนมั้ย?” แสงถามเสียงแผ่ว
“ทำไมต้องถามแบบนั้น?”
แสงเหลือบตาไปทางแม่น้ำ “ผม…ได้ยินเสียงคนร้องไห้จากน้ำ…เมื่อคืน”
ศักดิ์ใจหายวาบ “ใครกัน?”
แสงสั่นศีรษะ “ผมไม่รู้…แต่ทุกวันเสียงมันดังขึ้นเรื่อย ๆ”
“แล้วมีใครเคยเห็นอะไรแปลก ๆ รึเปล่า?” ศักดิ์ถาม
แสงเหลือบตาไปรอบ ๆ ก่อนจะกระซิบ “เคยมีคนหายไป…ตั้งแต่สมัยพ่อพี่ยังหนุ่ม ๆ นั่นแหละ”
“ใครหาย?”
“แค่…เด็กคนหนึ่ง แล้วก็ไม่เคยเจออีกเลย”
สายตาแสงหม่นเศร้า ราวกับเก็บความกลัวไว้ลึก ๆ
คืนนั้นฝนตก เสียงหยาดน้ำกระทบหลังคากระเบื้อง ศักดิ์นอนไม่หลับ มองเงาสะท้อนหน้าต่าง มันเหมือนใบหน้าคนจ้องกลับมาในเงาวังน้ำ
เขาลุกเดินไปที่ระเบียง เสียงน้ำไหลดังขึ้นผิดปกติ เงายาวของต้นไทรใหญ่หลังบ้านดูเหมือนจะเคลื่อนไหว ศักดิ์ขนลุก รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งจ้องมองจากใต้เรือน
เช้าวันถัดมา ศักดิ์ไปที่บ้านพ่อใหญ่คงอีกครั้ง คราวนี้พบว่าประตูถูกปิดเงียบ เขาเคาะเรียกข้างใน เสียงฝีเท้าอยู่หลังบานประตูแต่ไม่มีใครเปิด
เสียงกระซิบเบา ๆ เล็ดลอดออกมา “อย่ามายุ่งกับมัน…อย่า…”
ศักดิ์ยืนงง กลับไปที่ศาลาวัดซึ่งมีพระภิกษุชรานั่งสงบเงียบ เขาไปนั่งใกล้ ๆ พลางมองเงาน้ำที่ล้นท่วมตลิ่ง
“หลวงตา…พ่อผมตายเพราะอะไร?”
หลวงตาเหลือบตาเฉย ๆ “คนเราชอบหลีกหนีความผิด…สุดท้ายมันก็กลับมาหา”
“หมายความว่าไง?”
“เจ้าจะมองเห็น…เมื่อถึงเวลา”
ศักดิ์สับสน หนักใจจนพูดไม่ออก
คืนนั้น ศักดิ์ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินช้า ๆ บนชานบ้าน เสียงน้ำหยดลงบนพื้นไม้ เขาแง้มประตูออกไปไม่มีใคร มีเพียงเงาคนยืนทาบกับผนังแล้วค่อย ๆ เลือนหายไป
ศักดิ์เริ่มฝันร้ายทุกคืน เขาเห็นภาพเด็กชายคนหนึ่งจมน้ำ เงามืดปกคลุมใบหน้า ศักดิ์สะดุ้งตื่น หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
วันต่อมา ศักดิ์สังเกตเห็นแม่เริ่มพูดคุยกับตัวเองในห้องมืด เธอพูดถึง “ลูกชายอีกคน” ที่ไม่มีตัวตน ศักดิ์พยายามถามแต่แม่ไม่ตอบ ดวงตาเธอเหมือนหลบซ่อนบางอย่าง
แสงเริ่มหายไปจากหมู่บ้าน ไม่มีใครพบเห็น ศักดิ์เริ่มรู้สึกว่าทุกคนในหมู่บ้านต่างแปลกแยกและปิดบังความจริง
เขาพยายามถามป้าจัน “แสงหายไปไหน?”
