เพื่อนไม่ประสา ฝ่าแผนเชื่อมใจ
เสียงโทรศัพท์สั่นไม่หยุดบนโต๊ะเรียน โอมละจากงานกลุ่ม แอบตอบ LINE ใต้โต๊ะ “เกว! แกร สรุปจะเอายังไงกับพีทอะ เพื่อนร่วมห้องหน้าใหม่ของแกรนั่นอะ ฉันช่วยได้ ไว้ใจได้!” มือโอมสั่นเล็กน้อย เขาแน่ใจในแผนตัวเองเกิน 100% ขณะที่เกวนั่งกอดแฟ้มนั่งมุมห้อง สายตาวอกแวกแกมห่วง—ไม่ใช่เรื่องสอบ แต่กลัวโอมจะทำอะไรโป๊ะ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“โอม แกรอย่าไปยุ่ง มันจะยุ่งกว่าเดิม เชื่อฉัน” เกวกดส่งเสียงเข้ามาในกลุ่มเพื่อน “ไม่ต้องช่วย! ฉันขอร้อง”
“โอ้ย ฉันแค่ช่วยเชื่อมหัวใจ! เชื่อดิ แกวางใจได้” เสียงโอมตอบมั่นคง แต่นั่นแหละคือจุดเริ่มความวุ่นวาย โอมวางโทรศัพท์แล้วเดินเข้าไปหาเป้า—พีท เพื่อนร่วมห้องของเกว
พีทนั่งหัวเราะคนเดียวกับมือถือ ฟังเพลงสากล แววตาเหมือนไม่แคร์โลก โอมเดินไปนั่งด้วย ทำนุ่มนวลแบบที่คิดว่า “ตี้ๆ จะเวิร์ก”
“เฮ้ย ถามจริง กินข้าวหรือยัง?”
พีทยักไหล่ “ยังครับ”
“กินกับพวกเราไหม? โอเคปะ? เดี๋ยวแนะนำเพื่อนในกลุ่มให้รู้จัก บางคนเขา…” โอมทำเสียงเบา เหล่ตาไปทางเกว แม้เสียงเบาจะไม่รอดจากสายตาเพื่อนรอบข้าง
พีทพยักหน้าเบา ๆ “ก็ได้ครับ”
โอมกลับมานั่งใกล้เกว “เห็นไหม แค่เนี๊ยะ ฉันแค่ลองหาโอกาสให้แกรได้ใกล้ชิด เชื่อมือ”
“แกร ฉันไม่ได้ขอ! แล้วคือทำไมแกรต้องแอบเหล่ยิกขนาดนั้น! เห็นกันทั้งแถว!” เกวเสียงเครียด
“โอ้ย วางใจ บริหารพังหาไม่เป็นหรอก ว่าแต่…แกร ฮึ่ม! ต่อไปฉันจะสร้างซีนให้เอง”
เสียงกริ่งดัง ทุกคนเริ่มทยอยออก พีทยังคงนั่งนิ่ง โอมฉีกยิ้มวิ่งนำ เกวมองบน ถอนหายใจและลากเท้าตามไปด้วยความรู้สึกลึก ๆ ว่านี่มันจะไม่รอดแน่ ๆ
ที่โรงอาหาร โอมจัดโต๊ะตามความถนัดแบบ “กูรูใจแดง”—ให้เกวนั่งตรงข้ามพีท แต่ดันมี “แก้ว” เพื่อนสายตาเฉียบแต่พูดตรงเกิน—มานั่งขวาง หยิบขนมปังกินพลางชวนทุกคนคุยไม่หยุด
“เฮ้ย โอม รู้ปะว่าทำไมคนกินขนมปังตอนเช้า โชคจะดี?” แก้วเปิดประเด็น
โอมเสริมด้วยเสียงกร้าว “แก้วเอ๋ย นี่วิทยาศาสตร์ล้วน ข้าวเช้าทำให้เลือดไหลเวียนไง”
พีทยิ้มแห้ง “แต่ผมชอบกินข้าวเย็น…แบบอุ่นดี”
เกวพยักหน้าไร้เสียง ชะเง้อเหมือนจะถามอะไรแต่กลัวโป๊ะ โอมกระซิบ “แกร ยิ้มหน่อยมั้ย!”
