กระจกเงาบนเกาะลืมตา
เสียงคลื่นซัดฝั่งอยู่ไกล ไฟลางๆ จากดวงจันทร์สะท้อนผืนน้ำระยิบ สายลมย่องออกจากบ้านไม้ท้ายหมู่บ้าน เดือนหมดแสง โรงไม้ใกล้ท่าเรือว่างเปล่า เงาเล็กๆ ของแม่บุญธรรมในบ้านหลอมรวมกับความเงียบงันของทะเล เขาถอนหายใจ พยายามปล่อยเสียงทะเลกลบเสียงในใจ—เสียงตำหนิ ตอกย้ำซ้ำซากเรื่องอดีตที่เขาไม่เคยอยากฟัง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“สายลม จะไปไหน ช่วยแม่ให้เสร็จก่อนได้ไหม?” เธอตะโกนเบา ๆ จากห้องครัว
สายลมหยุดชั่วขณะก่อนจะตัดสินใจเดินต่อ เขาลากแค่นพายไปยังเรือพายเก่า ๆ ที่ผูกไว้กับท่าน้ำพลางลอบมองขึ้นฟ้าราวขออนุญาต คืนนี้ ทะเลเรียบสงบผิดปกติ
มือของเขาสั่น บ้านหลังนี้มีแต่ความอึดอัด รู้สึกตลอดมาว่าคนที่เรียกเขาว่าลูกไม่เคยมองเข้าใจจริง ๆ “จะกลับมาตอนไหนก็ไม่รู้ หลายปีแล้วไม่เห็นเขาเยียวยาได้” เสียงพูดคุยผ่านประตูเสมือนยังดังอยู่ในหู
พายของเขาแหวกทางในสายน้ำ คลื่นสั่นไหวใต้เรือ กลิ่นชื้นของสาหร่ายหมุนวน พอพ้นหัวอ่าว กระแสลมเปลี่ยนทิศ ราวกับทะเลจะดักเขาไว้ เสียงฟ้าร้องแตกลั่นกลางน่านน้ำ เรือกระแทกเข้าเกลียวคลื่น แรงโถมใต้น้ำเริ่มดึงเขาลง สายลมพยายามตะโกน แต่เสียงหายไปในเสียงฟ้าคำรามเร้า
ทุกอย่างมืดสนิท
สายลมรู้สึกปวดที่ข้อมือ ขาเปียกปอนไปด้วยน้ำเหนียว เขาลืมตาท่ามกลางแสงสว่างประหลาด เห็นแค่ผืนหาดป่นทรายสีแดงคล้ำ กับกระจกเงาหลายบานปักเรียงรายกลางชายหาดเป็นวงกลม แต่ละบานสูงเทียบตัวเขา ลมแรงเฉือนหน้า
เสียงกิ่งไม้หักแว่วมา นกสีดำหลายตัวปรากฏบนกิ่งไม้สูง พวกมันจ้องมองเขาอย่างไร้ความกลัว สายลมหยัดตัวลุกขึ้น เสียงหัวใจเขาดังแรง
เสียงหญิงสาวแหบพร่า “ที่นี่ไม่มีใครมาหลายสิบปี” เธอเดินออกจากเงามืด ตัวเล็ก ผมยาวยุ่ง แต่สายตาแข็งกร้าวเหมือนหนาม
“คุณเป็นใคร?” สายลมถามพลางถอยหลัง
“ฟ้าใจ ฉันติดอยู่ที่นี่เหมือนนาย ไม่ใช่ฝันนะ จะออกจากที่นี่ นายต้องกล้าสบตากระจกทุกบาน” เธอยกไม้เท้าขึ้นชี้
สายลมขมวดคิ้ว กระจกเงาบานแรกปรากฏเงาเด็กน้อยสะอื้นอยู่หน้าบ้านเก่า บ้านหลังที่ไฟไหม้กลางคืน ชายคนหนึ่งตะโกนร้องหา สายลมหน้าซีด แต่ปากแข็ง “นี่มันเรื่องจริงเหรอ”
ฟ้าใจนิ่งไปชั่วอึดใจ “ที่นี่คือเกาะลืมตา คนที่มา จะเห็นอดีตซ้อนกับความกลัว นายหนีอะไรมาบ้างล่ะ?”
สายลมส่ายหน้าอย่างแข็งกร้าว เขาไม่ตอบคำถาม เพียงยื่นมือแตะบานกระจกถัดไป ภาพสะท้อนคือตัวเขาในวัยสิบสามปี ก้มหน้าถือรูปครอบครัวที่ฉีกขาด ตะโกนว่า “แม่!” ไม่รู้จะเกลียดหรือรักดี
ฟ้าใจเดินนำพาข้ามแนวหาดเข้าสู่ป่า ทั้งสองเดินเงียบ ๆ ฝีเท้าของฟ้าใจสม่ำเสมอแต่สายลมหัวใจเต้นแรง จะไว้ใจใครในเกาะนี้ได้หรือไม่?
ในป่ามืด สายลมกับฟ้าใจพบกระจกเงาตั้งเรียงรอเหมือนเป็นด่านปราบศัตรู สายลมเริ่มระแวง ทุกย่างก้าวสะท้อนเงาของตนเองในรูปแบบหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ปะปนกับความรู้สึกผิด ฝนโปรยเม็ดเล็กลงบนใบไม้ขับเสียงข้างในให้ดังชัดขึ้น “ทำไมไม่มีใครรอฟังฉันบ้าง”
“เคยคิดกลับบ้านไหม?” ฟ้าใจกระซิบขณะหยุดหน้าบานกระจกลายเกล็ดน้ำ
สายลมหันหน้าหลบ ไม่ตอบโดยตรง เพียงมองภาพสะท้อนตัวเองน้ำตาคลอ “แล้วเธอ…ฟ้าใจ เธอติดเกาะเพราะอะไร?”
