ฤดูฝนที่ไม่มีร่ม
ฝนตกปรอยๆ ท้องฟ้าเหนือมหาวิทยาลัยขาวเทา ถนนเปียกสะท้อนแสงไฟ เติ้ลยืนอยู่ที่มุมระเบียงตึกวาดเส้น วาดลายเส้นลงบนกระดาษอย่างใจลอย รอยยิ้มจางจมกับเสียงฝนราวกับเขาไม่ต้องการจดจำอะไรในวันนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ เติ้ลถอนหายใจตอบรับด้วยน้ำเสียงเบา “ครับอาจารย์…ใช่ครับ เดี๋ยวผมไปรับโปรเจคต์ตรงห้องชมรมละคร” เขาวางสายรวบของ ก้มหน้ากึ่งรีบกึ่งกลัวเหยียบแอ่งน้ำบนทางเดิน หัวใจเขาเต้นแรงด้วยเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่อยากยอมรับว่าคืออะไร
ห้องชมรมละครอยู่ปลายตึก นิวกำลังเก็บเสื้อผ้าคอสตูม เธอกระตุกยิ้มเมินหน้าตอนเติ้ลเดินเข้า “มาแล้วเหรอ ก็นึกว่าจะไม่กล้ามา” เสียงเธอเคลือบยอกย้อน เติ้ลไม่มองตา เดินตรงไปหยิบพอร์ตโปรเจคต์ ลมหายใจหนักขึ้น
“อาจารย์บอกให้เราทำงานกลุ่มด้วยกันนะ” นิวเอ่ยพลางเรียกให้เติ้ลหยุด เธอเดินเข้าใกล้ วัดท่าที “นายจะโอเคเหรอ ฉันไม่อยากแบกคนเฉื่อย”
เติ้ลกัดริมฝีปาก แววตาเปล่งประกายเจ็บปวดชั่วขณะ “ผมทำงานได้นะ…ไม่ต้องห่วง” เขาเอ่ยสั้นๆ พลางเดินกลับไปที่หน้าต่าง ฝนยังตกอยู่
“ยังกับพายุลากไปทั้งวัน นายมีเรื่องในใจเหรอ? นอกจากกลัวฉันท่าเดียว” นิวพูดคล้ายท้าทาย เติ้ลนิ่งไปนาน ราวกับไม่กล้าสารภาพความกลัวหรือความเศร้าในใจ
นิวมองมือเติ้ล เธอสังเกตว่าเขาสั่นไม่บ่อยนัก “งั้น…ถ้าไม่อยากพูดก็อย่าฝืน แต่ช่วยตั้งใจทำงานหน่อย” เสียงเธอแผ่วลง มือแตะไหล่เติ้ลด้วยความห่วงใยที่เธอซ่อนเร็ว
วันต่อมา ฝนยังตกไม่หยุด สองคนเจอกันในหอสมุด เติ้ลเงียบจดจ่อกับแผ่นสเก็ตช์ นิวอ่านสคริปต์ เสียงรถผ่านหน้าต่างเบาบางจนเติ้ลได้ยินเสียงใจตัวเองเต้น
“นายวาดรูปแบบนี้…เคยคิดอยากวาดเรื่องราวของตัวเองบ้างไหม?” นิวถามขึ้น เติ้ลหยุดมือ หันมามองนิวแล้วหลบสายตา “ไม่เคย…ผมว่ามันออกมายาก”
นิวเอียงคอมองภาพที่ยังไม่เสร็จ “กลัว?”
เติ้ลไม่ตอบ นิ่งนานจนบรรยากาศเงียบ คนในหอสมุดเดินผ่านไปมา นิวถอนหายใจ “คนเราก็กลัวเรื่องแบบนี้กันทั้งนั้น นายไม่ใช่คนเดียวหรอก… ที่จริงฉันก็กลัวเหมือนกัน”
ช่วงค่ำ สองคนนั่งรอฝนซาที่ป้ายรถเมล์ เติ้ลเอาร่มออกมาแต่ไม่กาง นิวอดหัวเราะไม่ได้ “ร่มนายเอาไว้โชว์รึไง?”