“แกร พอก่อน เดี๋ยวดูเลยว่าจะเป็นบ้าแทน” เกวกัดฟัน กลัวเพื่อนจะเล่นใหญ่เกินเบอร์
จู่ ๆ แก้วหันมาถาม “พีท ทำไมถึงชอบนั่งฟังเพลงคนเดียวอะ หรือใครทำอะไรให้เซ็งเหรอ?”
ทุกคนเงียบ พีทอ้ำอึ้ง เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่เกวเห็น— “ไม่มีครับ แค่…บางทีอยู่คนเดียวก็สบายใจกว่า”
“อยู่กับเพื่อนสิ!” โอมแทรก “เอ้า เดี๋ยวเราจัดเกมละลายพฤติกรรม พรุ่งนี้!”
เกวเบะปาก ให้ตายสิ โอมคิดเร็วเกิน ส่วนแก้วลุกขึ้นหยอด “ขอสิทธิ์เล่นคนแรก จับคู่ไงก็ดี จะได้รู้ว่าใครชอบใครจริง!”
ในสมองเกว ประโยค “ซวยแน่” จุกเต็มอก เสียงหัวใจเต้นแรงกว่าเสียงฮอลล์ทั้งตึก
คืนนั้น เกวทบทวนความซวยใน LINE “นอนไม่หลับอะ โอม ฉันว่ามันจะกลายเป็นบ้าแน่ ๆ”
“ใจเย็น! พรุ่งนี้แกรแค่ทำตัวปกติ เดี๋ยวฉันจัดแผน A B C ไว้แล้ว” โอมตอบฉะฉาน
รุ่งเช้า ในห้องพักรวม โอมเจอพีทนั่งจดอะไรในโน้ตบุ๊ก โอมเข้าใจว่า “พีทคงเขียนกลอนถึงเกวแน่” โอมดูแววตาพีทด้วยความเข้มข้น แผนกลายเป็น ชั้นต้องช่วยให้พีทกล้าบอกความในใจ
โอมรัวถาม “ชอบแต่งกลอนปะ?”
พีทส่ายหัว “ผมเขียนตารางรายการหนังที่อยากดูครับ”
“เออดี! งี้เราชวนเกวไปดูหนังด้วยกัน เยี่ยม!” โอมปิ๊งไอเดียในหัว
“ช่วยอะไรเหรอครับ?”
“ไว้เดี๋ยวจัดเอง!” โอมทุบอกเหมือนแม่ทัพ ปล่อยให้พีทงงกับคำว่า “จัดเอง”
สิ่งที่โอมไม่รู้ พีทไม่มีใจชอบเกว เขาแค่เบื่อความเงียบในกลุ่ม และยิ่งบางทีมองเกว ก็รู้สึกเกวดูเครียดเพราะโดนจับจ้อง
ตกเย็น โอมลากเกว แก้ว และพีทไปโรงหนัง โอมซื้อตั๋วมาแล้ว โชคดี? ไม่! เพราะซื้อตั๋วผิด โรงเด็กเล็กเปิดแอนิเมชั่นสัตว์พูดได้ เกวหันมามอง “แกร…ฉันควรกลับรูหนีดีไหม?”
“ไม่ได้! โอกาสแบบนี้หายาก ไปละลายพฤติกรรมในโรงเด็ก ก็น่ารักดี” โอมแก้หน้าเจื่อน หมัดเด็ดกลายเป็นขำกลิ้ง—เด็ก ๆ รอบข้างหัวเราะ แต่เพื่อนทั้งสามนั่งเกร็งเหมือนโดนมีดจี้ขา
พอกลับถึงหอ เกวระเบิด “แกร! อีกนิดเดียวฉันจะกลายเป็นเรื่องเล่าในกลุ่มเด็กอนุบาล!” โอมเบิกตา “แต่เรามีโมเมนต์ร่วมกันนะ!”
