ความเงียบของแดนหิมะ
ละอองหิมะโปรยปรายหนักแน่นจากท้องฟ้าสีเทา หน้าต่างบานหนึ่งในบ้านหลังเล็กๆ สะท้อนแววตาเหนื่อยล้าของเด็กหนุ่มอายุ 17 ที่ชื่อชิณ นั่งกอดเข่าข้างเตาไฟเก่า เขาเหลียวหน้าดูหญิงสาวในวัยเบญจเพสชื่อธิษยา เจ้าของบ้านหลังนี้ที่เอาแต่เหม่ออีกฟากห้อง ท่ามกลางความเงียบที่หนาวเย็นจนเกือบเงียบเสียงหัวใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อย่าเพิ่งหมดหวังสิ” ธิษยาพูดเสียงเรียบ เธอจุดไฟในเตาเพิ่มแต่แควไม้กลับส่งเสียงเพียงขรม ชิณไม่ได้ตอบกลับในทันที แค่กลืนน้ำลายฝืด ๆ ก่อนก้มลงแนบคางกับเข่า
เสียงลมแรงจนหน้าต่างสั่น ทั่วหมู่บ้านปกคลุมด้วยผ้าขาว หิมะตกมาไม่หยุดตั้งแต่เมื่อวานจนออกจากบ้านไม่ได้ คลื่นความกลัวและเบื่อแผ่กระจายไปทั่วอากาศ
“เมื่อวาน… นายเห็นอะไรแวบ ๆ ที่หน้าหมู่บ้านใช่ไหม?” ธิษยาถาม เธอไม่ได้สบตา สีหน้ายังคงเก็บงำบางอย่างไว้
“ผมไม่แน่ใจ” เสียงชิณเบาเหมือนกลัวจะปลุกปีศาจ “แต่หลังจากนั้นหิมะก็ไม่หยุดเลย”
สองคนยังคงนิ่ง ในความเงียบงันนั้น ทุกอุณหภูมิของความหวาดระแวงแผ่ซ่านจนแทบมองเห็นได้ ชิณมองข้ามตัวเองออกไปนอกหน้าต่าง เงาร่างอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ลึกลิบ ๆ ในม่านหิมะ
คืนแรกผ่านไปโดยไม่มีคำตอบ มีแต่เสียงหายใจของธิษยาด้านหนึ่ง กับเสียงลมหายใจหนัก ๆ ของตัวเอง ชิณเอื้อมมือกำกระดาษพับในกระเป๋า เสื้อที่เขียนบันทึกถึงแม่เมื่อนานมาแล้ว
รุ่งเช้า—แต่แสงอาทิตย์ไม่ได้เปลี่ยนอะไร ทุกอย่างยังคงอยู่ในหิมะสีขาว ไร้ผู้คนธิษยานั่งดื่มชาร้อน เธอเฝ้ามองชิณที่เองเบียดตัวอยู่ข้างหน้าต่างเหมือนจะเลี่ยงพูดคุย
“กลัวเหรอ?” ธิษยาถาม เชื่องช้า แต่น้ำเสียงจริงจัง
“คุณล่ะ กลัวไหม?” ชิณตอบกลับ เสียงเล็ก แววตาฉายความสงสัยและเยาะเย้ยตัวเองในที
ธิษยาเงียบไปสักพัก ก่อนถอนลมหายใจยาว “ฉันเคยมีคนที่ไม่กลัวอะไรเลย แต่สุดท้ายสิ่งที่กลัวที่สุดก็กลับมาเอง…”
สายตาของเธอล่องลอยราวกับมองทะลุผนังบ้าน เหงื่อเย็นผุดบนหน้าผากของชิณเมื่อจ้องรอยยิ้มจาง ๆ นั้น
ช่วงสาย หิมะยังคงหนาแน่น ชิณพยายามเปิดประตูหมู่บ้านแต่แรงลมหิมะผลักกลับทันที กลิ่นน้ำตาลไหม้ในอากาศบ่งบอกว่าธิษยาลืมชาของตัวเองบนเตาไฟ เธอกลับเดินไปหยิบรูปครอบครัวเก่าในลิ้นชัก เปิดให้ชิณดู
“ฉันตกค้างที่นี่มาตั้งแต่แม่ตาย…เหมือน ‘เวลาที่หยุด’ ตอนนั้น” ธิษยาพูดเรียบ ๆ แววตานั้นเจือความเจ็บปวดและกลัวบางอย่างที่ยังฝังแน่น
ชิณรับรูปมากำ นิ่ง “ผมไม่เคยรู้ว่าแม่ตายไปยังไง”
“บางทีนายก็ไม่ต้องการรู้” ธิษยาครางเบา เสียงเหมือนถูกลมหนาวกลืนหายไปพร้อมควันชาที่ลอยขึ้นผนัง
ทันใด เสียงเคาะประตูดังก้องในหมู่บ้านที่เงียบงัน ทั้งสองสะดุ้ง ชิณลังเลแต่ธิษยาชิงเดินไปเปิดประตู ท่ามกลางสายลมและหิมะ เมฆากำลังขมุกขมัว ร่างเงาลึกลับปรากฏตรงประตู นิ่งงันเหมือนรูปปั้น เลือดในกายชิณแทบแข็งตัว
คนที่มายืนมิใช่คนในหมู่บ้าน เขาสวมเสื้อกันหนาวขาดรุ่งริ่ง ตาแข็งกร้าวพูดช้า ๆ “ที่นี่…ยังมีคนอยู่เหรอ?”