ป้าจันหลบตา “เด็กมันซน…อาจหนีไปเอง”
ศักดิ์ไม่เชื่อ เขาเริ่มตามหาความจริง เดินไปตามท่าน้ำกลางคืน ได้ยินเสียงร้องไห้แผ่ว ๆ ดังมาจากเงาวังน้ำ
เขาเดินลงไปจนขาแตะน้ำเย็นเฉียบ เงาคนขยับวูบไหวในน้ำ ศักดิ์ก้าวถอยออกมาด้วยความกลัว
เช้าวันถัดมา หมู่บ้านเงียบงัน ชาวบ้านพากันเดินหลบสายตา ไม่มีใครพูดถึงแสง ไม่มีใครพูดถึงเสียงน้ำ
ศักดิ์เริ่มค้นบ้าน พบสมุดบันทึกเก่า ๆ ของพ่อ ในนั้นมีแต่ประโยคซ้ำ ๆ “มันมาเฝ้าทุกคืน…มันเอาไปทีละคน…”
เขาเอาสมุดไปถามแม่ แม่สะอื้น “ตอนเอ็งยังเล็ก…มีเด็กคนหนึ่งหายไป…ไม่มีใครพูดถึงอีกเลย”
“แล้วพ่อเกี่ยวอะไร?”
แม่ตัวสั่น “พ่อเอ็ง…เขาเป็นคนเห็น แต่ไม่ช่วย…ปล่อยให้น้ำกลืนเด็กคนนั้นไปต่อหน้าต่อตา”
ศักดิ์อึ้ง พยายามนึกถึงอดีต ในหัวมีเพียงภาพเงาเด็กในน้ำกับเสียงร้องไห้ในความมืด
คืนนั้น เสียงน้ำดังราวกับจะกลบทุกอย่าง เงายาวของไม้ใหญ่พาดทับเรือน ศักดิ์เดินไปที่ท่าน้ำอีกครั้ง คราวนี้เห็นเงาคนยืนอยู่กลางน้ำ เงานั้นเหมือนเด็กชายแต่ไม่มีใบหน้า
เสียงกระซิบดังขึ้น “ทำไม…ไม่ช่วยฉัน…”
ศักดิ์ตัวแข็ง พูดไม่ออก เงาเด็กขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ น้ำเย็นเฉียบล้นเข้าตีนเขา
เขาถอยหลังแต่ขาก้าวไม่ออก เงาเด็กยืนอยู่ตรงหน้า “ทุกคน…ต้องจำได้…ทุกคนต้องเจ็บเหมือนกัน”
ศักดิ์หลับตาแน่น พยายามพูด “ขอโทษ…ฉันไม่รู้…ฉันเป็นเด็ก…ฉันกลัว…”
เสียงน้ำกลบเสียงเขา ศักดิ์ล้มลงไปในน้ำ มือคว้าหาอะไรบางอย่าง เงาเย็นเยียบไล่ผ่านร่าง เขาเห็นภาพอดีต เด็กชายกำลังจมน้ำในวัง ทุกคนยืนอยู่บนตลิ่ง ไม่มีใครช่วย รวมถึงตัวเขาเอง
เสียงร้องไห้ดังก้องในหัว คำสาปมิใช่แค่ของหมู่บ้าน แต่เป็นของเขาและทุกคนที่เคยเห็นแต่เลือกเมินเฉย
สุดท้าย ศักดิ์ฟื้นขึ้นมาบนฝั่ง เปียกมอมแมม แม่ยืนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ เงาเด็กในน้ำหายไปแล้ว
ศักดิ์มองหมู่บ้านร้าง ผู้คนทะยอยหายไปทีละคน ทิ้งไว้เพียงเสียงน้ำกับเงาวังอาฆาต
ถึงวันที่เขาต้องจากไป ศักดิ์หันกลับมามองเงาน้ำที่ยังวูบไหวอยู่เสมอ เสียงกระซิบยังไม่จางหาย “ผิด…ไม่ลืม…จะรอวันถูกจดจำ…”
ศักดิ์รู้ดีว่าแม้เขาจะหนีไป แต่เงาน้ำแห่งนี้จะเฝ้าตามหลอกหลอนเขาตลอดไป