“จริงๆ มันหักนิดหน่อย” เติ้ลพูดหน้าซีด ทำให้เงียบไปชั่วคราว “…ก็ไม่รู้จะซ่อมยังไงแล้ว”
นิวหยิบร่มตัวเองมายื่น “เอาของฉันไปก่อน ฉันชินเปียกแล้ว” สายฝนพรำโอบสองคนนั้น เงามัวของไฟข้างถนนแต้มใจเบาๆ
“ขอบคุณ…นะ” เติ้ลรับมาอย่างเก้อ เขามองหน้าตัวเองในกระจกเงาหน้าร้านฝั่งตรงข้าม ราวกับสงสัยว่าคนที่นิวเลือกจะคุยด้วยคือตัวเขาจริงๆ หรือเปล่า
วันรุ่งขึ้นเติ้ลส่งร่มให้คืน นิวไม่ได้รับกลับ เธอยิ้มแทน “เก็บไว้ใช้เลย ฝนยังจะตกอีกหลายวัน” คำพูดย่อยง่ายแต่ทำให้บางอย่างอิ่มแน่นในอกเติ้ล
ช่วงเตรียมโปรเจคต์ละคร เติ้ลต้องเข้าเวิร์กช็อปกับนิวและเพื่อนๆ ในชมรม บรรยากาศตึงเครียดเมื่อการแสดงซ้อมไม่เป็นไปอย่างหวัง นิวอดไม่ได้ที่จะตำหนิเติ้ลกลางวง “นายจะเงียบไปถึงเมื่อไหร่! ถ้าไม่ออกไอเดีย ฉันก็คิดเองหมดเหมือนเดิม!”
เติ้ลหน้าเสีย เพื่อนในกลุ่มเริ่มขมวดคิ้ว พราวถาม “แล้วนายวาดฉากได้หรือยัง?” เติ้ลส่ายหน้า ริมฝีปากขยับแผ่ว “ขอโทษ… ผมจะรีบทำให้เสร็จ”
นิวสบตากับเขานาน เหมือนจะขอโทษแต่ไม่เอื้อนเอ่ยอะไร สรรพเสียงในชมรมเงียบงัน
เย็นนั้น เติ้ลกลับห้องคนเดียว ไม่กินข้าว มองภาพเก่าที่ใจยังเจ็บเสียใจ—ภาพครอบครัวที่เขาเคยทิ้งไว้เบื้องหลัง เหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนผุดขึ้นซ้ำๆ เขาจมอยู่กับข้อผิดพลาดในวันที่พ่อเสีย และเขาไม่กล้าไปเยี่ยมครั้งสุดท้าย
วันหนึ่ง หลังการซ้อมนิวตามเติ้ลไปถึงห้องวาดเส้น คนในชมรมต่างแยกย้าย นิวจ้องเติ้ลนาน เก็บความสงสัยไม่ได้ “นาย…มีอะไรกันแน่ ทำไมดูเสียใจตลอดเวลา?”
เติ้ลลังเล น้ำเสียงตะกุกตะกัก “ผม…เสียพ่อไป แบบที่ผมยังไม่ได้ขอโทษ…พลาดเพราะกลัว”
นิวชะงักไป “ฉัน…ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ… ทุกคนมีอดีตผิดพลาดกันทั้งนั้น”
ความเงียบสายฝนตกกระทบหน้าต่าง เติ้ลมองมือที่สั่น เขาพูดเบา “ผมกลัว…ว่าถ้าเปิดใจให้อะไรใหม่ๆ จะต้องเสียใจอีก”
นิวสบตาเงียบงัน น้ำเสียงหวานแหว “ฉันเองก็กลัว…แต่ฉันไม่ชอบอยู่นิ่งๆ กับความกลัว”
ถึงจุดนี้ความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยน เติ้ลกล้ามองนิวตรงๆ เวลาคุยนานขึ้น แม้บางเวลาเติ้ลยังเงียบ แต่นิวเริ่มปรับวิธีพูด เธอไม่ค่อยแข็งกร้าวเหมือนเดิม ตรงกันข้าม เธอบอกฝันของตัวเองกับเติ้ลเป็นครั้งแรก “ฉันอยากไปเรียนต่อเมืองนอก…แม่ฉันคาดหวังไว้มาก”
เติ้ลสีหน้ากังวล “ถ้างั้น…โปรเจคต์นี้สำคัญกับนิวสุดๆ เลย”
นิวหัวเราะลำบากใจ “สำคัญนะ แต่…มันไม่ใช่อนาคตของฉันจริงๆ ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงต่อหลังจากนี้”
เติ้ลสบตาเธอช้า ๆ “นิวกลัวอะไร?”