“โอ๊ย!” ทุกคนที่เหลือหัวเราะก๊าก แต่เกวยังเก็บกดในใจ “ชีวิตฉันเหมือนขับรถพาเพื่อนไปชนเสาไฟ”
ขณะที่โอมคิดแผนใหม่— “รอบนี้ต้องเวิร์ก” เขาเสิร์ชหา “7 วิธีสร้างเพื่อนซี้ให้กลายเป็นคู่รัก” และปริ๊นท์แจกในวงกลุ่ม
จู่ ๆ ขุน เพื่อนร่วมห้องตัวป่วน เสียงดัง ขี้โม้ ดันเดินมาเห็นเอกสาร
“โอ๊ย โอม เอ็งจะแปลงเพื่อนเป็นแฟนเหรอ ขายตรงหรือเปล่า?” ทุกคนถอนหายใจพร้อมกัน โอมตอบมั่น “ไม่ใช่ขายตรง นี่คือแผนพาเพื่อนจากโซนเพื่อนไปโซนใจ!”
ขุนหัวเราะ “สงสัยจะอยู่ผิดซอยแน่”
เกวหัวเราะเบา ๆ แม้กลัวจะโป๊ะ แต่มุกขุนทำให้ผ่อนได้ชั่วครู่
วนกลับห้อง โอมจัดเกมถาม-ตอบในกลุ่มไลน์ “ทุกคน ใครในกลุ่มนี้ชอบฟังเพลงแนวไหนบ้าง?”
พีทตอบ “แนวอะไรก็ได้”
แก้ว “ขอเพลงนอกกระแส เอาแบบที่ไม่มีใครรู้จัก”
ขุน “เพลงตลาดสิวะ! เพลงอกหักทุกเช้า ฟังละใจมันสูบฉีด”
เกว “เอ่อ…”
โอม “ดี! แกรควรเปิดใจดีกว่าแนวเพลง ฉันว่าอารมณ์คนเหมือนดีเจชีวิต—แค่เปลี่ยนเพลง เปลี่ยนมู๊ด!”
บทสนทนาไปไกลกว่าเรื่องหัวใจ โอมเริ่มสับสนลึก ๆ แต่เพราะมั่นใจเกินเบอร์ ยังไม่ยอมแพ้
วันรุ่งขึ้น—แผนใหม่ โอมสั่ง “เกว ไปซื้อเครื่องดื่มกับพีทสองคน เดี๋ยวเราแกล้งรอที่โต๊ะ” เกวฝืนใจลากพีทตาม แต่ระหว่างทาง ไม่มีใครพูด เป็นความเงียบป่วน ๆ เต็มที่
พีทเปิดบท “เมื่อวานดูหนังสนุกไหมครับ?”
เกวตาโต “พูดตรง ๆ ก็…ประหลาดดี”
พีทหัวเราะเบา ๆ “ผมก็ไม่คิดว่าจะดูหนังกับเพื่อนในโรงเด็ก”
เกวหลุดขำ “มันขำจนอยากหายไปจากตรงนั้นเลยอะ”
ทั้งคู่หัวเราะคลายเกร็ง ขณะเดียวกัน โอมกับขุนส่องจากไกล ๆ จับตามองทุกจังหวะ วางแผนจะ “ช่วย” ถ้าคุยเงียบเกินไป
พอกลับถึงโต๊ะ แก้วถาม “ตกลงซื้ออะไรมาทำไมเยอะแยะ?”
เกวตอบ “ก็โอมให้ซื้อเผื่อทุกคน…”
ขุนโพล่ง “นี่มันภารกิจจารกรรมรึไงวะ?”
โอมยิ้มร้าย “ขยายโอกาสการคุย ขอแผนแบบมืออาชีพ”
ตกเย็น ขุนระเบิดไฟใส่ในกลุ่ม “ทุกคน! ขอเสนอแข่งขัน ‘ใครจีบเพื่อนได้ภายในสามวัน’ ใครแพ้เลี้ยงข้าว!”
โอมนึกสนุก “เอาดีๆ ใครชนะได้อะไร?”
