เสียงสะท้อนของแสงเหนือ
เสียงขูดกรวดกับแดนหิมะว่างเปล่าดังแผ่วเบา พายุหิมะกลางขั้วโลกเหนือโหมกระหน่ำอย่างไร้ท่าทีหยุด สายลมแรงพัดเศษหิมะกระแทกสะพานเชื่อมลงไปสู่เมืองใต้ดินอลัสกาแคปซูล เงาร่างหนึ่งเดินฝ่าหิมะก่อนจะหยุดก้มลงมองยังประตูเหล็กหนาหนัก ซึ่งติดสัญลักษณ์รูปกลมปริศนาเหมือนตาสัตว์ในความฝัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!"อินา! เปิดประตูให้หน่อย!" เสียงของชายร่างสูงในชุดกันหนาวหนาจัด เขาคือ "รวิ" วัย 52 ปี นักธรณีวิทยาผู้สะสมรอยแผลจากอดีตและหัวใจที่เหนื่อยล้า เขาเซไปเล็กน้อย มือจับบันไดเหล็กแน่นจนข้อขาว
อินา เด็กสาววัย 16 ปี นั่งอยู่ในห้องควบคุม เสียงบานประตูเตือนดังผ่อนจังหวะไปทั่วระบบ "ใครมาเวลานี้ล่ะ…" อินาบ่น มือสั่นเล็กน้อยขณะที่ดูหน้าจอ ก่อนจะจำเสียงพ่อ ใบหน้าเธอซีดขาว "เดี๋ยวก่อน! กำลังเปิด!"
ประตูเหล็กค่อยๆ เลื่อนเปิด รวิชะโงกหน้าเข้ามาก่อนปิดอย่างเร่งร้อนทันทีที่แสงเหนือพาดผ่านช่องเข้า "เข้าสิ้นปีแล้ว… ทำไมยังหนาวขนาดนี้อีก" เขาถอนหายใจแรง ลมหายใจเป็นไอน้ำ
อินาวางแว่นสายตาลง คิ้วขมวด "วันนี้ออกไปสำรวจอะไรอีกเหรอ?"
รวิสบตา "ก็…โน่นแหละ เราต้องรู้ว่ารอยร้าวรอบเมืองขยายไปถึงไหน ถ้าพังหมดเราก็ถูกฝัง"
ทุกคำพูดเสียงแผ่ว ท่ามกลางความเงียบ อินาเหลือบมองรูปถ่ายครอบครัวบนกำแพงก่อนตอบ "แม่จะมาถึงกี่โมง?"
ในห้องนั่งเล่น แสงไฟลูบไล้ผนังหินสลัว "สิรี" แม่ของอินาและภรรยาของรวิ เข้าแคปซูล เข้าสวมชุดแล็บ สีหน้ายุ่งเหยิง เหนื่อยอ่อน หล่อนเสยผมลวกๆ "เครื่องวัดสูญญากาศชั้นสองมีอะไรแปลกๆ อีกแล้ว พวกเขาบอกว่าคนในห้องทดลองคุยกับเสียงใครก็ไม่รู้กลางดึก…"
รวิปรายตามองสิรีชั่วขณะ เขาอยากจะพูดบางอย่างแต่เลือกเงียบแทน อินาดึงผ้าห่มมาคลุมตัว พลางพูดเบา ๆ "พี่พัฒณ์โทรมารึยังคะ?"
สิรีชะงัก มุมปากกระตุก "เขา…คงยังระแวงตอนเช้านั่นอยู่ พัฒณ์ไม่เคยเห็นด้วยเรื่องที่เรามาอยู่ที่นี่" อินาตัดบท เธอหันหลัง คำพูดแข็งกร้าว "แต่ที่นี่ปลอดภัยสำหรับแม่ไม่ใช่เหรอ?"
สิรีหลบตาไปที่หน้าต่างกระจกหนา แสงเหนือจากฟ้าดูสั่นคลอนอย่างผิดปกติ เสียงโทรศัพท์แว่วมาขัดจังหวะทั้งสาม อินาชำเลืองผ่านเงากระจกก็เห็นภาพลางๆ ของใครบางคน ไม่มีใครกล้าพูดถึงมัน
รวิเดินไปแตะไหล่ภรรยาเบา ๆ ความลังเลแฝงในมือ "เราไม่ควรล่าช้านะ ทุกอย่างแปลกขึ้น พายุแรงผิดปกติ…ชั้นหินใต้ดินก็ส่งเสียง"
สิรีฝืนยิ้ม "ทุกปีมันก็แบบนี้ แล้วก็รอดมาได้เสมอ"
รวิทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ความเงียบกินอากาศจนรู้สึกถึงแรงกดดันแปลก ๆ
เช้าวันใหม่ เมืองใต้ดินนั้นสว่างจากแสงประดิษฐ์ น้ำแข็งในอุโมงค์ละลายหยดแผ่ว รวิสวมเสื้อกันหนาว คลูนฟังเสียงสั่นจากวิทยุเก่า เขานั่งกับ "พัฒณ์" ลูกชายวัย 24 ปี ที่เพิ่งเดินทางมาจากแถบเมืองเหนือ พัฒณ์ไม่พูดกับพ่อเกือบปีตั้งแต่ทะเลาะกันเรื่องแม่
"พ่อ…ยังอยากจะขุดหาความจริงอะไรนักหนา?" พัฒณ์เสียงแข็ง
รวินิ่ง น้ำเสียงเรียบ "มันคือหน้าที่ ถ้าเราไม่รู้ว่าชั้นหินนี้เปลี่ยนยังไง คนทั้งเมืองอาจตาย"
พัฒณ์หัวเราะประชด "หรือมันคือการหนีความจริง?" เขามองหน้าพ่อ รวิหันหนี ต่างคนต่างแผลลึกจนแตะต้องกันไม่ได้
อินาคอยดูระบบหน้าจอบนอัฒจันทร์ รวมสัญญาณแปลก ๆ จากใต้ดิน เด็กหญิงเหม่อมองเส้นไฟเรืองแสงที่ผิวผนัง ราวกับมีเงาปรากฏในช่องว่างนั้น เธอพยายามจะร้องเรียกแม่แต่กลืนเสียงลงคอ
กลางห้องทดลอง สิรีนั่งดูภาพข้อมูลรอยร้าว สะบัดหัวเชิงเหนื่อย พยาบาลวัยกลางคนเดินมาอย่างเร่งรีบ "ขอโทษค่ะหมอ มีเด็กชายสองคนอ้างว่าเจอเสียงกระซิบใต้พื้นห้อง…"
สิรีนิ่ง ตาคมกริบ "ขอรายละเอียด" น้ำเสียงว่างเปล่าแต่สายตาสั่นไหว
เสียงประตูสั่นสะเทือนในคืนเงียบ อินานั่งกอดเข่าข้างเตียง หูฟังเสียงขูดขีดบางอย่างจากอุโมงค์สแตนเลสที่ผนัง ใจเธอเต้นแรงจนปวดหัว จู่ ๆ แสงเหนือข้างนอกก็พลันพุ่งผ่านหน้าต่าง เห็นเงาหญิงสาวผมยาวสะท้อนในกระจก อินาเบิกตากว้าง กลืนความกลัว เธอย่องไปที่ห้องนั่งเล่น พบเพียงรูปครอบครัวบนกำแพงแกว่งเบา ๆ