นิวเงียบ นั่งกอดเข่าอยู่ที่พื้น “กลัวผิดหวัง กลัวหายไป…ถ้าเลือกพลาด แม่จะผิดหวัง ฉันจะผิดหวังตัวเอง”
เติ้ลพยักหน้า เสียงรถฝนซา “ผมเคยกลัวเหมือนกัน แต่พอเสียพ่อไป แบบ…ดื้อรั้น ไม่ยอมพูดดีกัน มันก็ไม่มีโอกาสได้ย้อนคืนอีก”
นิวค่อย ๆ เอื้อมมือมาแตะแขนเติ้ล “เราต้องให้อภัยตัวเองก่อนมั้ง…”
วันรุ่งขึ้นข่าวลือเกี่ยวกับเติ้ลกระจายไปในคณะ—มีคนเอาอดีตครอบครัวเติ้ลกับการหนีปัญหามาพูดลับหลัง นิวเห็นเติ้ลหลบหน้า กลับห้องวาดมือเปล่า เพื่อนชมรมเริ่มมองเติ้ลแปลก ๆ
นิวเผชิญหน้ากับกลุ่มเพื่อนกลางชมรม “เจอปัญหามันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ทุกคนล้วนมีด้านที่ไม่กล้าเปิดเผย!” เธอเสียงแข็ง เพื่อนๆ เงียบไป
หลังจากนั้นเติ้ลเริ่มเว้นระยะห่างกับนิว—ไม่มาติว ไม่มาทำงานกลุ่ม นิวโทรหาไม่รับ ส่งข้อความไม่ตอบ ข้อความสุดท้ายมีแค่ว่า “ขอโทษนะ…อยากอยู่คนเดียว”
ค่ำคืนหนึ่ง นิวมารอเติ้ลที่หัวมุมระเบียงวาดเส้น ฝนกระหน่ำหนักเป็นพิเศษ วันนั้นโปรเจคต์ต้องสรุปค่าใช้จ่าย นิวโทรเรียกเติ้ลออกมา “ฉันรออยู่ตรงนี้นะ…ไม่ออกมาก็คงไม่ไหว”
เติ้ลยืนอยู่หลังกำแพง ตัดสินใจนานจนมือเย็นเฉียบ แต่สุดท้ายก็เดินออกไปช้า ๆ น้ำฝนไหลเปียกหัว ก่อนถึงนิว เขาเอ่ยเบา “ขอโทษที่หนีอีกแล้ว…ผมไม่กล้าเผชิญอะไรกับใครนาน ๆ”
นิวสบตานิ่ง เสียงฝนกลบไปหมด “ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องพ่อใช่ไหม?”
เติ้ลกลืนน้ำลาย พูดเสียงแหบ “ผมกลัว…จะเสียสิ่งดี ๆ อย่างเธออีก”
นิวเดินเข้ามาใกล้ ชิดจนได้ยินเสียงหายใจ “ฉันก็กลัวเหมือนกัน…แต่ฉันไม่อยากให้ใครต้องเดินกับความกลัวตามลำพัง”
ความเงียบตรงนั้นเจือจางลง เติ้ลพูดสั้น ๆ “ขอบคุณที่ยังรออยู่…แม้ผมจะผิดหวังตัวเองบ่อยๆ”
นิวจับมือเติ้ลแน่น “จะไปไหน ไปด้วยกันไหม?”
จากวันนั้น พวกเขากลับมาทำงานด้วยกัน แม้จะยังมีข้อขัดแย้งบ้าง แต่ไม่ต่างคนต่างหลบเหมือนเดิมอีก เติ้ลกล้าเสนอไอเดีย ประชุมกับกลุ่ม นิวเองยอมรับจุดอ่อนของตัวเอง กล้าให้ทีมช่วยและไม่ควบคุมทุกอย่างเหมือนครั้งก่อน
คืนก่อนขึ้นโชว์ละครเติ้ลกับนิวเดินกลางสายฝน เบียดไหล่กันใต้ร่มผืนเดียว เงียบอยู่นาน ก่อนนิวจะหลับตาแล้วพูด “ขออะไรไว้หน่อยดิ…อย่าหายไปจากกันง่าย ๆ นะ”
เติ้ลพยักหน้า แม้น้ำตาจะไหลช้า ๆ “ผมจะพยายาม ไม่หนีอีก”
การแสดงวันจริง เติ้ลอยู่เบื้องหลังจัดแสงกับทีม นิวขึ้นเวทีด้วยหัวใจสั่นระรัว การแสดงราบรื่นแต่ทันทีที่ม่านปิดลง นิวตรงลงไปหาเติ้ลหลังฉาก พวกเขากอดกันแน่นไม่พูดอะไร น้ำตาของเติ้ลซึมไหลลงที่บ่าเสื้อของนิว
หลังวันประกาศผลรางวัลโปรเจคต์กลุ่ม นิวเลือกเดินเข้าหาเติ้ล ฝนโปรยบางเบา ร่มที่หักยังอยู่ในมือเติ้ลทั้งสองคน เหมือนกับใจที่เคยเปราะบางแต่ยังยืนหยัดอยู่ได้
“อนาคตเราอาจไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหน” นิวพูด ในขณะที่หัวเราะทั้งน้ำตา “แต่มันไม่ใช่อะไรที่น่ากลัวขนาดนั้นอีกแล้ว”
เติ้ลจับมือเธอไว้ “เราไปด้วยกันนะนิว ไม่ว่าวันฝนหรือวันฟ้าใส”
ทั้งสองคนเดินเคียงกันบนถนนเปียกชื้น ร่มหักผืนนั้นพาดไหล่ร่วม ฝนยังคงตก แต่อีกคนไม่ได้เดินลำพังอีกต่อไป