ฟ้าใจนิ่งขรึม “ฉันหนีความผิดของตัวเอง คิดจะทิ้งทั้งหมดแต่สุดท้ายก็ทิ้งไม่ได้ นายเอง ทำไมไม่ยอมรับอดีตเสียที”
คลื่นซัดฝั่งอีกครั้ง แรงลมยกเปลวทรายลอยผ่านข้างตัว แต่สายลมกลับนิ่งงัน ภาวนาในใจให้ตนเองเข้มแข็งพอจะทน
พลังงานแปลกปลอมไหลรอบเกาะ ยามที่สายลมและฟ้าใจเดินทางลึกเข้าสู่ใจกลาง พุ่มไม้แตก เงาปีศาจคลานออกมาจากในกระจก เสียงกรีดร้องดังสะท้อนรอบป่า สายลมถอยหลบ ปากสั่น “มันจะเอาอะไรจากเรา?”
ฟ้าใจจับข้อมือเขาแน่น “มันจะเอาความกลัว นายกลัวอะไรจริง ๆ ล่ะ?”
“กลัว…ไม่มีใครต้องการ” สายลมพึมพำ รู้สึกเหมือนใจกำลังแหลกเป็นชิ้น ๆ เงาปีศาจจึงคลายวงออก แต่ไม่หายไป
ฟ้าใจแค่พยักหน้า “ความกลัวไม่ใช่ศัตรู ที่นี่ ทำให้เราต้องมองมันตรง ๆ พอหมดแรงต่อสู้ ก็จะเจอทางออก”
เสียงทะเลลึกขึ้นอย่างประหลาด คลื่นซัดสูงพร้อมเงาดำอีกบานหนึ่งบานใหม่กระแทกลงต่อหน้าทั้งคู่ คราวนี้ในกระจกคือสายลมโต้เถียงกับแม่บุญธรรม เขาตะโกนใส่เธอ ขว้างจานแตก สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะ
เขานิ่งค้าง สะอื้นในลำคอ “ฉันไม่ตั้งใจจะทำร้ายใคร”
เงาดำในกระจกพูดกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แล้วเธอล่ะ ไม่รู้บ้างหรือว่าเธอเองก็ต้องให้อภัยตัวเอง”
สายลมหันไปหาฟ้าใจ คราวนี้แววตาอ่อนลง “แล้วฉันจะออกไปได้ยังไง—ถ้ายังติดอยู่ตรงนี้อยู่?”
เสียงฟ้าใจเบาลง “เดินต่อหาทางของแต่ละคน แต่ถ้าจะไปต่อ ต้องให้อภัยตัวเองและอดีต”
ทั้งสองเดินลัดเลาะถึงเขตปลายป่า กระจกเงากำลังฟื้นพลัง ภาพสะท้อนกลายเป็นพายุหมุนวนในใจ ภาพคืนวันที่ไฟไหม้บ้าน ภาพแม่แท้ ๆ ที่ร่ำลาโดยไม่หันกลับมา แต่ทุกบานมีเงาของฟ้าใจร่วมอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย
สายลมหยุดมองฟ้าใจ “เธอ…รู้จักแม่ฉันเหรอ?”
ฟ้าใจเม้มปากแน่น “ฉันคือความเสียใจที่แม่เธอทิ้งไว้ให้กับตัวเอง ถ้าจะออกจากที่นี่ ต้องยอมรับว่าแม่ก็กลัวและเจ็บปวดพอ ๆ กัน”
เหมือนโลกหมุนกลับ ชั่วพริบตา สายลมและฟ้าใจนั่งริมทะเลใกล้เส้นขอบฟ้า น้ำทะเลนิ่งสนิท เงาสะท้อนในกระจกแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าคนที่เฝ้ามองด้วยความหวังดี
“ถ้ากลับบ้าน จะกล้าเริ่มใหม่เหรอ?” ฟ้าใจส่งสายตาถาม
สายลมพยักหน้าทั้งน้ำตาคลอ “ต้องลองดู ถ้าไม่เริ่มก็ไม่มีวันพ้นจากที่นี่เหมือนกัน”
เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดเวียนเข้าจุดสุดท้าย ฟ้าใจหายวับเข้าไปในแสงสีทอง เงากระจกบานสุดท้ายแตกละเอียดเป็นเศษแสง สายลมตื่นขึ้นบนเรือพายใกล้ท่าเรือบ้านเดิม
เสียงแม่บุญธรรมร้องเรียกเบา ๆ “สายลม กลับมาแล้วใช่ไหม?”
สายลมหันไปรับสายตาอ่อนโยน มองเห็นความกลัวเก่า ๆ ของแม่ในเงาตาของตัวเองเหมือนที่เห็นในกระจกบนเกาะ เขาหัวเราะทั้งน้ำตา ก้าวขึ้นจากเรือ สูดหายใจลึกและเลือกจะก้าวกลับเข้าไปในบ้าน—พร้อมอนาคตใหม่ที่ไม่ต้องหนีอีกต่อไป