ชิณใจเต้นแรง ธิษยามีท่าทางคลุมเครือ “แค่สองคน นาย…”
“ฉันหลงทางมา…” ชายคนนั้นพูดเบา “หาทางออกไม่เจอ หิมะนี่มัน…ผิดปกติ”
ทั้งสามนั่งนิ่งในห้องเดียวกัน ธิษยามองชายแปลกหน้าอย่างศึกษาชิณหลบต่อสายตา
“ชื่ออะไร?” ธิษยาถาม
“ฟ้าฉาย” เขาตอบ น้ำเสียงราบเรียบ “ข้างนอกไม่มีรอยเท้าใครเลย รู้ไหม ว่าทำไมถึงไม่มีใครออกไปได้?”
ธิษยาไม่ตอบทันที เงียบทิ้งไว้จนรู้สึกอึดอัด ก่อนเอื้อมไปปิดหน้าต่าง “เพราะไม่มีใครอยากออกไป หรือพวกเราถูกบังคับให้อยู่?”
ชิณเริ่มหวาดหวั่นกับการปรากฏตัวของฟ้าฉาย หยิบกระดาษในกระเป๋าขึ้นมาอ่านเงียบ ๆ สายตาคู่ใหม่ประเมินทุกการกระทำในห้องเล็ก ๆ นี้
ฟ้าฉายจ้องหน้าธิษยาและชิณ สะท้อนน้ำเสียงแห่งความโรยรา “พวกคุณเห็นเวลาหยุดไหม ตั้งแต่หิมะตก ฉันไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาอีกเลย”
เงียบ นานเสียจนได้ยินแต่เสียงหายใจหอบของแต่ละคน ชิณหันไปค้อนไฟในเตา แม้เผาไปเรื่อย ๆ เปลวไฟก็ไม่ลดลง เปลวเทียนบนหิ้งยังยาวท่าเดิม ไม่สั้นลง
คืนต่อมา หิมะยังคงไม่มีวี่แววจะหยุด ฟ้าฉายนั่งชิดมุมห้อง ร่างกายสั่นระริก ธิษยามองนิ่งเหมือนจะอ่านใจ ชิณสอบถาม
“คุณมาจากที่ไหน?”
“ฉัน…อยากกลับบ้าน” เขาพูดเสียงเปลือกเปล่า “แต่ไม่มีบ้านเหลืออีก”
บรรยากาศอึมครึม ชิณเดินไปนั่งข้างหน้าต่าง เผลอหลับไป ในนิทราเที่ยวยาว เขาฝันเห็นแม่ของตนกำลังเรียกชื่อผ่านม่านหิมะ ตัวเองวิ่งเข้าไปหาแต่เดินเท่าไรก็ไม่ถึง
ชิณสะดุ้งตื่นกลางดึก เหงื่อเต็มตัว ในแสงจันทร์ที่ลอดเข้ามา บางสิ่งในเงาหิมะขยับไหว สะท้อนดวงตาเล็ก ๆ ดวงหนึ่งจ้องเขาจากนอกบ้าน เงานั้นเลือนหายเหมือนไม่เคยมีอยู่
รุ่งเช้า ธิษยาจุดไฟเตา ฟ้าฉายหายไปจากห้อง ทิ้งรอยเท้าใหม่บนหิมะหน้าบ้าน ทั้งสองมองหน้ากันอย่างตื่นกลัว ธิษยาลังเลก่อนพูด
“พวกเราต้องออกไปดู ฉันว่ามีบางอย่างไม่ปกติ”
ชิณยังลังเลแต่ออกไปพร้อมกัน ทั้งสองเดินฝ่าหิมะไปตามรอยเท้า จนถึงชายป่าหลังหมู่บ้าน พบฟ้าฉายนั่งขดอยู่ใต้ต้นสนใหญ่
“ทำไม… นายไม่กลับมา?” ธิษยาตะโกนถาม ฝ่าลมแรง
ฟ้าฉายผินหน้ากลับมา น้ำตาไหลเงียบ ๆ “ฉันหลงไปเจอหลุมฝังศพ… มีชื่อฉัน…บนป้ายไม้”
ธิษยาเงียบ หน้าซีดเผือด ชิณสะดุ้งถอยหลังหนึ่งก้าว
“นายแน่ใจเหรอ?” ชิณพึมพำ
ฟ้าฉายเผยกระดาษแผ่นหนึ่ง เห็นตัวอักษรลาง ๆ ว่า “ฟ้าฉาย” เขายื่นให้ ด้วยมือสั่นระริก “ถึงเวลายอมรับความจริง”—
ต่อเนื่องเนื้อหาเรื่องนี้ในตอนต่อไป…