แก้วโวย “ค่ะ ใครแพ้เสียตังค์นะเว้ย!”
เกวหัวเราะฝืน ๆ ทุกอย่างบานปลาย กลายเป็นเดิมพันเพี้ยน ๆ ขำ ๆ มีแต่โอมยังอินกับเป้าหมายเดิม “เพื่อเกวกับพีท”
คืนเดียวกัน เกวนอนคิดมาก โทรหาโอม “แกร ฉันไม่เข้าใจละว่ามันกลายเรื่องแบบนี้ได้ยังไง…”
โอมตอบเสียงอ่อย “ฉันก็เริ่มงงเหมือนกันอะ”
“แกร ฉันว่าพีทไม่ได้ชอบฉัน”
โอมยังเชื่อในแผน “เขาอาจจะไม่กล้าแสดงออก”
เกวถอนหายใจ “ขอให้จบแบบไม่แป้กก็พอ”
เช้าวันต่อมา กลุ่มเพื่อนต้องเตรียมงานวันรับน้อง โอมเสนอเกมจับคู่ “ละลายพฤติกรรม” คราวนี้วงกลมจับคู่จับมือ แต่กลับจับผิดคู่กันหมด เพราะขุนแย่งสายรัดข้อมือ เกวจับมือกับแก้ว โอมจับกับขุน พีทเหลือ จับมือกับอาจารย์ที่ปรึกษา!
ทุกคนขำก๊าก ขุนตบหัวโอม “แกวางแผนพังทุกครั้ง!”
อาจารย์ว่า “จำไว้ บางทีให้สถานการณ์พาไปก็พอ”
โอมหน้าจ๋อยแต่พยายามตั้งสติ คืนนั้นเขาปรึกษาแก้ว “หรือฉันจะหยุดยุ่งดีวะ?”
แก้วพูดจริงจัง “เรื่องของหัวใจ ปล่อยเป็นธรรมชาติ แกก็เป็นเพื่อนดีอยู่แล้ว”
วันถัดมา เกวมานั่งข้างพีทในสวน คุยกันสบาย ๆ ครั้งแรกที่ไม่มีใครวางแผน ไม่มีแผนบงการ ทุกอย่างธรรมชาติ
“พีท ถามตรง ๆ แกรู้มั้ย ทุกคนคิดว่าเราแอบชอบกัน”
พีทยิ้ม “เดาได้ครับ แต่จริง ๆ ผมไม่คิดอะไรเลยนะ”
“ฉันก็ไม่ได้คิดอะไร…นอกจากอยากมีเพื่อนที่ไม่ต้องวางแผน”
พีทพยักหน้า “บางที…ไม่มีกลยุทธ์อะไร ก็ดีเหมือนกันเนอะ”
ทั้งคู่หัวเราะ โอมเดินเข้ามาพอดี มองภาพนั้นแล้วถอนหายใจ “สงสัยฉันนี่แหละที่เพี้ยนสุด”
ขุนกอดคอโอม “สรุปแผนใครก็ไม่เวิร์กนอกจากตัวเอง”
แก้วปิดจ๊อบ “แกดีแล้วที่พังเก่ง ดีกว่าซีเรียสไปวัน ๆ”
เกวหันมา “อย่างน้อยแกรก็ทำให้ฉันกล้าคุยกับเพื่อนมากขึ้น แบบไม่ต้องคิดมาก”
ทุกคนหัวเราะอีกครั้ง เดินไปซื้อชาไข่มุกคู่กัน โอมทิ้งท้ายเสียงดัง “แต่ถ้าอยากจีบจริง ๆ ครั้งหน้าให้ฉันช่วยอีกนะ!”
ทุกคนแกล้งเหล่ ซุบซิบประกอบฉาก โอมยิ้มร้าย “แค่ติดสัญญาเลี้ยงข้าวกันก่อน เผาเงินกันพอหอมปากหอมคอตลอดชีวิตดีมั้ย?”
เสียงหัวเราะดังในกลุ่ม ทิ้งไว้แค่คำพูดมึน ๆ อุ่น ๆ และความเฟลที่สร้างรอยยิ้ม